
'ปู'สวนปชป.ภาวะผู้นำดูผลงาน
'ยิ่งลักษณ์' สวนปชป.ชี้ภาวะผู้นำไม่สำคัญเท่าผลงาน ไม่กังวลสภาฯล่มยันแถลงนโบายเสร็จตั้งแต่อ่านจบแล้ว
25 ส.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์สภาล่มระหว่างการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลเมื่อคืนวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ไม่กระทบการทำงานในอนาคตของรัฐบาล เพราะโดยหลักการแล้วการแถลงนโยบายรัฐบาลไม่มีการลงมติ ตนทำหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในวันที่ 25 ส.ค.เป็นการประชุมต่อในเรื่องที่มีญัตติค้างกับสภาฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการประชุมในวาระสำคัญมากกว่าการแถลงนโยบายรัฐบาลนายกรัฐมนตรีห่วงเรื่องสภาล่มหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 24 ส.ค.เป็นเรื่องของการเหลื่อมเวลา อีกทั้งเป็นการทำงาน และเทคนิคของทางสภาฯส่วนเรื่ององค์ประชุมมั่นใจว่าอนาคตสามารถดูแลได้
เมื่อถามว่า จะจัดการอย่างไรในเรื่ององค์ประชุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น อาจจะไม่ค่อยได้คุยในรายละเอียดเนื้อหาที่ชัดเจน ก็ทราบอยู่แล้วว่าการแถลงนโยบายไม่มีการลงมติ ในรายละเอียดจึงเป็นขั้นตอนตามปกติ ซึ่งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ได้ชี้แจงไปแล้ว ส่วนหวั่นหรือไม่ว่า ส.ว.จะไม่ให้ความร่วมมือและจะประสานกับ ส.ว.อย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้นอยากเรียนพี่น้องประชาชนว่าคงต้องหารือในรายละเอียดในเรื่องของญัตติคงให้ประธานสภาฯ เป็นผู้ชี้แจง ซึ่งเป็นเรื่องของญัตติที่จะทำให้สมบูรณ์เต็มที่
ต่อข้อถามกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องการแถลงนโยบายรัฐบาลไม่สมบูรณ์ เนื่องจากไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาลทำตามขั้นตอนที่แท้จริงครบแล้วก็คือการอ่านแถลงนโยบายจนจบ ที่เหลือจะเป็นการรับฟังข้อคิดเห็น
เมื่อถามว่า คิดว่าขณะนี้การแถลงนโยบายเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สุดท้ายขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ ที่ต้องมาปิดประชุม
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่นายกรัฐมนตรีถูกวิจารณ์ว่า ไม่มีภาวะผู้นำในประชุมการแถลงนโยบาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าที่ผ่านมาในรัฐบาลแต่ละสมัยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นการอ่านในเรื่องของนโยบายเบื้องต้น สมัยที่ผ่านมาก็ไม่มีการอ่านปิด ดังนั้นวันนี้การแถลงปิดจะยึดในส่วนของนโยบายเบื้องต้น ส่วนที่บอกว่าตนไม่มีภาวะการเป็นผู้นำนั้นวันนี้ยังไม่ได้เริ่มงานเลยถ้าเริ่มงานแล้วก็คงต้องดูในการทำงาน
นายกรัฐมนตรีมองภาพการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ เป็นคนแข็งกร้าวเกินไปหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่แสดงความคิดเห็น เพราะจริงๆแล้วท่านก็ทำหน้าที่ของท่านได้ดีแล้ว ท่านทำหน้าที่ของประธานสภาฯ ที่ต้องยึดกฎระเบียบได้ดีแล้ว บางอย่างก็ต้องมีในเรื่องข้อกฎหมายและเทคนิคประธานสภาฯทำหน้าที่เต็มที่แล้ว
ส่วนจะแก้เกมพรรคประชาธิปัตย์ในสภาฯอย่างไรนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่อยากจะเล่นเกมกัน เรามีความจริงใจที่จะแถลงนโยบายให้กับประชาชนทราบ วันนี้อยากทำทั้งหมดให้เสร็จเร็วที่สุด จะได้พร้อมทำงานเพราะวันนี้ปัญหาน้ำท่วมทั้งในส่วนของคณะกรรมการต่างๆก็ต้องรอ อยากจะทำหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนวันนี้ปัญหาข้างหน้าเรามีเยอะเ ส่วนจะชี้แจงประชาชนอย่างไรในเรื่องของเทคนิคที่แถลงนโยบายต่อประชาชน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะชี้แจงในสภา
ต่อข้อถามว่าจะให้เวลาพิสูจน์ภาวะการเป็นผู้นำของตัวนายกรัฐมนตรีเท่าใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องถามว่าภาวะการเป็นผู้นำคืออะไร เราดูผลงานเป็นตัวหลัก น่าจะตรงกว่าเพราะภาวะความเป็นผู้นำแต่สุดท้ายไม่มีผลงาน พี่น้องประชาชนก็จะผิดหวัง
เมื่อถามว่าความคืบหน้า "บางระกำโมเดล"นั้นเป็นอย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะติดตามในส่วนของข้าราชการ ในเรื่องของการเตรียมงานของบางระกำโมเดล ซึ่งรายละเอียดทุกหน่วยงานต้องไปชี้แจงรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้รับผิดชอบแต่ละด้าน ในส่วนของ 2 อาร์กับ 2 พี จากนั้นคงต้องไปรวบรวมข้อมูลเพื่อมาวิเคาระห์เรื่องนี้จะเป็นต้นแบบของอำเภออื่นและจังหวัดอื่นๆที่จะดึงข้อมูลเข้าสู้วอร์รูม ซึ่งจะดำเนินการครบวงจรแต่ต้องไปดูความพร้อมในการดึงข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจได้เมื่อไหร่
"สุรวิทย์" อุ้มประธานสภาทำหน้าที่ดีแล้ว
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์ในสภาคืนที่ผ่านมาว่า หลายคนมองว่าเมื่อปิดประชุมไปแล้วก็น่าจะปิดสภาเพราะถือว่านายกฯแถลงแล้ว ส่วนการชี้แจคือส่วนประกอบ โดยส่วนใหญ่มองว่าสมบูรณ์แล้วแต่บางฝ่ายมองว่ายังไม่สมบูรณ์และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจึงควรทำต่อให้สมบูรณ์ วันนี้จึงนัดประชุมและเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานเพราะรัฐบาลจะไม่อภิปรายแล้ว
นพ.สุรวิทย์กล่าวว่านายสมศักดิ์ พยายามประนีประนอม และตั้งใจให้บรรยากาศไม่แตกหักจึงเป็นอย่างที่เห็น แม้บางคนมองว่าดีแล้ว แต่บางคนบอกว่าควรเข้มงวดกว่านี้ เพราะพอแก้ไขได้ และไม่ถือว่าประธานในที่ประชุมไม่ทันเกมฝ่ายค้านเพราะมีความประนีประนอมปรองดอง



