ข่าว

แฟนเก่าสาวโอเกะโหด!ใช้อีโต้จี้คอซ้อมอ่วม

แฟนเก่าสาวโอเกะโหด!ใช้อีโต้จี้คอซ้อมอ่วม

25 ส.ค. 2554

แฟนเก่าสาวโอเกะโหด! บุกห้องเอามีดอีโต้จี้คอจับมัดมือ-เท้า ซ้อมอ่วม ไม่หน่ำใจเอาถุงยางอนามัยเหรียญบาทยัดปาก อีกราย เฒ่าเมืองรถม้าโหด ใช้มีดฟันสองแม่ลูกดับสยองคาบ้าน

           เวลา 05.00 น. วันที่ 25 ส.ค. 54 ขณะที่ ร.ต.ท.พิทักษ์ เนินแสง ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้มี น.ส.กันต์กนิษฐ์ ข่าทิพย์พาที อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 680/10 ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีอาชีพเป็นนักร้องคาราโอเกะ แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับร้อยเวร พร้อมทั้งเล่าเหตุการณ์นี้ให้ฟังว่า ได้ถูกแฟนเก่าที่ได้เลิกลากันไปแล้ว บุกเข้ามาในห้องพัก ที่ห้องแถว ไม่มีชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 265/40 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตรงข้ามโพธิ์สาร ซอย 4 โดยได้จับบังคับทำร้ายร่างกาย และจับตนมัดมือมัดเท้าด้วยเข็มขัด พร้อมทั้งมีดจี้ที่คอและยังใช้เหรียญบาทและถุงยางอนามัยยัดใส่ปาก
 
          น.ส.กันต์กนิษฐ์ ยังให้การต่ออีกว่า หลังจากที่อดีตแฟนหนุ่มหลับไป ตนจึงพยามแก้มัดดิ้นรนจนแก้มัดได้  จากนั้นจึงได้รีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในระแวกใกล้เคียง ก่อนตั้งสติได้จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือดังกล่าว หลังได้รับแจ้งจึงได้นำกำลังไปควบคุมตัว
         
          เมื่อไปถึงที่ห้องพักดังกล่าวพบ นายจัตุพล ทองจัตุ อายุ 24 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างขับวินจักรยานยนต์ นอนอยู่ในห้อง  เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว จากการตรวจค้นภายในห้องพัก ที่ปลายเท้านายจัตุพล พบเข็มขัดจำนวน 3 เส้นมัดติดกัน เหรียญบาทจำนวนหนึ่ง บริเวณบนโซฟา พบมีด อีโต้ 1 เล่ม และถุงยางอนามัยจำนวน 5 อัน ก่อนนำตัวพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา 1.บุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน  2.ทำร้ายร่างกาย  3.กักขังหน่วงเหนี่ยว ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป
         
          ทางด้าน ร.ต.ท.พิทักษ์ เนินแสง ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า นายจัตุพล ได้จับน.ส.กันต์กนิษฐ์ มัดมือมัดเท้าล่ามโซ่ และให้อดข้าวอดน้ำไปครั้งหนึ่งแล้ว  โดยเหตุเกิดวันที่ 9 ก.ย. 53 ในท้องที่ สภ.บางละมุง จนถูกเจ้าหน้าที่ ออกหมายจับดำเนินคดี ก่อนที่ทั้งคู่จะไกล่เกลียตกลงกันได้ พร้อมทั้งได้เลิกลากันไปกว่า1 ปี ต่อมานายจัตุพล ได้กลับมาก่อเหตุในลักษณะอย่างนี้อีกครั้ง จึงควบคุมตัวดำเนินคดี


เฒ่าโหดใช้มีดฟันสองแม่ลูกดับสยองคาบ้าน
 
          เวลา 06.00 น.วันที่ 25 ส.ค.54  พ.ต.ท.จรัญ จารุเนตรรัศมี พนักงานสอบสวน สภ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง รับแจ้งว่ามีเหตุฆ่ากันตายที่บ้านเลขที่ 169 หมู่ 5 บ้านสันมะเกลือ ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง จึงประสานแพทย์เวรฯ โรงพยาบาลอำเภอแจ้ห่ม พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยอำเภอแจ้ห่มเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกสูงชั้นเดียว บริเวณหน้าบ้าน พบชาวบ้านพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ กับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก
 
          ทั้งนี้ บนบ้านนเจ้าหน้าที่ พบศพนายเสนา ญานะ อายุ 45 ปี เจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตสภาพเปลือยกายจมกองเลือด อยู่ที่หน้าห้องนอน โดยมีบาดแผลถูกฟันด้วยมีดเป็นแผลฉกรรจ์ตามตัวหลายแห่ง  ถัดไปที่ในห้องครัวเจ้าหน้าที่ยังพบศพนางคำ ญานะ อายุ 71 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนายเสนา นอนเสียชีวิตจมกองเลือดและถูกฟันด้วยมีด เข้าที่มือข้างซ้าย ศรีษะและตามตัว เป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่ง  ก่อนที่แพทย์และพนักงานสอบสวนได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพและนำศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อพิสูจน์ต่อไป ส่วนผู้ที่ก่อเหตุ คือ นายคำ หาญปก อายุ 69 ปี ซึ่งไม่ได้หลบหนีไปไหน ยืนถือมีดรอมอบตัวกับตำรวจ อยู่ที่บ้านซึ่งอยู่ติดกัน ก่อนจะถูกตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ
 
          จากการสอบสวนทราบว่า นายคำ กับนายเสนาและนางคำ สองแม่ลูก ได้ทะเลาะระหองระแหงกันมานาน โดยมีข้อพิพาททะเลาะกันเรื่องรั้วบ้าน ก่อนหน้านี้บ้านทั้งหลังอยู่ติดกันพอถึงหน้าฝนน้ำมักจะไหลเข้าบ้านของนายคำ เพราะว่าบ้านอยู่ต่ำกว่าบ้านของนายเสนา จากนั้นก็มีเรื่องและทะเลาะกันเป็นประจำ ซึ่งนายคำ ได้ให้นายเสนาและนางคำ สร้างรั้วบ้าน เพื่อกันไม่ให้น้ำไหลเข้าบ้านของตัวเอง ซึ่งนายเสนากับนางคำก็ยอมสร้างรั้วปูนขึ้นมาใหม่ เพราะว่าไม่อยากมีปัญหากับนายคำอีก แต่พอสร้างรั้วเสร็จ นายคำก็โวยวายอีกว่าบ้านไม่มีทางออก ต้องอาศัยออกบ้านคนอื่น
 
          จนกระทั่งวันเกิดเหตุทั้งสองบ้านก็ทะเลาะกันรุนแรง ทำให้นายคำโมโห คว้ามีดขึ้นไปบนบ้าน ก่อนจะฟันนายเสนาแบบไม่ยั้งมือ เสียชีวิตก่อนและตามไปฟันนางคำ ซึ่งกำลังอยู่ในห้องครัว  หลังก่อเหตุ นายคำก็ไปรอมอบตัวอยู่ที่บ้านก่อนจะถูกตำรวจจับกุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ 
 
          เบื้องต้นนายคำให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่าสองแม่ลูกจริง เพราะว่าโกรธแค้น บ้านไม่มีทางออก หลังบ้านของสองแม่ลูกสร้างรั้วกั้น เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา"ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" แก่นายคำ และจะได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป