
ลาวตื่นภัยจากการทำลายป่า
หายนะภัยจากธรรมชาติในลาว นับวันทวีความรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง ทางการลาวยอมรับหนึ่งในสาเหตุมาจากการลดลงของป่าไม้
หลังจากพายุ "นกเตน" ทำเอาประชาชนลาวในพื้นที่กว่า 200 หมู่บ้านในเขตแขวงคำม่วน ต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วมอย่างหนัก และโดยเฉพาะในเขตเมืองมหาไซกับเมืองเซบั้งไฟ ถือเป็นเขตที่ประชาชนได้รับผลกระทบหนักที่สุดด้วย เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเซบั้งไฟ สูงขึ้นถึง 21.29 เมตร ในขณะที่ระดับเตือนภัยอยู่ที่ 18.5 เมตร
ยิ่งกว่านั้น การที่แม่น้ำโขงที่เมืองท่าแขกสูงถึง 13.16 เมตร หรือสูงกว่าระดับอันตราย ยังทำให้มวลน้ำจากแม่น้ำเซบั้งไฟ ไม่สามารถไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้ ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเขื่อนน้ำเทิน 2 ที่เมืองนากายอีกด้วย
จนทำให้เขื่อนน้ำเทิน 2 จำต้องหยุดการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยน้ำ ซ้ำเติมภัยน้ำท่วมในเขตตอนล่างของเขื่อน ทั้งๆ ที่ หนึ่งในข้ออ้างของการก่อสร้างเขื่อน จะอ้างช่วยต้านภัยแล้ง และภัยน้ำท่วมในเขตตอนล่างของเขื่อน ก็ตาม
ที่น่าสนใจ คำอ้วน บุบผา อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีลาว ชี้ว่า ปัญหาดังกล่าว ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาตัดไม้ทำลายป่าอย่างกว้างขวาง
โดยจากการสำรวจสภาพป่าไม้ของลาวในปี 1992 พบว่า ลาวยังมีความหนาแน่นของป่าไม้คิดเป็น 47% ของเนื้อที่ทั้งหมดของประเทศ แต่ระดับความหนาแน่นก็ลงลดเป็น 42% ในปี 2002 และในปัจจุบัน ก็เชื่อว่าสภาพป่าไม้ของลาวยังคงเหลือความหนาแน่นอยู่เพียง 35% ของเนื้อที่ทั้งหมดเท่านั้น
ส่วนการใช้ประโยชน์จากที่ดินโดยปราศจากการบริหารและคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ก็ปรากฏว่า กรณีที่กลายเป็นปัญหามากที่สุดในลาวในทุกวันนี้ก็คือ การให้สัมปทานในการเช่าที่ดินระยะยาวแก่เอกชนลาวและต่างชาติที่ไปทับที่ดินของประชาชนและเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจากรายงานของทางการลาวเอง ก็ได้ระบุว่า ได้ให้สัมปทานที่ดินแก่เอกชนต่างชาติไปแล้วถึง 4 แสนเฮกตาร์ (25 ล้านไร่)
นอกจากนี้ ทางการลาวก็ยังได้อนุญาตให้สัมปทานในการสำรวจและขุดค้นแร่ธาตุต่างๆ แก่เอกชนลาวและต่างชาติไปแล้ว 154 บริษัท หรือ 269 โครงการ ซึ่งมีพื้นที่ในการสำรวจและขุดค้นรวมกันกว้างกว่า 2.88 ล้านเฮกตาร์ (กว่า 18 ล้านไร่) ในทั่วประเทศลาวอีกด้วย
โดยล่าสุด ทางการแขวงจำปาสัก ก็สามารถยึดไม้จากนักลักลอบตัดไม้ได้มากกว่า 840,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้งหมดเป็นไม้คะยูงที่เตรียมจะส่งออกไปเวียดนาม และจับกุมผู้กระทำความผิดในกรณีเดียวกันนี้ได้ถึง 106 คน ทั้งยังสามารถยึดรถบรรทุกได้ 28 คัน และรถจักรยานยนต์อีก 6 คัน
ทางด้าน พูมี พูมะนีวง หัวหน้ากรมกวดกาป่าไม้ลาว ก็ยอมรับว่า สาเหตุที่การลักลอบตัดไม้ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากต่อการป้องกันและปราบปรามนั้น ก็เนื่องจากว่า อำนาจการปกครองทั้งที่อยู่ส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ได้อนุญาตให้มีโรงเลื่อยและโรงงานแปรรูปไม้มากเกินไป จนทำให้ยากต่อการที่จะควบคุมและตรวจตราได้อย่างทั่วถึง
แต่ที่น่าห่วงยิ่งกว่านั้นก็คือ รัฐบาลลาวได้วางแผนการที่จะส่งเสริมการก่อสร้างเขื่อน ให้ได้ถึง 170 โครงการ เพื่อทำให้ลาวเป็นผู้ส่งออกพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในเอเชีย นั่นก็หมายความว่าจะต้องมีการตัดไม้อีกหลายสิบล้านลูกบาศก์เมตร อันจะนำมาซึ่งภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นอีกหลายเท่าทวีคูณนั่นเอง!



