ข่าว

เดินหน้าทำงาน...

เดินหน้าทำงาน...

25 ส.ค. 2554

เดินหน้าทำงาน...: ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]

            ด้วยข้อจำกัดทางด้านการพิมพ์ทำให้งานชิ้นนี้เขียนขึ้นก่อนการแถลงนโยบาย และตีพิมพ์หลังการแถลงนโยบายของคุณยิ่งลักษณ์พอดี

             แต่ครั้นจะไม่เขียนถึงเอาซะบ้างก็ดูเหมือนกับว่าจะตกหล่นจากกระแสของบ้านเมืองไปไม่น้อย

             จึงขอเริ่มจากการอภิปรายว่า อะไรคือความหมายของการแถลงนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์?

             คำตอบก็คือ เป็นการสอบจริงสนามแรกของคุณยิ่งลักษณ์ที่จะต้องปะทะกับประชาธิปัตย์ ในเวทีรัฐสภา

             ทั้งนี้เพราะคุณยิ่งลักษณ์นั้นหลีกเลี่ยงการดีเบตกับประชาธิปัตย์มาโดยตลอดในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง

             และโดยลักษณะของการเมืองในวันนี้ทุกอย่างก็สามารถพูดผ่านสื่อได้ ดังนั้นก็เลยยังไม่เคยต้องเผชิญหน้ากับฝ่ายค้านมืออาชีพแบบประชาธิปัตย์ (ไม่นับฝ่ายค้านมืออาชีพอย่างสื่อต่างๆ ด้วย)

             แถมว่า ปชป.นั้นเพิ่งจะลงจากการเป็นรัฐบาลมาอย่างหมาดๆ ดังนั้นจนถึงวันนี้ก็คงจะได้ทราบกันแล้วว่าใครทำหน้าที่ได้ดีกว่ากัน

             ประการต่อมาก็คือ การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในรัฐสภา เป็นเสมือนหมุดหมายอันดีว่าการเมืองแบบรัฐสภาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และสิ่งที่สำคัญก็คือความเข้าใจที่ถูกต้องที่ว่าด้วยเรื่องของการเมืองแบบรัฐสภา โดยเฉพาะประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

             ซึ่งในแง่นี้อยากจะขอเรียนว่า การเมืองแบบรัฐสภานั้นจะยั่งยืนได้ก็ด้วยการแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันแต่ละฝ่าย ไม่ใช่การเอาชนะกันในเชิงจำนวน

             ความจริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องจริงที่ไม่เคยถูกขับเน้น เพราะเรื่องที่เราชอบเอามาพูดกันก็คือ การพูดว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง การเลือกตั้งก็คือการที่ผลัดกันเข้ามาเป็นรัฐบาล โดยรัฐบาลนั้นมีที่มาจากรัฐสภา

             ประเด็นก็คือ ระบบรัฐสภานั้นเป็นระบบที่จะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีความร่วมมือร่วมใจกันของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลด้วย

             แน่นอนว่าเรื่องการตรวจสอบนั้นต้องมีแน่ แต่การตรวจสอบกับเรื่องของการโค่นล้มรัฐบาลนั้นไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เพราะเอาเข้าจริง กฎหมายจำนวนมากที่ผ่านรัฐสภานั้นก็มีที่มาจากการร่วมกันโหวตของทั้งสองฝ่าย

             ไม่นับเรื่องของระบบกรรมาธิการที่มีการทำงานร่วมกันของทั้งสองพรรค

             ภาพการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการตั้งกระทู้ถามนั้นจึงไม่ใช่ภาพทั้งหมดของรัฐสภา ที่ต้องอาศัยการเจรจาต่อรองกัน อภิปรายถกเถียงกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่สมานฉันท์แบบหลับหูหลับตาทำกันไปนั่นแหละครับ

             เรื่องที่สามก็คือ ว่าด้วยตัวนโยบายเองนั้นก็มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกอยู่ที่ว่า จนถึงวันนี้สิ่งที่ยังเป็นภาพที่ไม่ชัดเจนก็คือ นโยบายรัฐบาลนั้นมีการเขียนขึ้นอย่างไร

             ที่ผ่านมา เราเห็นภาพแต่การเขียนนโยบายของพรรค แล้วเราก็เห็นว่าเมื่อพรรคนั้นชนะก็เชิญข้าราชการมาปรึกษาหารือ

             โดยมีสื่อมวลชนคอยกระทุ้งอยู่เบื้องนอก

             คำถามก็คือ แล้วเราจะมีการเขียนนโยบายของรัฐบาลในรูปแบบอื่นได้หรือไม่? อาทิ การสร้างเวทีปรึกษาหารือกันจากหลายฝ่ายในแต่ละหัวข้อในการร่างนโยบาย ซึ่งสิ่งนี้เรามองไม่เห็นจนกระทั่งวันนี้

             รวมทั้งเรื่องที่สองในประเด็นนี้ก็คือ นโยบายที่สำคัญที่พยายามพูดถึงกันนั้น อาจไม่ได้มาจากนโยบายพรรคที่นำเสนอเอาไว้ในช่วงหาเสียง แต่กลายเป็นนโยบายที่ประชาชนอาจจะสนใจมากกว่านโยบายพรรค อาทิ เรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งก็จะต้องระวัง เพราะการให้นโยบายบางอย่าง อาจจะนำไปสู่ผลที่ไม่ได้คาดคิดในการปฏิบัติงานจริง

             ทีนี้เรื่องสุดท้ายที่น่าสนใจก็คือ จะเป็นไปได้ไหมที่รัฐบาลเองจะนำเสนอว่ารูปแบบการตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลโดยสังคมนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งจากการให้ความร่วมมือกับฝ่ายค้าน การเมืองบนท้องถนน และ สื่อมวลชน ไปจนถึงรูปแบบใหม่ๆ ที่น่าจะเกิดขึ้นได้ในเชิงการวัดประเมิน และการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ

             แถลงนโยบายแล้วก็ทำงานกันไป ร่วมมือกันไปครับผม มีอะไรก็ต่อสู้ ต่อรองกันต่อไปครับ