ข่าว

นักวิชาการชี้พาณิชย์ส่อประโยชน์ทับซ้อน

นักวิชาการชี้พาณิชย์ส่อประโยชน์ทับซ้อน

25 ส.ค. 2554

นักวิชาการ ปูด ก.พาณิชย์ เสี่ยง ผลประโยชน์ทับซ้อน-นโยบายจำนำข้าว เตือน ค่าแรง 300 ดาบสองคมรัฐบาล ระบุ ถ้าคิดแก้ รธน. ต้องรอตกผลึกเสียก่อน

          นายจรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงภาพรวมการแถลงนโยบายของรัฐบาลทั้ง 2 วันว่า บรรยากาศโดยรวมถือว่าดี การอภิปรายมีการถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่คำแถลงของรัฐบาล ไม่ได้เจาะลึกถึงรายละเอียดและวิธีการทำงานเท่าที่ควร และส.ส.ส่วนใหญ่ยังทำการบ้านไม่ดีพอ

          "ภาพของนโยบายยังดูผิวเผิน โดยเฉพาะนโยบายการจำนำราคาข้าวที่น่าเป็นห่วง เพราะนโยบายจะกลับหลังหัน จากการประกันราคา นอกจากนี้ ในส่วนของนโยบายจำนำราคาข้าว ยังอาจจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน จากธุรกิจส่วนตัวของบางคนได้ด้วย"

          นายจรัส กล่าวต่อว่า หลังจากการแถลงนโยบาย รัฐบาลควรหยิบปัญหาบางเรื่องมาเร่งแก้ไข อาทิ การแก้ปัญหาที่ดินที่มีภาคประชาชนเคยขับเคลื่อน แต่ปัญหาที่ดินกลับไม่ค่อยมีบทบาทในนโยบายของรัฐบาล ส่วนเรื่องนโยบายค่าแรง 300 บาท อาจจะเป็นดาบสองคม เพราะผู้ใช้รายงานอาจจะได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันอาจทำให้เกิดเงินเฟ้อง่าย

          ขณะเรื่องสำคัญอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากมีการดำเนินการเมื่อไหร่ จะมีการเคลื่อนไหวของบุคคลที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ดังนั้น อยากให้มีการตกผลึกประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่านี้

          นายจรัส กล่าวด้วยว่า ในส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังเคลื่อนไหว ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกำลังมีบทบาทในสภา ต้องยอมรับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังขาดประสบการณ์ จึงใช้วิธีการอ่าน และสงวนท่าทีการแสดงความเห็น ซึ่งเป็นจุดอ่อนทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์พยายามปกปิดเรื่องนี้

          อย่างไรก็ตาม บางเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรเป็นผู้ชี้แจงด้วยตัวเอง แต่โอกาสต่อไปก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องแสดงบทบาทนายกรัฐมนตรีในการทำงานหลังจากนี้

          ด้านนายสมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงภาพรวมการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า แม้จะมีการแถลงนโยบายไปแล้ว แต่ประชาชนยังต้องจับตาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลต่อไป เพราะอาจจะมีการสอดแทรกรายละเอียดอื่นนอกเหนือจากที่พูดไว้ในสภา

          ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องทบทวน นโยบายที่มีความอ่อนไหวสูง อาทิ นโยบายด้านการต่างประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ทั้งนี้หากกลับไปทบทวนแล้วมองว่าหากดำเนินนโยบายต่อไปจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีก็ควรจะระงับไว้ก่อน อย่าคิดว่าเป็นการเสียหน้าต่อฝ่ายค้านที่มีหน้าที่ตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบรัฐบาล