ข่าว

'ชวน'ทิ่ม'ทักษิณ'ต้นเหตุสุมไฟใต้

'ชวน'ทิ่ม'ทักษิณ'ต้นเหตุสุมไฟใต้

24 ส.ค. 2554

รมว.มหาดไทยยันไม่มีนโยบายตั้ง “นครปัตตานี” เสนอแยกศอ.บต. 2 ส่วน ทั้งราชการ-เอกชน "ชวน" ทิ่ม "ทักษิณ" ต้นเหตุไฟใต้ เตือนรบ.อย่าเอาความมั่นคงประเทศไปทดลอง ชี้หากปัญหาบานปลายจะแก้ยาก ด้าน "ณัฐวุฒิ" รีบป้อง "ทักษิณ" จี้ "ชวน" ถอนคำพูด

           24ส.ค.54 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางบริหารงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในประเด็นเรื่องรูปแบบการปกครองท้องถิ่นที่ถามว่าความชัดเจนคืออะไรนั้น ตนยืนยันว่านครปัตตานีไม่ทำแน่นอน เพราะไม่ใช่นโยบายของพรรคและของรัฐบาล แต่เป็นความคิดของคนๆ เดียวจริง รัฐบาลได้มีการเขียนเป็นนโยบายอย่างกว้างๆ ว่าเป็นการกระจายอำนาจที่ถูกต้องเหมาะสมกับพื้นที่ การหาผู้นำไปที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่ง ซึ่งชายแดนภาคใต้ก็มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ โดยหากตนขอเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็อาจจะเป็นความเห็นส่วนตัว และก้าวกระโดดจนเกินไป ซึ่งตรงนี้ถือเป็นโจทย์ที่ยาก ส่วนการปกครองท้องถิ่นรูปแบบที่เหมาะสมจริงๆ นั้น ก็ต้องมีการระดมความคิดว่าจะมีรูปแบบปกครองใดเหมาะสมกับพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเมื่อได้รูปแบบแล้วก็จะมาขอความเห็นชอบจากสภาอีกครั้ง

            นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า ส่วนศอ.บต.นั้น ตนมองว่าถูกตั้งขึ้นมาโดยมีโครงสร้างเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐมากกว่าประโยชน์ของประชาชน เพราะในตำแหน่งผอ.ได้รับระดับ 11 งบประมาณภาครัฐก็มี ข้าราชการที่อยู่ภาคใต้ก็จะได้ทวีคูณ แต่ไม่ชัดเจนว่าประชาชนได้รับประโยชน์เป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างไรบ้าง ตนจึงอยากปรับศอ.บต.เป็น 2 ส่วน คือ ศอ.บต.ในส่วนของภาคราชการก็ทำไป แต่ตนอยากเพิ่มความสำคัญภาคเอกชนในศอ.บต. ด้วย โดยไม่ใช่เฉพาะเป็นที่ปรึกษาหรือรูปแบบ แต่ขอให้การตัดสินใจภาคประชาชนนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ซึ่งตนกำลังหารูปแบบที่เหมาะสม ยืนยันว่าจะไม่ทำอย่างพลการและจะมาขอคำปรึกษา เพราะเรื่องอย่างนี้ทดลองไม่ได้ ต้องทำจริงๆ

            ต่อมาเวลา 18.52 น. นายชวน หลีกภัย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ผลของนโยบายจะเกิดขึ้นจริงก็ขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติ หลายเรื่องที่มีการแถลง แต่การปฏิบัติกลับอยู่ตรงกันข้าม อย่างน้อยอารัมภบทของนโยบายที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้แถลง หากมีการตระหนักเรื่องนี้จริงๆ เชื่อว่าทิศทางบ้านเมืองจะน่าสบายใจขึ้น ที่ผ่านมาอารัมภบทประเทศไทยมีศักดิ์ศรีอย่างต่อเนื่อง จากการยึดมั่นในสภาบันพระมหากษัตริย์ และผลักดันให้สังคมไทยได้ทางออก

            นอกจากนี้สิ่งที่บอกว่าต้นทุนทางสังคมเป็นปัจจัยให้ประเทศมีภูมิคุ้มกัน ถ้ามีการคิดแบบจริงๆ ต้องไม่ไปทำสิ่งที่ดีงามที่สะสมมายาวนานเสียหาย แต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หากใครจะเปลี่ยนแปลงหรือจาบจ้วงสถาบัน รัฐบาลต้องให้คำสัญญา โดยไม่ลูบหน้าปะจมูก หากพบการละเมิด แต่ไม่มีใครดำเนินการ จะมีปัญหาได้

            นายชวน กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายรถไฟความเร็วสูง ตนไม่พบว่าจะมีเส้นทางลงพื้นที่ภาคใต้ เข้าใจว่าจะไม่พัฒนาหรือไม่ หากไม่เลือกพรรคเพื่อไทย หวังว่าแนวคิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยบอกจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยอย่างเดียวคงไม่มาถึงรัฐบาลชุดนี้ เพราะเส้นทางรายได้ของรถไฟสูงที่สุดอยู่ที่ภาคใต้ รองลงมาภาคอีสาน และภาคเหนือ ดังนั้นกรุณาให้ความกระจ่างว่านโยบายรถไฟความเร็วสูง แต่ไม่มีภาคใต้หมายถึงอะไร ไม่อยากเปลืองกระดาษ หรือไม่มีนโยบาย ส่วนนโยบาย ด้านการศึกษา ในเรื่องกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยส.) คงเป็นเรื่องหวังดี หลังจากแนวคิดนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2538 ต้องการให้ผู้ที่มีฐานะยากจนมีโอกาส โดยกำหนดให้ครอบครัวผู้กู้ยืมต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.25 แสนบาท แต่ขณะนี้กยส. กำลังจะเปลี่ยนรูปแบบโดยไม่พิจารณาจากฐานะของผู้กู้ยืม อาจจะทำให้ไปเบียดสิทธิของเด็กยากจรได้ ตนจึงอยากให้มีการตั้งกองทุนใหม่ โดยไม่เปลี่ยนรูปแบบของกองทุนกยส.เดิม

            นายชวน กล่าวว่า ตนยังกังวลนโยบายปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่รัฐบาลจะยึดแนวนครปัตตานี หรือใช้แนวกระจายอำนาจ ซึ่งเรื่องนี้ตนยังสงสัยเพราะเมื่อตอนหาเสียง พรรคเพื่อไทยได้ประกาศชัดเจนว่าจะใช้นโยบายนครปัตตานี ซึ่งตนทราบว่ามีการร่างพรบ.ไปแล้ว 152 มาตรา แต่เมื่อนโยบายเขียนมาไม่ชัดเจน เพราะถ้าไม่เข้าใจปัญหาภาคใต้อย่างถ่องแท้ปัญหานี้อาจจะไม่สร้างกลไกแก้ปัญหาได้ นอกจากนี้ สิ่งที่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี ยังเป็นห่วง เพราะในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.โกวิท ยังทำงานที่ตำรวจตระเวนชายแดน ไม่เคยไปรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ นโยบายที่เขียนว่า จะส่งเสริมการกระจายอำนาจท้องถิ่น มีรูปแบบที่สอดค้อลงกับพื้นที่ โดยไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญนั้น ก็ขอให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบายให้กระจ่างกว่านี้

            นายชวน กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนนโยบายถ้าไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ จะทำให้เป็นปัญหา จุดเริ่มต้นวันที่18 เม.ย.2544 เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเดินทางไปพูดที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตนยังจำแม่น เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าตอนนี้รัฐบาลรู้ปัญหาภาคใต้หมดแล้ว ปัญหาจะแก้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน ซึ่งนโยบายที่เปลี่ยนหากสงสัยใครว่าเป็นโจร สามารถฆ่าทิ้งให้หมด ทำให้วันนั้นมีการตั้งกองกำลังจรยุทธน้อยเป็นปึกแผ่น จากนั้นสามรถปล้นปืนจากค่ายทหารได้

            ต่อมาพ.ต.ท.ทักษิณได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อประเทศสิงคโปร์ โดยยอมรับว่าการกระทำกับมุสลิมภาคใต้ถือว่าผิดพลาด เพราะการเป็นตำรวจมีทั้งกำปั้นเหล็ก และถุงมือกำมะหยี่ ตนเสียใจที่เคยใช้กำปั้นเหล็กมากเกินไป

            “ขอให้อย่าเอาความมั่นคงของประเทศไปทดลอง เพราะถ้าผิดพลาดแล้วจะแก้ปัญหาได้ยาก ส่วนเรื่องการปรองดองผมสนับสนุน หากมีหลักนิติรัฐประเทศจะเดินหน้าได้ ถ้านายกฯสั่งฆ่า 91 ศพ ถ้าทำก็ต้องดำเนินการ หรือใครสั่งเผาศาลาว่าการจังหวัด ถ้าทำก็ต้องดำเนินการเช่นกัน”นายชวนกล่าว

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายณัฐวุติ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ประท้วง โดยระบุให้นายชวนถอนคำพูดที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นต้นเหตุของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้สัมภาษณ์โดยสารภาพว่าได้ปราบปรามประชาชนภาคใต้ เป็นเพียงคำพูดของอดีตผู้นำประเทศ แต่กลับมีผู้นำบางคนสั่งฆ่าประชาชน 91 ศพ แต่กลับไม่แสดงความรับผิดชอบ

 

"ปชป."จี้"ปู"สอน"สุรพงษ์"วางตัวให้เหมาะ

            น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวอภิปรายว่า จากกรณีที่รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่ารัฐบาลไทยได้ร้องขอให้ญี่ปุ่นออกวีซ่าให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อเดินทางเข้าประเทศ อยากถามว่าเป็นความประสงค์ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือความต้องการของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เพียงคนเดียว หากมีการกระทำดังกล่าวจริง ประชาชนอาจจะคิดได้ว่ารัฐบาลมีธรรมาภิบาลหรือไม่ในการปกป้องคนกระทำผิด ดังนั้น อยากฝากนายกฯช่วยชี้แนะในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

            น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปีแรก เพื่อสร้างความเติบโตในระดับประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ ไทยมีความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอดและยิ่งเฉพาะกัมพูชา แต่ที่ยังเป็นปัญหาอยู่คือเรื่องเขตแดน และการจะฟื้นความสัมพันธ์จำเป็นต้องใช้เวลา ไม่ใช่สามารถดำเนินการได้แค่เวลาอันสั้น ทั้งนี้ การรวบตัวของประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้นในปี 2558 และหากเร่งดำเนินการ ก็อาจจะเป็นเพียงกระดาษ ดังนั้น หากไม่พิจารณาให้ดีก็อาจส่งผลต่อระยะยาวให้กับประเทศ

            น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า ส่วนนโยบายคมนาคมภายในและภายนอกภูมิภาค หากคิดไม่ได้ ก็ขอให้ยึดแนวทางของรัฐบาลชุดเก่าไว้ ทั้งนี้ การสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อมิตรประเทศ หากใช้ความสัมพันธ์ที่มากเกินไปก็อาจไม่ดีต่อประเทศก็ได้ หากใช้สัมพันธ์ส่วนบุคคลอาจถูกมองได้ว่าต้องการแบ่งผลประโยชน์จนนำไปสู่ความขัดแย้งตามมา