กัดดาฟีโวใช้กลยุทธ์ลับลวงพราง
กัดดาฟีลั่นสู้จนตัวตายหลังกลุ่มกบฏบุกยึดกองบัญชาการใหญ่ใจกลางเมืองหลวง โวเป็นกลยุทธ์ล่าถอยเพื่อลวงฝ่ายต่อต้าน กลุ่มกบฏเผยแผนเผด็จศึกใน 72ชม. ตั้งรัฐบาลซ้อนคุมกระทรวงน้ำมัน มหาดไทย สื่อสาร และสาธารณสุข ย้ำไม่ส่งตัวกัดดาฟีขึ้นศาลโลก
สถานีโทรทัศน์อัลอารูบารายงานว่าพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียได้แถลงครั้งล่าสุดเมื่อวันพุธ (24 ส.ค.) ผ่านสถานีวิทยุท้องถิ่นในกรุงตริโปลี และสถานีโทรทัศน์อัล-ราอีแห่งลิเบีย ประกาศว่าตัวเองจะเป็นผู้กำชัยชนะ หรือ ไม่เช่นนั้นก็ยอมพลีชีพในการทำสงครามกับกองกำลังนาโต สำหรับการถอนกำลังออกจากบับ อัลอาซิซิยา หรือกองบัญชาการใหญ่ซึ่งเป็นที่มั่นของฝ่ายรัฐบาลนั้น พันเอกกัดดาฟีกล่าวว่าเป็นกลยุทธ์หนึ่งเพื่อลวงกลุ่มกบฏ หลังจากถูกกองกำลังนาโตทิ้งระเบิดถล่มถึง 64 ครั้ง
เมื่อคืนวันอังคาร (23 ส.ค.) กลุ่มกบฎได้บุกเข้าไปยังที่พักอาศัยของพันเอกกัดดาฟีในกรุงตริโปลี ปล้นคลังแสง และโค่นอนุสาวรีย์ของพันเอกกัดดาฟีลงมาเหยียบย่ำ แต่ยังไม่มีผู้ใดทราบว่าพันเอกกัดดาฟีหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด
ด้านนายคีร์ซาน อิลยุมซินอฟ ประธานสหพันธ์หมากรุกโลก ชาวรัสเซีย ซึ่งรู้จักกับผู้นำลิเบียตั้งแต่ปี 2547 เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (23 ส.ค.) ว่าพันเอกกัดดาฟีได้โทรศัพท์หาตัวเองและพูดคุยกันเพียงสั้นๆ โดยบอกว่ายังอยู่ในกรุงตริโปลี รวมทั้งไม่มีแผนหลบหนีออกจากลิเบีย ทั้งยังยืนยันจะปกป้องประเทศ และขอบคุณทุกคนทั่วโลกที่ให้การสนับสนุนประเทศเล็กๆ ที่กำลังต่อสู้กับประเทศสมาชิกนาโต
คาดกลุ่มกบฏยึดประเทศใน72 ชั่วโมง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของอดีตเอกอัคราชทูตลิเบียประจำสหประชาชาติ ที่ระบุว่าพื้นที่ทั้งหมดของลิเบียจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากที่ได้เข้ายึดบับ อัล-อาซิเซีย แล้ว
อย่างไรก็ตามโฆษกนาโตเตือนว่า แม้ฝ่ายกบฏยึดค่ายทหารของกัดดาฟีได้แล้ว แต่ยังไม่มีใครเดาได้ว่ากองกำลังของกัดดาฟีทั้งหมดจะวางอาวุธและยุติการสู้รบอย่างแท้จริงเมื่อไหร่ จึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้วิถีทางเจรจาให้ได้ข้อตกลงทางการเมืองเพื่อให้พันเอกกัดดาฟียอมจำนนโดยสิโรราบ
นายมาห์มุด จิบริล ประธานสภาการถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติ (เอ็นทีซี) ระบุว่าการต่อสู้เพื่อยึดครองลิเบียที่ได้ดำเนินมานาน 6 เดือน ได้สิ้นสุดลงแล้ว ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าประชาชนชาวลิเบียในเมืองอื่นๆทั่วประเทศจะได้รับการปลดแอกจากระบอบการปกครองของพันเอกกัดดาฟีด้วย เอ็นทีซีกำลังเร่งถ่ายโอนอำนาจของฝ่ายกบฏจากเมืองเบงกาซีร์ ไปยังกรุงตริโปลี โดยครึ่งหนึ่งของรัฐบาลชุดใหม่จะเข้าไปอยู่ในกรุงตริโปลี วันพฤหัส (25 ส.ค.)และจะเข้าบริหารกระทรวงน้ำมัน , กระทรวงสื่อสาร , กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข นอกเหนือจากจะมีทีมเข้าไปดูแลด้านเสถียรภาพ เมื่อสร้างความมั่นใจว่า กรุงตริโปลีจะมีไฟฟ้าและน้ำประปาให้ใช้
เอ็นทีซีเปิดเผยด้วยว่าการรบอย่างหนักหน่วงกับทหารที่ภักดีต่อพันเอกกัดดาฟีในตริโปลีในช่วง 3 วันที่ผ่านมาทำให้มีผู้เสียชีวิต 400 คน บาดเจ็บ 2,000 คน และจับตัวทหารฝ่ายกัดดาฟีได้ราว 600 คน ขณะที่เอ็นทีซี เตรียมขอรับเงินช่วยเหลือจากนานาชาติประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 74,000 ล้านบาท)ภายในสิ้นเดือนนี้เพื่อใช้ฟื้นฟูประเทศที่ได้รับความเสียหายจากสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อนาน 6 เดือน
ทหารรัฐบาลยิงจรวด'สกั๊ด'ถล่มที่มั่นกบฏ
แหล่งข่าวในลิเบียเปิดเผยว่ากองกำลังฝ่ายรัฐบาลลิเบียได้เปิดฉากยิงจรวด "สกั๊ด" หลายลูกจากฐานในเมืองเซิร์ตโดยมีเป้าหมายที่เมืองมิสตราตา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของนาโตยืนยันว่ามีการยิงจรวดแบบไม่นำวิถีจากเมืองเซิร์ตไปยังเมืองมิสตราตา แต่พลาดเป้าไปตกในพื้นที่นอกเมืองมิสตราตาและไม่ได้สร้างความเสียหายหรือผู้เสียชีวิตจากการระเบิดแต่อย่างใด
ทูตลิเบียเปลี่ยนขั้ว
มีรายงานว่านักการทูต และ นักศึกษาชาวลิเบียในกรุงมะนิลาได้เผาธงชาติสีเขียวและนำธงสีเขียว ดำและแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มกบฏในลิเบียมาคลุมป้ายสถานทูตลิเบียประจำกรุงมะนิลา ทั้งยังทำลายภาพของพันเอกกัดดาฟี พร้อมกับตะโกนคำว่า เสรีภาพ และ กัดดาฟีออกไป
ด้านกงสุลลิเบีย เปิดเผยด้วยว่า นักการทูตลิเบียเกือบ 85% จาก 165 แห่งทั่วโลกได้ประกาศรับรองสภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติแล้ว และอำนาจของกัดดาฟีสิ้นสุดลงแล้ว
อย่างไรก็ตามโฆษกกระทรวงต่างประเทศฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า นักการทูตลิเบียเหล่านี้อาจถูกเนรเทศออกนอกฟิลิปปินส์ หากกระทรวงต่างประเทศลิเบียร้องขอไม่ให้รัฐบาลฟิลิปปินส์รับรองนักการทูตเหล่านี้ เนื่องจากขณะนี้ฟิลิปปินส์ยังไม่ได้ตัดสัมพันธ์กับพันเอกกัดดาฟี เพื่อปกป้องแรงงานฟิลิปปินส์ราว 1,600 คนที่ยังอยู่ในลิเบีย
ขณะเดียวกันสถานทูตลิเบียในอาร์เจนตินา ได้ประกาศรับรองสภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติของฝ่ายกบฏเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายของลิเบียแล้วเช่นกัน พร้อมกับได้เปลี่ยนธงของฝ่ายกบฏแทน



