
ธปท.ห่วง4ปัจจัยฉุดศก.ครึ่งปีหลัง
ธปท.มองปีนี้เศรษฐกิจยังโตได้ 4.1% เตรียมรับมือ 4 ปัจจัยเสี่ยงในครึ่งปีหลัง
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะเติบโตในระดับ 4.1% โดยปัจจัยเสี่ยงในครึ่งปีหลังมาจาก 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวลง และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องผ่านช่องทางการค้าระหว่างประเทศมายังเอเชียรวมถึงไทยได้ 2.แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้จะมีแนวโน้มลดลงบ้างจากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ทำให้จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินจำเป็นต้องมีบทบาทช่วยชะลอไม่ให้เศรษฐกิจขยายตัวร้อนแรง
3.ความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายที่มีผลต่อค่าเงินบาท ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ก็ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายแก่ภาคธุรกิจ เพราะค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นจะเอื้อต่อการนำเข้าเพื่อการบริโภคและการลงทุน ส่วนความท้าทายสุดท้ายคือ แนวนโยบายการคลังในระยะต่อไปของรัฐบาลที่มีแนวโน้มใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งจากบทเรียนวิกฤติหนี้ยุโรป ตลอดจนปัญหาหนี้สาธารณะในระดับสูงของสหรัฐ สะท้อนให้เห็นความสำคัญของวินัยทางการคลัง ภาครัฐจึงควรระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อไม่ให้ระดับหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจนเกินกรอบความยั่งยืนทางการคลัง และกลายเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านการคลัง และความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว
"ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณและฐานะการคลังของไทย ภาครัฐจึงควรจัดลำดับความสำคัญของนโยบาย รวมทั้งทยอยดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจร้อนแรงเกินศักยภาพและเกิดผลกระทบรุนแรงต่อเงินเฟ้อ โดยมุ่งใช้นโยบายเพื่อให้การใช้จ่ายเกิดประโยชน์สูงสุด และยึดกรอบวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด" นายประสารกล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารนโยบายเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือ ธปท.ต่างมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจเดียวกัน คือ การเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ซึ่งในส่วนของธปท.ได้ยึดมั่นในเป้าหมายนี้มาโดยตลอด หน้าที่หลัก คือ การรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ โดยการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ตลอดจนความมั่นคงและความมีประสิทธิภาพของระบบสถาบันการเงินและระบบการชำระเงิน เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน
ด้าน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานกรรมการ ธปท. กล่าวถึงมุมมองที่มีต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่า ความจริงแล้วความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อกับความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะหากเงินเฟ้อสูงมากๆ เศรษฐกิจก็ไม่ดี เพียงแต่การทำงานของ ธปท.ในบางครั้งก็ต้องดูการเมืองด้วย แต่ส่วนจะทำหรือไม่ทำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง



