ข่าว

จี้รัฐแก้ปัญหาปาล์มช่วยเกษตรกร

จี้รัฐแก้ปัญหาปาล์มช่วยเกษตรกร

25 ส.ค. 2554

ผลศึกษาชี้น้ำมันปาล์มไทยแข่งขันในตลาดอาเซียน-โลกยาก เหตุต้นทุนสูง ผลผลิตต่ำ คาดอนาคตนำเข้าปาล์มเพิ่มขึ้น กระทบเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มในประเทศ แนะรัฐเร่งแก้ปัญหาทั้งระบบ

            นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลการวิเคราะห์เรื่อง ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม สู้หรือเลิกในตลาดอาเซียน ว่าน้ำมันปาล์มของไทยไม่มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในตลาดโลกและตลาดอาเซียน เนื่องจากน้ำมันปาล์มไทยมีคุณภาพต่ำ สกัดเป็นน้ำมันได้เพียง 15-17% ในขณะที่มาเลเซีย สกัดน้ำมันได้ 20.45% และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 23% ในปี 2563 ทำให้ต้นทุนการผลิตของไทยสูงกว่ามาเลเซียถึง 4 เท่า

            ทั้งนี้ เมื่อมีการเปิดเสรีภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คาดว่าไทยจะต้องมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มเพิ่มมากขึ้น โดยน่าจะมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบประมาณ 9 หมื่นตันในปี 2559 ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเกษตรกรไทย ดังนั้น รัฐต้องเร่งปฏิรูปการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ โดยตั้งเป็นสถาบันนโยบายและพัฒนาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งชาติ (สปน.) ในรูปแบบองค์การมหาชนที่ปลอดจากการเมือง แทนคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กปน.) อีกทั้งต้องพัฒนาสายพันธุ์ปาล์มให้มีคุณภาพดี และลดต้นทุนการผลิตลง

            นายอัทธ์ กล่าวว่า ปัญหาของการพัฒนาปาล์มน้ำมันในไทย ส่วนหนึ่งเพราะเกษตรกรไม่มีอำนาจต่อรอง เนื่องจากเป็นเกษตรกรรายย่อยถึง 75% ที่มีพื้นที่น้อยกว่า 25 ไร่ และการขยายพื้นที่ปลูกไม่เหมาะสม เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือที่มีน้ำน้อย ทำให้ผลผลิตต่ำต้นทุนสูง ซึ่งปัจจุบันไทยมีต้นทุนไร่ละ 9,895 บาท มาเลเซียมีต้นทุนผลิตไร่ละ 2,560 บาท ขณะที่ปัจจุบันไทยมีพื้นที่เพาะปลูก อยู่ 4.08 ล้านไร่ ให้ผลแล้ว 3.5 ล้านไร่

            "ไทยจะเน้นการส่งออกน้ำมันปาล์มคงไม่ได้ เพราะต้นทุนสูง แต่ที่ต้องเร่งบริการจัดการคือการลดต้นทุน พัฒนาพันธุ์ เพื่อให้เกษตรกรที่ปลูกปาล์มอยู่แล้วกว่า 3 ล้านไร่ สามารถที่จะแข่งขันได้ และไม่เสียหายจากน้ำมันปาล์มนำเข้า เพราะอนาคตจะต้องมีการนำเข้าจากอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และพลังงานทดแทนแน่นอน เพราะราคาที่ถูกกว่า และไม่ควรเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มอีกแล้ว" นายอัทธ์