ข่าว

คาดกบฏลิเบียยึดพื้นที่ได้ทั้งหมดใน72ชม.

คาดกบฏลิเบียยึดพื้นที่ได้ทั้งหมดใน72ชม.

24 ส.ค. 2554

คาดกบฏจะยึดพื้นที่ทั่วประเทศได้ภายใน 72 ชม. ขณะที่ "กัดดาฟี" ลั่นการถอนออกจากที่มั่นในกรุงทริโปลีเป็นกลยุทธ์แต่จะไม่ยอมออกจากลิเบีย นักวิเคราะห์มองบับ อัล อาซิซิยาสัญลักษณ์แห่งความสำคัญผิดของ "กัดดาฟี"

          24ส.ค.2554 อดีตเอกอัครราชทูตของลิเบียประจำสหประชาชาติ คาดว่าพื้นที่ทั่วประเทศลิเบียจะตกอยู่ในมือของฝ่ายกบฏภายใน 72 ชั่วโมง ขณะที่กบฏลิเบียสามารถยึดค่ายทหารบับ อัล-อาซิเซีย ที่ตั้งของบ้านพักผู้นำเผด็จการในกรุงทริโปลีเมื่อวานนี้หลังยิงต่อสู้นาน 5 ชั่วโมงกับกองกำลังที่ภักดีต่อพันเอกกัดดาฟี

          กบฏได้เผาทำลายเต้นท์แบบชนเผ่าเบดูอินของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟีที่เคยใช้ต้อนรับผู้นำต่างชาติ และยังทำลายรูปปั้นมือทองคำที่กำเครื่องบินรบของสหรัฐ นอกจากนี้ยังทำลายรูปปั้นของกัดดาฟี และนำหัวรูปปั้นมาเหยียบกระทืบด้วยความสะใจ และตระเวนยิงปืนขึ้นฟ้าฉลองชัยชนะ รวมถึงขโมยอาวุธและกระสุนจากคลังแสงภายในค่ายด้วย

          การยึดค่ายทหารบับ อัล-ซิเซียเป็นความสำเร็จอีกก้าวของฝ่ายกบฏ หลังจากบุกเข้าสู่กรุงทริโปลีตั้งแต่วันอาทิตย์ โดยใช้เวลาต่อสู้นาน 6 เดือนกว่าจะรุกคืบถึงเมืองหลวงเพื่อโค่นล้มผู้นำเผด็จการที่ปกครองประเทศนาน 42 ปี และประกาศว่าการจับตัวกัดดาฟีจะเป็นชัยชนะที่แท้จริง

          ขณะที่โฆษกของนาโต้เตือนว่า แม้ฝ่ายกบฏยึดค่ายทหารของกัดดาฟีได้แล้ว แต่ยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่ากองกำลังของกัดดาฟีทั้งหมดจะวางอาวุธและยุติการสู้รบอย่างแท้จริงเมื่อไหร่ จึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้วิถีทางเจรจาให้ได้ข้อตกลงทางการเมืองเพื่อให้กัดดาฟียอมจำนนโดยสิโรราบ

          สภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติ ซึ่งเป็นคณะบริหารของกบฏลิเบีย เผยเมื่อวานว่า การรบอย่างหนักหน่วงกับทหารที่ภักดีต่อกัดดาฟีในทริโปลีในช่วง 3 วันที่ผ่านมาทำให้มีผู้เสียชีวิต 400 คนและผู้บาดเจ็บ 2,000 คน และจับตัวทหารฝ่ายกัดดาฟีได้ราว 600 คน และสภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติ เตรียมขอรับเงินช่วยเหลือจากนานาชาติราว 2,500 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นเดือนนี้เพื่อมาใช้ฟื้นฟูประเทศที่ได้รับความเสียหายจากสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อนาน 6 เดือน


"กัดดาฟี"ลั่นการถอนออกจากที่มั่นเป็นกลยุทธ์

          ขณะที่พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ได้ประกาศในวันที่ 24 ส.ค.ว่า การถอนออกจากที่มั่นในกองบัญชาการใหญ่บับ อัล อาซิซิย่า ในกรุงทริโปลี เป็นกลยุทธ์การล่าถอย หลังจากที่มั่นแห่งนี้ ถูกกองกำลังขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต้ ทิ้งระเบิดถล่มถึง 64 ครั้ง

          สถานีโทรทัศน์ อัลอารูบ้า รายงานว่า ถ้อยแถลงครั้งล่าสุดของพันเอกกัดดาฟี มีขึ้นผ่านทางสถานีวิทยุท้องถิ่นในกรุงทริโปลี และออกอากาศพร้อมกับของสถานีโทรทัศน์ อัล-ราอี ซึ่งเขาได้ประกาศว่าจะกำชัยชนะ หรือไม่ก็ยอมพลีชีพในการทำสงครามกับนาโต้

          นายมาห์มุด จิบริล ประธานสภาการถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติของลิเบีย หรือ NTC ระบุว่า การต่อสู้เพื่อการยึดครองลิเบีย ได้ดำเนินมา 6 เดือน และสิ้นสุดลงแล้ว แม้ว่าจะมีการสู้รบกันอย่างประปรายภายในและภายนอกกรุงทริโปลี การที่เมืองหลวงล่ม ก็หมายถึงระบอบล่ม  เขาไม่ได้พูดเกินความจริงว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ที่อื่น ๆ ก็จะได้รับการปลดแอกด้วยเช่นกัน

          ก่อนหน้านี้ ฝ่ายกบฎได้ทำลายสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของระบอบเก่า หลังจากบุกเข้าไปยังสถานที่พักอาศัยของพันเอกกัดดาฟี่ในกรุงทริโปลี , บุกปล้นแสง และโค่นอนุสาวรีย์ของพันเอกกัดดาฟี่ลงมาเหยียบย่ำ โดยไม่ทราบว่า พันเอกกัดดาฟีหายตัวไปอยู่ที่ใด

          นายมาห์มุด ชัมมาน รัฐมนตรีข่าวสารของ NTC ระบุว่า ไม่สำคัญว่าพันเอกกัดดาฟี่อยู่ที่ใดเพราะกองกำลังฝ่ายกบฎสามารถยึดครองพื้นที่ของประเทศได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว การต่อสู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรุงทริโปลี แต่ยังมีอีกหลายเมืองทั่วประเทศ ซึ่งหมายถึงฝ่ายกบฎกำลังติดพันการรบในแนวหน้าอยู่ประมาณ 3 - 4 แห่ง โดยที่กำลังมีอยู่จำกัด

          ในขณะที่มีการรีบเร่งให้ถ่ายโอนอำนาจของฝ่ายต่อต้านจากเมืองเบงการซีร์ ไปยังกรุงทริโปลีนายชัมมานน์ กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ครึ่งหนึ่งจะเข้าไปอยู่ในกรุงทริโปลี วันพรุ่งนี้ ประกอบด้วยกระทรวงน้ำมัน , กระทรวงสื่อสาร , กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข และจะมีทีมเข้าไปดูแลด้านเสถียรภาพ เมื่อความมั่นใจว่า กรุงทริโปลีจะมีไฟฟ้าและน้ำประปาสะอาดใช้สอย เช่นเดียวกับกระบวนการ

          แต่นายชัมมานน์ กล่าวว่า ภาพรวมของสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายเสียทีเดียว ทุกอย่างดีขึ้นในวันนี้ แต่สิ่งที่ยังกังวลอยู่ก็คือ สิ่งที่พันเอกกัดดาฟี่ทิ้งไว้เบื้องหลังคือ การปราศจากถาบันใด ๆ ไม่มีพรรคการเมือง และภาคประชาสังคม ทำให้ต้องมาเริ่มสร้างกันใหม่ด้วยความยากลำบาก และถ้าจะฟื้นฟูให้สำเร็จ ก็ต้องนำเงินที่ถูกอายัดออกมาจากธนาคารต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ในโครงการที่จำเป็น เพราะลิเบียไม่อาจทำอะไรได้ถ้าปราศจากเงิน

          ด้านนายมุสซา อิบราฮิม โฆษกของพันเอกกัดดาฟี ยังคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ โดยบอกว่าอำนาจของพันเอกกัดดาฟี่ในทริโปลียังไม่สลาย เขาบอกกับสถานีโทรทัศน์อาร์ราอี ว่า พันเอกกัดดาฟียังเป็นที่รักของคนนับล้าน ตั้งแต่ภาคกลางไปจนถึงตะวันตกของลิเบีย และทุกหนทุกแห่ง การสู้รบจะยังคงดำเนินต่อไป พวกชนเผ่าต่าง ๆ ได้มีการรวมพลและมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง เพื่อช่วยให้พ้นจากกลุ่มแก๊งต่าง ๆ

          ด้านนายบาร์เชียร์ ซาเลห์ อดีตที่ปรึกษาของพันเอกกัดดาฟี่ ได้กล่าวให้สัมภาษณ์สำนักข่าวCNN เมื่อวันอังคาร เรียกร้องให้ยุติความรุนแรง โดยบอกว่า ขอให้ฝ่ายที่มีอาวุธคิดก่อนจะเหนี่ยวไกยิง ถึงเวลาที่ต้องยุติการนองเลือดได้แล้ว

          ผู้สื่อข่าว CNN ที่อยู่ที่โรงแรมริกซ์ซอส ระบุว่า ได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งออกมาจากบับ อัลอาซิซิยา ตลอดทั้งวัน เหมือนกับเป็นการยิงปืนใหญ่ต่อสู้กัน มีกระสุนปืนถูกยิงทะลุกระจกของโรงแรก พวกผู้สื่อข่าวต่างชาติที่อยู่ข้างในหลายสิบคน บอกว่า พวกเขาอยู่ชั้นบน ท่ามกลางอากาศร้อนจัดในโรงแรม แต่ก็ต้องสวมเสื้อเกราะกันกระสุน

          ด้านสำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์ ของรัสเซีย รายงานอ้างการเปิดเผยของประธานสหพันธ์หมากรุกโลกว่ เขาได้พูดคุยกับพันเอกกัดดาฟี่และนายโมฮัมเหม็ด บุตรชายทางโทรศัพท์ และผู้นำลิเบียกล่าวว่า เขายังมีชีวิตอยู่และสบายดีในกรุงทริโปลี โดยไม่คิดจะไปจากลิเบีย 


วิเคราะห์:บับ อัล อาซิซิยาสัญลักษณ์แห่งความสำคัญผิดของกัดดาฟี

          สำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์ว่า พวกผู้นำเผด็จการมักจะเลือกสัญลักษณ์แห่งความปราชัยของตัวเองโดยไม่ตั้งใจ อดอล์ฟฮิตเลอร์ นายใหญ่ของกองทัพนาซีเยอรมัน ที่บัญชาการการรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 จากรังหรือบังเกอร์หลายแห่ง ก็ต้องมาจนมุมที่บังเกอร์ของตัวเองในเบอร์ลิน  ซัดดัม ฮุสเซน สร้างอนุสาวรีย์แสดงความยิ่งใหญ่ไว้เป็นจำนวนมาก แต่เกือบทั้งหมดถูกศัตรูโค่นลงมาย่ำยี ตอนที่อิรักถูกบุก เมื่อปี 2546

          พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ปกครองลิเบียด้วยพฤติกรรมอันแปลกประหลาด  ประชาชนที่เขาทึกทักเอาเองว่า " รักเขา " (They love me all) พากันเต้นรำเหยียบย่ำกันอยู่บนอนุสาวรีย์ ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับความพ่ายแพ้ เมื่อครั้งจักรวรรดินิยมตะวันตก ใช้ระเบิดถล่มทางอากาศเมื่อ 25 ปีก่อน และตอนนี้ ประชาชนของเขาเอง ก็กำลังอ้างชัยชนะในการโค่นอำนาจเขา โดยอาศัยระเบิดกรุยทางจากจักรวรรดินิยมเจ้าเดิม (สหรัฐ)

          ศูนย์บัญชาการใหญ่ บับ อัลอาซิซิยา หรือ ประตูแห่งความรัก (Gate of Affection) มีกำแพงสองชั้น คุ้มกันแน่นหนา มีความเป็นส่วนตัว และที่สำคัญคือ ไม่มีทางที่สายตาของประชาชนที่อยู่ด้านนอกจะมองทะลุเข้าไปได้  เป็นเวลา 25 ปีที่กัดดาฟีใช้ที่เป็นศูนย์กลางในการปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอก  อาคารที่มีชื่อว่า The House of the Resistance ได้ถูกแปรสภาพเป็นฟลอร์เต้นรำ เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากที่เคยตกเป็นเป้าทิ้งระเบิดของสหรัฐมาแล้ว เมื่อปี 2529 และทำให้ฮันน่า ลูกสาวบุญธรรมวัย 4 ขวบ ของกัดดาฟี่เสียชีวิต

          แต่ชาวทริโปลี กลับมีเรื่องราวเกี่ยวกับฮันน่าว่า เธอไม่ได้เสียชีวิต และกำลังเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลกลางทริโปลี  ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือไม่ แต่ตอนนั้น กัดดาฟี่ได้เปลี่ยนให้สถานที่แห่งนี้เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงความพ่ายแพ้ต่อจักรวรรดินิยม และสร้างอนุสาวรีย์กำปั้นทำด้วยบรอนซ์ กำลังขยำเครื่องบินรบของสหรัฐ

          ความยับเยินของอนุสรณ์สถาน กำลังกลายเป็นผลประโยชน์ของเหล่าอาคันตุกะจากต่างแดนผู้คนพากันพูดกันถึงเรื่องที่บรรดาชาติมหาอำนาจตะวันตก กำลังจะมารุมกินโต๊ะลิเบีย สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่น้ำมันของเลเบีย โดยเผลอลืมไปว่า ภารกิจที่สำคัญที่สุดคือการช่วยพลิกฟื้นประเทศนี้ให้พ้นจากสภาพยับเยินและไร้เสถียรภาพมายาวนาน

          House of the Resistance ได้รับการตกแต่งให้แปลกประหลาดไม่แพ้พฤติกรรมของผู้เป็นเจ้าของ  ภายในประกอบไปด้วยภาพของกัดดาฟี่ที่ได้ลงตีพิมพ์หน้าหนึ่งตามหน้าสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เพื่อแสดงว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญ เผื่อว่าจะทำให้เขามีอำนาจในการต่อรองได้บ้างแม้จะมีน้ำมันเป็นของตัวเอง แต่ลิเบียก็ไม่เหมือนกับซาอุดิอาระเบีย  สรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ คูเวต ที่มีอำนาจในการต่อรองมากมาย แต่ในทางกลับกัน ประเทศเหล่านี้ ก็ไม่มีอะไรแปลกประหลาดอย่าง House of Resistance ที่สามารถดึงดูดผู้คนได้

          กรุงทริโปลี มีความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบอิตาลี เช่น ตามจัตุรัสต่าง ๆ และยังมีร้านพิซซ่าและคอฟฟี่ ช็อป เสน่ห์ของเมืองเก่าแห่งนี้ ยังรวมถึงสภาพการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ถ้าจะใช้ชีวิตที่นั่นต้องแลกเงินเป็นสกุลดินาร์ แต่สภาพของบับ อัล ซาซิซิย่า ในเวลานี้ ยังคงมองเห็นกำแพงสีเขียวมะกอกสดใส ที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเสียงระเบิดและเสียงปืนกล ดังสนั่นทุก 50 หลา หลังจากผ่านกำแพงด้านนอกแล้ว ยังต้องเจอกับกำแพงชั้นในอีกชั้นหนึ่ง ก่อนจะเข้าไปเจออาคารอันแปลกประหลาด มีค่ายทหาร มีสวนสาธารณะและส่วนที่เป็นแฟนตาซี ก่อนจะถึง House of the Martyrs ที่อยู่ในสุด อันเป็นสถานที่พำนักของครอบครัวกัดดาฟี่ รวมถึงกระโจมตีที่เขาเอาไว้ตอนรับบรรดาแขกบ้านแขกเมือง

          นอกจากนี้ ยังมีเกสต์เฮาส์ และอาคารสำนักงาน ดูจากองค์ประกอบแล้ว คล้าย ๆ กับพระราชวังต้องห้ามของจีน   กัดดาฟี่ อ้างมาโดยตลอดว่า แม้จะชีวิตอยู่ในอาณาบริเวณที่ไม่ต่างอะไรจากป้อมปราการ แต่เขาก็ไม่อำนาจ อำนาจทั้งหมดอยู่ในมือประชาชน และเขาก็ยอมสละสถานที่แห่งนี้ ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนแล้ว  แต่ในทางกลับกัน การปราศรัยต่อประชาชน 2 ครั้งล่าสุด ในช่วงวันท้าย ๆ ก่อนที่กรุงทริโปลีจะตกอยู่ในมือของฝ่ายกบฎเขาก็ใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นที่มั่น   ตอนที่ระเบิดของนาโต้ถูกโปรยลงมา ซึ่งบางลูกไปตกห่างจากที่อยู่อาศัยของประชาชนแค่ไม่กี่ร้อยหลา กัดดาฟี่ก็ยังส่งเสียงตะโกนไปถึงพวกเขาว่า เขายังอยู่ ไม่ได้หนีไปไหน

          เชื่อว่า กัดดาฟี จะอยู่รอดปลอดภัยอยู่ในหลุมหลบภัย ที่เขาสร้างเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อให้สามารถต้านทานการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์ได้   ตอนที่เขาปรากฎตัวในช่วงสัปดาห์แรกของการลุกฮือขึ้นต่อต้านอำนาจเขา กัดดาฟี่ได้พูดต่อหน้ากล้องนานนับชั่วโมง ที่ถูกมองว่า เป็นการพล่ามไปเรื่อย ๆ ตามอำเภอใจ เนื้อหาไม่ได้ประติบประต่อ และแทนที่จะใช้ภาวะผู้นำ พูดให้เกิดการประนีประนอม เขากลับใช้วาจากราดเกรี้ยวที่รับทราบกันไปทั่วโลกอาหรับว่า จะไล่ลาหนู (ฝ่ายกบฎ) ทั่วทุกตารางนิ้ว , ทุกห้อง , ทุกบ้าน และทุกตรอกซอกซอย จนมีคนเอาดนตรีแรพไปประกอบ และนำไปโพสต์ในยูทู้บกันเป็นที่สนุกสนาน ตามกระแสวัฒนธรรมสมัยใหม่ ที่คนเหล่านี้ ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า คนอย่างกัดดาฟี เป็นพวกไม้แก่ที่ดัดยากและอยู่เหนือเหตุผลทั้งมวล

          ทั้งเรื่องบับ อัล อาซิซิยา และการครองอำนาจอันยาวนานถึง 42 ปี ของกัดดาฟี น่าจะเป็นเรื่องตลกชวนหัว ถ้าไม่เกิดสงครามและไม่มีผู้คนต้องล้มตายไปเป็นจำนวนมาก