ข่าว

ศอส.เตือน 8จ.อีสานระวังน้ำท่วม

ศอส.เตือน 8จ.อีสานระวังน้ำท่วม

24 ส.ค. 2554

ศอส.เตือน 8 จังหวัด อิสานระวังน้ำท่วม สรุปผลกระทบน้ำท่วม เดือดร้อน 3 ล้านคน

            24 ส.ค.54 นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) ได้แถลงสรุปสถานการณ์ว่า ขณะนี้มีจังหวัดประสบสถานการณ์อุทกภัย ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน จำนวน 32 จังหวัด 291 อำเภอ 1,925 ตำบล 15,627 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 940,961 ครัวเรือน 3,484,587 คน โดยแยกเป็นจากอิทธิพลจากพายุโซนร้อนนกเตน 30 จังหวัด รวม 283 อำเภอ 1,879 ตำบล 15,274 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 940,961 ครัวเรือน 3,484,587 คน

             ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะเดียวกันผลจากอิทธิพลของมรสุมกำลังแรงตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.54 จนถึงปัจจุบันนั้น ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 12 จังหวัด รวม 55 อำเภอ 370 ตำบล 2,312 หมู่บ้าน โดยราษฎรเดือดร้อน 171,655 ครัวเรือน 406,429 คน ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ นครนายก พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุบลราชธานี ปราจีนบุรี เชียงราย และระยอง ผู้เสียชีวิต 42 ราย ผู้สูญหาย 1 คน

             อย่างไรก็ตาม พื้นที่การเกษตรคาดว่า จะเสียหาย 3,223,275 ไร่ พื้นที่ประมงจะเสียหาย 45,931 ไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ 2,033,485 ตัว

             ส่วนเส้นทางคมนาคมที่ถูกน้ำท่วมมีความเสียหายทางหลวง เส้นทางที่ไม่สามารถสัญจรได้ 4 สาย ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่จังหวัด สุโขทัย (สาย 1195 สวรรคโลก - สุโขทัย กม. 19 - 32 ให้ไปใช้เส้นทางสาย 101 สุโขทัยสวรรคโลกแทน ส่วนสาย 1293 สุโขทัย - พิษณุโลก กม.ที่ 8 - 11 ให้ไปใช้เส้นทางสาย 1311 เส้นคีรีมาศ-หนองบัวแทน) เพชรบูรณ์ (สาย 2181 ปากท้ายขอนแก่น - หล่มสัก กม. 3 - 6 ให้ไปใช้เส้นทางหลวงชนบทแทน ) และจังหวัด น่าน (ถนนสาย 1333 แม่สะนาน - สบบาง กม. 0 -1 ให้ไปใช้เส้นทาง 1081 ปัว-น้ำยางแทน)  ทั้งนี้ทางหลวงชนบทที่ไม่สามารถสัญจรได้มี 14 สาย ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 4 สาย นครสวรรค์ 2 สาย พิจิตร 4 สาย พิษณุโลก 1 สาย นครพนม 1 สาย ร้อยเอ็ด 2 สาย

             “ภาพรวมของประเทศไทยมีปริมาณฝนตกลดลง เว้นแต่พื้นที่ตอนบนของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น แต่ปริมาณน้ำฝนไม่มากนัก ส่วนพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษมี 8 จังหวัด ได้แก่ พื้นที่ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขงและพื้นที่ลุ่มต่ำของลำน้ำสาขาบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี และศรีสะเกษ”นายวิเชียร กล่าวและว่า พื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษมีสาเหตุจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นที่จังหวัดหนองคายจนถึงระดับวิกฤติ ในวันที่ 26 สิงหาคม 2554 จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่งที่อาจขยายวงกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ดีได้กำชับให้ 8 จังหวัดจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันทีที่เกิดภัย

 

 

น้ำท่วมลาม 5 อำเภอนครสวรรค์

             สถานการณ์อุทกภัยนครสวรรค์ ลามจาก 4 อำเภอ เป็น 5 อำเภอ ประกอบด้วยอำเภอชุมแสง เก้าเลี้ยว โกรกพระ ตาคลี และอำเภอเมืองนครสวรรค์ โดยพื้นที่อุทกภัยครอบคลุม 5 อำเภอ 19 ตำบล 133 หมู่บ้าน 2 ชุมชน มีราษฎรเดือดร้อน 11,366 ครัวเรือน จำนวนราษฎร 35,325 คน พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วม 78,640 ไร่

             ทั้งนี้ การช่วยเหลือทางจังหวัดนครสวรรค์โดย นายชัยโรจน์ มีแดง ผวจ.นครสวรรค์ พร้อมคณะได้นำถุงยังชีพ จากมูลนิธิประชานุเคราะห์ สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เหล่ากาชาดจังหวัดนครสวรรค์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครสวรรค์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนครสวรรค์ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 6,659 ชุด ไปแจกจ่ายให้ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยใน 5 อำเภอ พร้อมด้วยน้ำดื่ม 960 ชุด เครื่องสูบน้ำ 53 เครื่อง เรือท้องแบน เรือพายไฟเบอร์ 64 ลำ รถแบ็คโฮ 4 คัน กระสอบทราย 203,435 ใบ สุขาลอยน้ำ 12 หลัง รถสุขาเคลื่อนที่ 1 คัน บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 19 ครั้ง

             อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน และแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีแนวโน้มเพิ่มระดับขึ้นทุกวัน จึงขอให้ราษฎร 2 ฝั่งแม่น้ำทั้ง 3 สาย ติดตามข่าวสารจากทางราชการและตรวจสอบสถานการณ์อุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง ในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือในกรณีต่างๆ ให้ใช้หมายเลขโทรศัพท์ 056 803538 ถึง 40 และโทรศัพท์ฉุกเฉิน 1669

 

ชาวนา 8 ตำบลเร่งสูบน้ำออกจากนา

            สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.อ่างทอง ระดับน้ำเริ่มทรงตัวหลังจากทางเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาทได้เริ่มระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนลดลง ซึ่งวันที่ 24 ส.ค.ได้ทำการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนที่ระดับ1838 ลบ.ม./วินาที ลดลงจากเมื่อวันที่ 23 ส.ค.54  40ลบ.ม./วินาที  ทำให้น้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ระดับ 14.09 เมตร ลดลง 10 ซ.ม. ทำให้น้ำในพื้นที่จังหวัดอ่างทองเริ่มทรงตัวโดยวัดที่หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองอยู่ที่ระดับ 7.19 เมตร ที่หน้าอำเภอป่าโมกที่ระดับ 6.47 เมตร แต่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมถึงแม้น้ำจะทรงตัวแต่ระดับน้ำหลายจุดยังสูงกว่า 1 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ ต.โผงเผง ชาวบ้านก็ยังจมอยู่กับน้ำ

            นางกุลฟาร์ลี เทพรักษ์ นายกอบต.โผงเผง กล่าวว่า ตอนนี้น้ำเริ่มทรงตัวแต่น้ำก็ยังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ ล่าสุดน้ำท่วมไปแล้วจำนวน 255 หลังคาเรือนจาก 8 หมู่บ้าน ประชาชนเดือนร้อนกว่า 900 คน ซึ่งทางอบต.ที่สำคัญตอนนี้เรือเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนต้องการซึ่งทางอบต.ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทาง จังหวัดให้สนับสนุนแล้ว

            ทั้งนี้ ส่วนบริเวณประตูระบายน้ำคลองตาเที่ยง ม.5 ต. สี่ร้อย อ. วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้มีเครื่องสูบน้ำของชลประทานขนาดใหญ่ 2 ตัว ซึ่งได้ติดเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากนาข้าว ลงแม่น้ำน้อย ซึ่งหลังจาก ชาวนากว่า 50 คนจากตำบลไผ่ดำ ตำบลสี่ร้อย ตำบลหัวตะพาน ตำบลไผ่จำศิล ตำบลคลองวัว ตำบล ศาลาแดง ตำบลป่างิ้ว ตำบลโพธิ์รังนก รวมตัวกัน โดยมีกำนัน 8 ตำบลเ ข้าร่วม มี นายวิบูลย์พงษ์ โตวิจิตร กำนันตำบลมหาดไทย เป็นแกนนำ

            อย่างไรก็ตาม ทั้ง 8 ตำบลเดือดร้อนน้ำท่วมที่นาที่กำลังตั้งท้องใกล้จะเก็บเกี่ยวได้ กว่า 10,000 ไร่ รวมตัวเพื่อเรียกร้องน้ำมันจากทาง อ.วิเศษชัยชาญ จนในที่สุด ทางหน่วยราชการก็อนุมัติเบิกจ่ายน้ำมันให้ จึงได้เดินเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำจากคลองศาลาแดง คลองคลองวัว คลองโพธิ์รังนก และ ทุ่งขุนอินทประมูล ซึ่งน้ำได้ท่วมขังหลายวันจะทำให้ข้าวที่กำลังตั้งท้องเสียหาย จึงเร่งระบายทั้งวันทั้งคืน ในส่วนที่กลางทุ่งนาหมู่ที่ 5 ต. มหาดไทย อ. เมืองอ่างทอง ได้สร้างเขื่อนกั้นคลองทั้ง 2 คลอง พร้อมกรอกกระสอบทรายทำคันป้องกันเขื่อนพัง พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำกว่า 10 ตัวเพื่อเร่งสูบน้ำจากทุ่งนาลงไปยังคลองตาเที่ยงเพื่อข้าวที่กำลังตั้งท้องใกล้เก็บเกี่ยวจะเสียหายโดยตั้งเต้นท์จัดเวรยามเพื่อสูบระบายน้ำทั้งวันทั้งคืน

            นายวิบูลย์พงษ์ กำนันมหาดไทย กล่าวว่า หลังจากที่ได้รวมตัวกันเรียกร้องน้ำมันจากหน่วยราชการที่ทำงานอย่างเชื่องช้าและบ่ายเบี่ยงไม่ยอมเบิกจ่ายทั้งๆที่ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้วแต่ในที่สุดก็ยอมเบิกจ่ายน้ำมันให้ ในวันนี้เราจึงได้เร่งระบายน้ำจากคลองชลประทานคลองตาเที่ยงลงสู่แม่น้ำน้อย ซึ่งทั้ง 8 ตำบลได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระบายลงคลอง เพื่อไม่ให้นาข้าวเสียหาย ซึ่งคาดว่าถ้าฝนไม่ตกหนัก นาข้าวกว่า 10,000 ไร่คงน้ำคงทะยอยจะเก็บเกี่ยวข้าวได้ปลายเดือนนี้