
'จุรินทร์'จวกรบ.พลิ้วนโยบาย
'ปธ.วิปฝ่ายค้าน' จวกคำตอบรัฐบาล ตอกย้ำนโยบายแก้บน -เลี่ยงบาลี ห่วงแก้ รธน.สร้างแรงกระเพื่อมให้สังคม เสียดาย 'ยิ่งลักษณ์' ไม่ใช้โอกาสแสดงวิสัยทัศน์ผู้นำ
24 ส.ค.54 เวลา 09.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงสรุปภาพรวมของการอภิปรายนโยบายรัฐบาลวันแรกว่า ฝ่ายค้านทำหน้าที่ในการตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลตรงตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ เพราะคำตอบของรัฐบาลได้แสดงให้เห็นและตอกย้ำว่าเป็นนโยบายแก้บน และเลี่ยงบาลีจริงๆ เพราะรัฐมนตรีหลายกระทรวงก็ได้ยอมรับว่า นโยบายดังกล่าวเขียนไม่ตรงกับคำประกาศที่ได้ใช้ในการหาเสียงต่อประชาชน เช่น กรณีค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาททำทันที ไม่ได้ใช้เป็นค่าแรงขั้นต่ำแต่กลับใช้เป็นรายได้ หรือกรณีเงินเดือนของผู้ที่จบปริญญาตรี 15,000 บาทต่อเดือน ก็ใช้คำว่ารายได้เช่นกัน ทุกอย่างตรงกับที่ถูกตั้งข้อสังเกตุและมีการวิจารณ์มาก่อนหน้านี้
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมและสร้างความขัดแย้งในสังคมไทย และยังเป็นที่น่าเสียดายที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ใช้โอกาสนี้ในการแสดงวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำในการอภิปรายและชี้แจงตอบข้อสงสัยตามที่พรรคฝ่ายค้านอยากจะเห็น จะมีก็เพียงการออกมาตอบคำถาม แค่ประเด็นครึ่งประเด็นให้พอเห็นเป็นพิธีกรรมว่า ได้ตอบคำถามแล้วในช่วงเดียว ซึ่งฝ่ายค้านอยากจะเห็นมากกว่านี้
ขู่หากรัฐบาลประท้วงอาจจะไม่จบวันนี้
ประธานวิปฝ่ายค้าน ยังกล่าวต่อว่า ในการอภิปรายในวันนี้(24 ส.ค.) ยังมีผู้ที่จะอภิปรายในหมวดการเมืองและสังคม โดยพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยมีผู้รอคิวอภิปรายอีกราว 35 คน หากฝ่ายรัฐบาลไม่ออกมาพูดในทุกเรื่องก็คิดว่าการอภิปรายจะสามารถอยู่ในกรอบที่วางไว้ เพราะฝ่ายค้านเพิ่งจะใช้เวลารวมในการอภิปรายไปเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ยังเหลือเวลาอีก 8 ชั่วโมง
จึงขอเสนอแนะว่า ควรปล่อยให้สมาชิกฝ่ายค้านได้ใช้สิทธิอภิปราย และอย่าประท้วงโดยไม่จำเป็นทุกอย่างก็จะอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดที่ตกลงกันไว้ ดังนั้นหากรัฐบาลจะเข้ามาแทรกเพื่อขออภิปรายด้วยอีกนั้น ตนเกรงว่าจะล่วงเลยเวลาไปและอาจจะไม่จบในวันนี้(24ส.ค.)
ชี้เป็นบทเรียนประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายที่แถลงไม่ตรงกับที่หาเสียงไว้จะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนหรือไม่นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า นโยบายที่แถลงไป มีข้อสรุปในตัวของมันเองอยู่แล้ว เพราะถ้าพูดอย่าง ทำอย่าง ไม่ตรงกับที่ได้หาเสียงไว้ ก็จะเป็นบทเรียนกับทุกฝ่ายและคิดว่าประชาชนจะได้มองเห็นว่าการตัดสินใจในทางการเมืองในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ตนมองว่าจะเป็นการให้ความรู้ในทางการเมืองกับสังคมไทยต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตามทางพรรคยังไม่ได้หยิบยกประเด็นทางกฎหมายขึ้นมา
แต่อย่างน้อยที่สุดเป็นเรื่องจริยธรรมทางการเมือง และอย่างน้อยควรจะได้มีการฟ้องประชาชน เหมือนกับที่เราทำอยู่ให้ประชาชนได้เห็นว่า อย่างน้อยที่สุดแล้ว การที่สักแต่ว่าจะเอาคะแนนเสียงจากประชาชนบนพื้นฐานของการขาดความรับผิดชอบที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่ประชาชนจะลงโทษในอนาคต แต่หากมีประเด็นไหนที่เข้าข่ายหลอกลวงด้วย ก็จะต้องมีการตั้งเรื่องและกกต.จะต้องเข้าไปสอบ
ชงฝ่ายกฏหมาย-โฆษกพรรคทำเอกสารฟ้องปชช.
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปหารือกับกกต.หรือไม่ เพราะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ยังไม่มีการพิจารณาในเรื่องนี้ แต่อย่างน้อยขณะนี้เราถือว่าเราได้ทำหน้าที่ในสภา ในการที่จะบอกกับประชาชนแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ในเรื่องเอกสารทางพรรคก็มีทีมกฎหมายและทีมงานโฆษกของพรรคที่พร้อมจะสรุปคำอภิปรายเผยแพร่ต่อสาธารณะ



