ข่าว

1เสียงสภากลาโหมคือ'ตัวแปร'สำคัญ!

1เสียงสภากลาโหมคือ'ตัวแปร'สำคัญ!

24 ส.ค. 2554

1เสียงสภากลาโหมคือ'ตัวแปร'สำคัญ! : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน

            ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอดูบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 ในมือของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนจะนำเสนอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

             บทเรียนจากเหตุการณ์ "รัฐประหาร" 19 กันยายน 2549 ยังตาม "หลอกหลอน" อดีตผู้นำมาจนถึงทุกวันนี้กับการตัดสินใจแต่งตั้ง "ผู้บัญชาการเหล่าทัพ" ที่มาจากเตรียมทหารรุ่นที่ (ตท.6) ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหาร "รุ่นเดียวกัน" ขึ้นมาคุมกำลังใน 3 เหล่าทัพพร้อมๆ กัน

             ในครั้งนั้นว่ากันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความมั่นอกมั่นใจมากว่า ผบ.เหล่าทัพ ที่ตัวเองแต่งตั้งมากับมือจะไม่ "เอาใจออกห่าง" อย่างแน่นอน

             แม้จะมีคำเตือนของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ? อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม ที่เปี่ยมด้วยความปรารถนาดี แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังไม่เชื่อว่า ผบ.เหล่าทัพ จะรวมตัวกัน "ยึดอำนาจ"

             เพราะมั่นใจในศักยภาพของเพื่อน ตท.10 ที่ "คุมกำลังหลัก" ในพื้นที่ กทม. ว่าจะช่วย "ค้ำบัลลังก์" ได้อย่างมั่นคง !!

             บทเรียน ซึ่งผสมๆ กันระหว่าง "ความไว้ใจ" กับ "ความชะล่าใจ" จึงทำให้การแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพ และนายทหารคุมกำลัง ในรัฐบาลชุดนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องมีความระมัดระวังรอบคอบเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้น้องสาวต้องประสบชะตากรรม "ซ้ำรอย" ตัวเขาเอง

             บทเรียนแรกที่เขาย่อมไม่มีวันให้เกิดขึ้นอีกแน่นอน คือ การปล่อยให้นายทหาร "รุ่นเดียวกัน" ขึ้นมาคุมกำลังแบบ "ยกแผง" เหมือนปี 2549 ซึ่งในยุคนี้ย่อมหมายถึง "ตท.12" รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นอันดับแรก

             รองลงมาย่อมเป็น "บูรพาพยัคฆ์" เลือดสีเดียวกับ ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุรรณ อดีตรมว.กลาโหม ซึ่งถือเป็น "พี่ใหญ่" ของน้องๆ บูรพาพยัคฆ์ที่พาเหรดขึ้นคุมกำลังในช่วงหลายปีหลังอย่างน่าจับตา

             แนวทางของโผปี 2554 ฉบับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 จึงต้องทำอย่างไรก็ได้เพื่อแต่งตั้งกลุ่มนายทหารขึ้นมา "คานอำนาจ" กับ ตท.12 และบูรพาพยัคฆ์ ให้มากที่สุด

             ดังนั้น โผรายชื่อในตำแหน่งคุมกำลังที่เต็มไปด้วยรายชื่อของนายทหาร ตท.12 และบูรพาพยัคฆ์ จึงต้องผ่านกระบวนการ "ต่อรอง" ด้วยการส่งรายชื่อนายทหารอีกขั้วเข้าไปคานอำนาจในตำแหน่งสำคัญๆ

             เริ่มตั้งแต่ตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงกลาโหม" ที่ต้องทำงานใกล้ชิด รมว.กลาโหม และถือเป็นอีกเสียง "1 โหวต" ในสภากลาโหม ที่ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม เสนอชื่อ พล.อ.คณิต สาพิทักษ์? (ตท.13) ประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม

             แต่ก็ถูกเบียดโดยชื่อของ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ (ตท.11) ซึ่งเป็นลูกหม้อกระทรวงกลาโหม และมีความใกล้ชิดกับ รมว.กลาโหม ทว่า จุดที่น่าสนใจกว่านั้น คือ พล.อ.คณิต ถือเป็นนายทหารในไลน์ "บูรพาพยัคฆ์" ด้วย

             ส่วนตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารสูงสุด" แทน พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด ที่แม้จะไม่ได้คุมกำลังรบ แต่ก็เป็นอีก 1 เสียงโหวตในสภากลาโหมเช่นกันมีชื่อ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ (ตท.11) เบียดกับ พล.อ.ธนะศักดิ์? ปฏิมาประกร เสนาธิการทหาร

             วงในชี้ว่า ชื่อของ พล.อ.ธนะศักดิ์ "มาแรง" กว่า พล.อ.เสถียร อยู่พอสมควร

             ผู้บัญชาการทหารเรือ ไม่น่าพลิกโผ เมื่อ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผลักดันให้ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ (ตท.13) ให้มาดำรงตำแหน่งแทน ท่ามกลางการจับตาวาระเรื่องการผลักดัน "เรือดำน้ำ" ที่ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ มีแนวทางเดียวกับ ผบ.ทร.

             ขณะที่ พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม (ตท.12) น่าจะหลุดวงโคจร เพราะนอกจากจะไม่ได้รับการผลักดันโดย ผบ.ทร.แล้ว ยังพะยี่ห้อ "ตท.12" รุ่นเดียวกับ ผบ.ทบ.ด้วย

             อย่างไรก็ตาม รายชื่อในตำแหน่งสำคัญทั้งหมดต้องผ่านการ "ต่อรอง" กับ รมว.กลาโหม ก่อนที่จะมีการประชุมสภากลาโหมในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ ที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ จะนัดหารือนัดสุดท้ายกับ ผบ.เหล่าทัพ ก่อนจะนำเสนอให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

             ประเด็นสำคัญ การแต่งตั้งทหารระดับ "นายพล" ขึ้นไปต้องดำเนินการผ่าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551

             ที่ต้องจับตาไม่กะพริบ คือ การ "โหวต" โดยกรรมการพิจารณาตำแหน่ง ซึ่งประกอบด้วย "7 เสียง" หรือ "7 อรหันต์" ในสภากลาโหม

             มาตรา 25 ของ พ.ร.บ.การจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ปี 2551 ระบุว่า การพิจารณาคัดเลือก ต้องประกอบด้วยกรรมการ 7 ท่าน คือ

             1.รมว.กลาโหม 2.รมช.กลาโหม 3.ผบ.ทหารสูงสุด 4.ผบ.ทบ. 5.ผบ.ทร. 6.ผบ.ทอ. และ 7.ปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นกรรมการ และเลขานุการ โดยตำแหน่ง

             ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ รัฐบาลชุดนี้ไม่มีตำแหน่ง "รมช.กลาโหม" จึงทำให้กรรมการโดยตำแหน่งเหลือเพียง 6 คน โดยข่าววงในระบุว่า ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายมีเสียงเท่ากัน คือ 3 ต่อ 3 โดยมี "1 เสียงตัวแปร" ที่ต้องจับตาว่า สุดท้ายจะถูกฝ่ายไหนชิงแต้มไป

             อย่างไรก็ตาม แม้เสียง "ชี้ขาด" จะกระทำผ่านสภากลาโหม แต่ก็ยังมี "ปัจจัยแทรกซ้อน" ที่มิอาจมองข้ามได้อีก 2 ประการ คือ

             1.การพิจารณา และต่อรองโดย พ.ต.ท.ทักษิณ และ 2.การเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 91 ปี ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ที่ รมว.กลาโหม จะนำ ผบ.เหล่าทัพ เข้าอวยพรเป็นการภายใน

             สุดท้ายแล้วโผทหารที่ "วิน-วิน" กับทุกฝ่ายมากที่สุด...อาจไม่ได้ข้อสรุปที่ "สภากลาโหม" ก็เป็นได้