
'ปู'นัดถกครม.หลังเสร็จแจงนโยบาย
'ยิ่งลักษณ์' นัดประชุมครม.ทันที หลังแถลงนโยบาย แบ่งงาน-จัดโผ ขรก.การเมือง 'สุนัย' ลั่น แก้รธน.50 ชี้ อันตราย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า หลังการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาที่มีขึ้นในวันที่ 23-24 ส.ค.นี้เสร็จสิ้นลงแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุมครม.ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ เพื่อหารือถึงนโยบายรัฐบาลที่แถลงไปแล้ว ก่อนที่จะนำไปปฏิบัติ
นอกจากนี้ ยังอาจจะแบ่งงานให้รองนายกฯ และแต่งตั้งข้าราชการการเมือง เข้ามาช่วยงานรัฐบาลบางส่วน จากนั้น วันที่ 26 ส.ค. นส.ยิ่งลักษณ์ จะเรียกประชุมข้าราชการระดับปลัดกระทรวง เพื่อมอบนโยบายรัฐบาล ให้แต่ละกระทรวงรับไปดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งข้าราชการทางการเมืองนั้น เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยจะเสนอให้น.ส.ฐิติมา ฉายแสง อดีตส.ส.ฉะเชิงเทรา มารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.รับตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ส่วนรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะมีชื่อของนายนิรุตติ์ คุณวัฒน์ อดีตทีมงานนายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางลินดา เชิดชัย อดีตส.ส.นครราชสีมา นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ อดีตส.ส.ชัยภูมิ
สำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีนั้น อยู่ระหว่างการช่วงชิงกันอยู่ คาดว่าจะนำเข้าสู่การประชุมครม.วันที่ 30 ส.ค.นี้ล็อตใหญ่ โดยในส่วนของการจัดตำแหน่งเลขานุการ ที่ปรึกษารัฐมนตรี จะเน้นใช้ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ และส.ส.สอบตก เพราะถือว่า เป็นผู้ร่วมทำงานกับพรรค
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เด็กในสังกัดของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาวน.ส.ยิ่งลักษณ์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานภาคกทม. ได้รับการผลักดันเข้ารับตำแหน่งจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีตส.ส.นครราชสีมา ที่ย้ายไปสมัครส.ส.พรรคมาตุภูมิ ได้ย้ายกลับมาทำงานกับพรรคเพื่อไทย และน่าจะได้เป็นที่ปรึกษารมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ขณะที่นายศักดา นพสิทธิ์ อดีตแกนนำนปช.ภาคตะวันออกที่นำนปช.บุกโรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนปี 2552 จะเป็นเลขานุการรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำหรับกรณีที่พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม ในฐานะส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเลื่อนผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมาเป็นส.ส.แทนนั้น ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวภายในพรรคชัดเจนแล้วว่า นอกจากพล.ต.ท.ชัจจ์ที่จะลาออกแล้ว นายบัณฑูร สุภัควานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและอดีตผอ.สำนักงบประมาณ ก็จะลาออกจากตำแหน่งส.ส. เพื่อมารับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วย
นอกจากนี้ นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รมช.คมนาคม ได้บอกกับคนในพรรคแล้วว่าหากลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อ เลื่อนมาถึงตัวเองเมื่อใด ก็จะลาออก เพื่อเปิดทางให้ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อคนอื่นขึ้นมาแทน
"สุนัย"ชี้ รธน. 50 อันตราย ยัน แก้ไขไม่เกี่ยวนำ"ทักษิณ" กลับไทย
ด้านนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า แม้รัฐบาลจะระบุไว้เป็นนโยบายเร่งด่วน ที่จะต้องทำให้เสร็จภายในปีแรก แต่สำหรับเนื้อหารายละเอียด ยังไม่มีการพูดถึงกัน เพราะยังมีเวลาเหลืออีกมาก
อทั้งนี้ ในที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ควรให้เวลารัฐบาลทำงานเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนก่อน ซึ่งคาดว่า ประมาณต้นปีหน้า คงจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ โดยหลักการต้องให้มีกระบวนการสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ซึ่งแนวทางที่คุยกันไว้คือยึดรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นโครงสร้าง
"เนื้อหาประเด็นการแก้ไข สสร.จะเป็นผู้พิจารณา ส่วนเหตุผลที่ต้องมีการแก้ไข ก็เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีโครงสร้างอันตรายอย่างมาก เพราะเอาโครงสร้างของสถาบันศาล มาครอบงำกระบวนการต่าง ๆ เพื่อนผมที่เป็นศาลก็ไม่เห็นด้วย เช่น ให้ศาลไปมีส่วนเลือกส.ว. ซึ่งไม่ได้มีความเชื่อมโยงกันเลยอย่างนี้ เป็นต้น"
ปูแนวทางรอเวลา "นิรโทษกรรม-อภัยโทษ" ให้ "แม้ว"
สำหรับกรณีการดำเนินการ เพื่อห้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทยได้นั้น มีรายงานว่า จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องดังกล่าว จะเป็นเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรืออภัยโทษให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเรื่องนี้จะสามารถทำได้เมื่อไหร่อย่างไรนั้น ก็ต้องดูที่สถานการณ์และบรรยากาศทางการเมือง
"หากรัฐบาลทำงานได้ดี แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ได้รับความนิยมจากประชาชน มีคนสนับสนุนให้รัฐบาลทำงานต่อไปมากขึ้น ตรงนั้นก็จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเมื่อเราสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นประชาชนก็จะสนับสนุน เนื่องจากไม่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดเหตุการณ์วุ่นวายอีก การออกกฎหมายตรงนี้ก็จะราบรื่น ถ้ารัฐบาลทำงานได้ดีก็จะไม่มีแรงต้านจากประชาชน" แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย ระบุ



