
อนุดิษฐ์ซัดปชป.ทำเว็บหมิ่นฯพุ่ง
อนุดิษฐ์ ถล่มปชป.ทำเฉื่อยส่งเว็บหมิ่นสถาบันพุ่ง อดีตรมว.ไอซีทีเก่าได้ทีโต้กลับใครกันแน่รู้เห็นกลุ่มจาบจ้วง มาร์คโยง ปู แทงกั๊กลดอำนาจสถาบันฯ เหตุเคยให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศอาจแก้ ม.112 เหลิมปัดกลางสภารัฐบาลเพื่อไทยไม่ยุ่งแน่
เมื่อเวลา 17.30น.วันที่ 23 ส.ค. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครธรรพ ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชี้แจงในการประชุมรัฐสภาเปิดโอกาสให้รัฐบาลแถลงนโยบายว่า แม้เพิ่งจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี แต่ยืนยันว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นสถาบันมาตลอด แต่อยากถามว่าใครกันแน่ที่ไม่ยอมมีการปราบปรามเว็บหมิ่นอย่างจริงจัง
ทั้งนี้มีรายงานเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของกระทรวงไอซีทีระบุว่า ในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วมีการดำเนินการฟ้องร้องเกี่ยวกับคดีหมิ่นสถาบันที่ยังไม่มีการจัดการถึง 116เรื่อง และที่ผ่านมาก็มีการตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึง 530ล้านบาท แต่กระทรวงไอซีทีไม่นำไปใช้ ตรงข้ามกลับมีการโอนให้กระทรวงยุติธรรมและปปส.ไปทำแทน จึงไม่สงสัยเลยว่าทำไมเว็ปเช่นนี้จึงมีมากในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายว่า ต้องยอมรับความจริงว่ามีกลุ่มบุคคลที่มีอุดมการณ์ละเมิดสถาบันจริง ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มของนายใจ อึ้งภากรณ์ ทั้งนี้กลุ่มคนดังกล่าวพยายามเชื่อมโยงเหตุผลเพื่อสร้างกระแสความคิดว่าการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ไม่สอดคล้องกับวิถีทางประชาธิปไตย
นอกจากนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรียังเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล อาจจะมีการพิจารณาแก้ไขป.อาญา มาตรา112 ดังนั้นฝ่ายค้านจึงอยากเรียกร้องให้นายอนุดิษฐ์ ในฐานะรมว.ไอซีที ต้องตอบให้ชัดว่ามีแนวทางที่จะจัดการเว็บไซต์เหล่านี้อย่างไรบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะไม่ปล่อยให้มีเรื่องเช่นนี้อีก
นายเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นอภิปรายโต้ตอบ โดยเชื่อมโยงให้เห็นถึงแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยจะมีการดำเนินการ พร้อมกันนี้นายเฉลิม ยังได้ยืนยันแนวทางของพรรคเพื่อไทยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า 1.รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะไม่มีการแก้ไขป.อาญา มาตรา112 โดยเด็ดขาด 2.หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง จะเปิดช่องให้แก้ไขมาตรา291 เพื่อเปิดทางให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) ก่อนรับฟังความเห็นจากประชาชนเพื่อส่งให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบ
นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรมว.ไอซีที ได้อภิปรายโดยใช้สิทธิ์พาดพิงว่า ตลอดช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นรมต.ได้พยายามทุกอย่างที่จะปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นสถาบันมาโดยตลอด โดยมีการฟ้องร้อง และอาศัยอำนาจศาลสั่งให้มีการปิดเว็ปไซต์หมิ่นสถาบันจำนวนมาก โดยบางวันได้ปิดเว็ปไซต์ถึง2695 เว็บไซต์ จนปิดกันไม่ไหว ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีเว็บไซต์ที่ยังไม่ได้ปิดอีก หลังจากที่พยายามแกะรอยโจรมานานแล้วตั้งแต่ปี2550 สมัยที่ตนเป็นกรรมาธิการทหารฯ ซึ่งทำงานร่วมกับนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม
แต่คนที่เข้าใจผิดก็จะกล่าวหาลอย ๆ ยืนยันว่าในการขออำนาจศาลสั่งปิด ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเว็บไซต์การเมือง เพราะถ้าคนทำผิดกฎหมายก็จะถูกดำเนินคดี ตามม.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขอบอกว่าบางเว็บมีการตัดต่อรูปเคารพ ตนยอมไม่ได้ จนบางครั้งต้องยอมล้ำเส้นสั่งให้มีการดำเนินการทั้งนี้ตลอดช่วงเวลา 4 ปี ที่นายอนุดิษฐ์ เป็นรมว.ไอซีที ตนจะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าจะมีการดำเนินกหารต่อการปิดเว็ปหมิ่นสถาบันอย่างไรบ้าง
“ต่อจากนี้ไปอีก4ปี ผมจะหายใจรดต้นคอท่าน เรื่องนี้ เพื่อตามเว็ปหมิ่นให้หมดไป และถ้าดูแล้วเว็ปหมิ่นเหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นในปี 2550 และเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดนับตั้งแต่มีการตัดสินคดียึดทรัพย์ อยากให้ท่านจับให้เจอ เพราะอยู่กับกลุ่มผู้สนับสนุนทั้งนั้น”นายจุติกล่าว
จากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายซ้ำในประเด็นนี้ว่า หากไม่มีการแก้ไขม.112 ก็ยินดีที่มีความชัดเจน และขอให้นายเฉลิมไปชี้แจงบุคคลต่าง ๆ ด้วย
“เฉลิม”ยันไม่แนวคิดตั้งรัฐไทยใหม่
ต่อจากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่า ที่พรรคภูมิใจไทยมากล่าวหาพรรคเพื่อไทยไม่จงรักภักดี และพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดตั้งรัฐไทยใหม่ เป็นการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย เพราะติดป้ายไปทั่วประเทศ พรรคเพื่อไทยไม่มีแนวคิดตั้งรัฐไทยใหม่ ตนยืนยันว่า คนไทยทุกคนมีความจงรักภักดี ไม่ว่าจะเสื้อสีแดง สีเหลือง และพรรคเพื่อไทยมีนักการเมืองที่เข้าเฝ้ามากที่สุด มีอดีตผบ.เหล่าทัพมากที่สุด และอดีตนายตำรวจหลายคน ไม่เหมือนพรรคภูมิใจไทย ที่อ้างความจงรักภักดี ว่าจงรักภักดีกว่าคนอื่น
ส่วนคดีที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ก็ดำเนินการไป และจากนี้ไปมาดูกันว่า พรรคเพื่อไทยจะทำอย่างไร แต่ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเป็นคนดูแลกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการ มีอำนาจ ทำไมไม่ดำเนินการ เพราะทำได้ทุกอย่างยกเว้น เหาะ และมีการโยกย้ายข้าราชการ 3 ฤดู ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยมีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรา 112
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการ ร.ต.อ.เฉลิม อภิปราย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.พรรคภูมิใจไทยได้ลุกขึ้นประท้วงร.ต.อ.เฉลิม พร้อมระบุว่า ตนไม่ได้อภิปรายว่า พรรคเพื่อไทยไม่จงรักภักดี อยากให้ร.ต.อ.เฉลิมถอนคำพูด จากนั้นร.ต.อ.เฉลิมก็ยอมถอนคำพูด และได้อภิปรายต่อมาจนถึงเรื่องของนายชวรัตน์ นายศุภชัย ได้ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้ง โดย ระบุว่าร.ต.อ.เฉลิมกล่าวพาดพิง นายชวรัตน์ และขอปฎิเสธว่าไม่มีการโยกย้าย 3 ฤดู เพราะตนในสมัยนั้นตนเป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย
"ปชป."ดักทาง"เฉลิม"พูดไม่หมดแก้รธน.309ช่วยทักษิณ
ที่ห้องคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน ) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ว่าที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 309 ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า การจะไปแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 309 เป็นเรื่องของการดำเนินคดีอาญากับการเกิดเหตุการณ์เมื่อเดือนก.ย. 2549 ซึ่งร.ต.อ.เฉลิม พูดความจริงไม่หมด เพราะก่อนหน่านี้ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาพูดเองว่า จะมีการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ และปัจจัยหนึ่งที่จะสามารถออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนี้ได้สำเร็จ คือ การแก้ไขมาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญปี 2550
ตนอยากให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ใชัสำนวนโวหารเล่นคำในการอภิปราย แต่กลับเป็นมิติใหม่ที่รัฐบาลใช้สำนวนโวหารแทน เช่นที่ระบุว่าการหาเสียงใม่ใช่สัญญาประชาคม ถ้าเริ่มต้นเช่นนี้ ประชาชนจะคาดหวังนโยบายของรัฐบาลได้อย่างไร
อัดรัฐเลี่ยงบาลีแถลงนโยบายใช้คำไม่ชัดเจน
นายชวนนท์ กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ในช่วงแรกที่นายอภิสิทธิ์ ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านได้ทวงถามในนโยบายเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 15,000 บาท ที่มีการใส่คำว่ารายได้ แทนเงินเดือน กับ ค่าแรง ที่คำแถลงไม่มีความชัดเจนสามารถแปลความเป็นอย่างอื่นได้ เพราะคำว่าค่าแรงกับรายได้ มีความหมายแตกต่างกัน และทวงถามถึงมาตรการป้องกันในการทะลักของแรงงานต่างด้าว หากมีการใช้นโยบายดังกล่าว อาจมีกระจุกตัวของอุตสาหกรรมและการย้ายฐานการผลิตที่จะเป็นผลกระทบตามมา หากมีการบังคับใช้ทั้งหมดรัฐบาลต้องชี้แจง ให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชน และยืนยันว่า ฝ่ายค้านสนับสนุนให้รัฐบาลทำตามสัญญาที่ให้ไว้กัประชาชน แต่เมื่อเห็นข้อบกพร่องโดยการเลี่ยงบาลี ก็จำเป็นต้องอธิบายตามหน้าที่ฝ่ายค้าน
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า เป็นที่น่าเสียดาย ที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมและไม่ได้ตอบ แม้จะเป็นสิทธิ์ที่สามารรถทำได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างความแปลกใจ แต่คำถามเหล่านี้ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้นำรัฐบาลต้องตอบให้ประชาชนได้รับทราบ โดยเฉพาะประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาทำหน้าที่ ถือเป็นหน้าที่ที่นายกฯต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบและเป็นคำถามที่ตรงไปตรงมา ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง เพราะเป็นมาตรการป้องกันทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งการมอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม ทำหน้าที่ตอบแทนก็ชัดเจน จะได้สร้างความกระจ่างให้กับประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาว่านโยบายทั้งหมดของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่คำสัญญาต่อประชาชน จะได้ทำให้ประชาชนที่เคยคาดหวังจากนโยบายทั้งหมด จะได้เข้าใจ ต้องขอขอบคุณ ร.ต.อ.เฉลิมที่ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ แต่ขอถามกลับว่า สิ่งที่นายกฯได้มอบหมายให้ผู้อื่นตอบแทน ท่านเห็นตามนั้นด้วยหรือไม่ ว่าสิ่งที่มีการหาเสียงไว้ทั้งหมดไม่ถือเป็นสัญญาประชาคม อีกทั้งไม่มีการระบุว่าจะสามารถนำมาปฏิบัติได้เมื่อไร อย่างไร
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า เช่นเดียวกับการยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ในส่วนของน้ำมันเบนซิน ก็เท่ากับว่าต้องไปเปิดลอยตัวก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน ที่จะทำให้มีราคาสูงขึ้นอีก 2 เท่าตัวอันเป็นการเพิ่มภาระต่อประชาชนซึ่งเรื่องนี้ประชาชนรอฟังความชัดเจนว่า รัฐบาลดำเนินนโยบายนี้จริงเขาจะได้รับผลกระทบอย่างไรและรัฐบาลมีนโยบายกับเรืองนี้อย่างไร หรือเป็นความล้มเหลวต่อภาวะผู้นำที่ชัดเจน จึงขอแนะให้นายกฯคิดใหม่ ทำใหม่ตามสโลแกนของพรรคเพื่อไทย อย่าปล่อยให้ความคลางแคลงใจอยู่ในใจประชาชนตั้งแต่วันแรกที่รัฐบาลนี้เริ่มบริหารประเทศ
“สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ขอฝากถึงนายกฯว่าจะเป็นตัวอย่างถึงความยากลำบากของท่านในการบริหารราชการแผ่นดินต่อไปและขอฝากไปถึงพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามา ว่าอย่าเสียกำลังใจ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายค้าน จะติดตามตรวจสอบให้การดำเนินโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ให้เป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทยให้สัญญาไว้ทุกประการ แต่เมื่อใดที่มีการใช้คำพูดว่าไม่ได้สัญญาและจะไม่มีการปฏิบัติตามเช่นนี้ คิดว่าประชาชนต้องพิจารณาทบทวน”นายชวนนท์ กล่าว
ซัดนโยบายรัฐทำราคาสินค้าพุ่ง
นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลมีความบกพร่องอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาของแพง ซึ่งมีส่วนทำให้ราคาของแพงขึ้น อาทิ การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ซึ่งตนไม่ได้คัดค้านการขึ้นค่าแรง เพราะเป็นนโยบายตามหลังของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยเสนอให้ขึ้นค่าแรง 25 เปอร์เซ็นต์ใน 2 ปี แต่พรรคเพื่อไทยก็ออกมาเกทับ เป็น 300 บาทในทันที ดังนั้น ต้องถือว่าเรื่องนี้ก็เป็นมติของประชาชน และในฐานะฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบว่าสิ่งที่รัฐบาลได้หาเสียงทำตามสัญญาหรือไม่
“จำได้ว่าตอนหาเสียง พรรคเพื่อไทยก็โจมตีประชาธิปัตย์ว่าของแพง ซึ่งช่วงนั้นราคาอาหารเพิ่มขึ้นเพียง 8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดาบนั้นกำลังจะคืนสนอง เพราะรัฐบาลชุดใหม่กำลังจะเจอราคาอาหาร 12-15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหนักกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์”นายสรรเสริญกล่าว
“เหวง”ยันรธน.50 ปลักษณ์ที่สุดในโลกยันเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ
น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยมี 2 ประการ 1.คืนความสุขให้คนไทย 2. คืนประชาธิปไตยให้ประชาชน ปรับแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย สร้างความปรองดอง ทำความจริงให้ปรากฎ และเราได้แสดงความจริงใจ โดยให้คอป.เป็นคนทำงาน ส่วนจะมีการนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น อยู่ที่ประชาชน ส่วนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องแก้เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนในโลก ระบุว่า การรัฐประหารเป็นเรื่องชอบธรรม จึงทำให้รัฐธรรมนูญเป็นรัฐธรรมนูญที่อัปลักษณ์ที่สุดในโลก ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยมีแผน โดยจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายใน 3 เดือน จากนั้นก้าวต่อไปคือการแก้รัฐธรรมนูญ เริ่มต้นด้วยการตั้งคณะกรรมการแก้ไข มาตรา 291 ตั้งสสร. เป็นรับฟังความเห็นของประชาชน ทั้งหมดนี้จึงเป็นนโยบายเร่งด่วนในปีแรก และจะเลิกใช้ทหารแก้การเมือง



