
อ่านหนังสือคือเปิดโลกใหม่
อ่านหนังสือคือเปิดโลกใหม่
เพราะ เด็กไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ อันเนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะสื่อดิจิตอลที่เข้ามามีบทบาทกับชีวิตของมนุษย์มากยิ่งขึ้น ทำให้หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน พยายามจะหาวิธีและแนวทางที่จะทำให้เด็กไทยรักการอ่าน และเห็นถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือเพิ่มมากขึ้น ดั๊บเบิ้ล เอ บุ๊ค ทาวเวอร์ : เมืองหนังสือของคนไทย จึงเป็นอีกหนึ่งในหลายๆ หน่วยงาน ที่มีความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้เด็กไทยรักการอ่าน
ล่าสุดได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมเสวนา “ทำไมเด็กไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ” ขึ้น เพื่อต้องการให้เด็กไทยสนใจและเห็นถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือ โดยมีผู้ใหญ่ใจดีอย่าง สมศักดิ์ จันทวัฒนา ผอ.สำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร และ ชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติมาเปิดงาน
“น้องเดียว” ด.ช.พันธดนย์ เกลี้ยงจันทร์ หนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโครงการ แบงคอก รีด ฟอร์ ไลฟ์ ของกรุงเทพมหานคร เผยว่า เป็นคนชอบอ่านหนังสือ เพราะหนังสือจะทำให้เราพัฒนาทั้งความคิด จินตนาการ เหตุผล และที่สำคัญหนังสือยังทำให้เราได้พัฒนาสมองทั้ง 2 ซีก คือ ด้านซ้ายเป็นการพัฒนาด้านเหตุผล ภาษา และการคำนวณ ส่วนด้านขวาคือการพัฒนาด้านจินตนาการและอารมณ์ ดังนั้นการอ่านหนังสือจะทำให้เราอารมณ์ดีและมีเหตุผลมากยิ่งขึ้น โดยส่วนตัวชอบอ่านหนังสือหลายแนวทั้งวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ชีวประวัติบุคคลสำคัญ ซึ่งหนังสือแต่ละชนิดก็ให้ประโยชน์กับเราแตกต่างกันไป ยิ่งอ่านมากก็จะรู้มาก
ขณะที่ “เต้ย” ภาณุมาส ทองธนากุล นักเขียนชื่อดัง เล่าผ่านประสบการณ์และจุดเปลี่ยนจากการอ่านหนังสือของตัวเองว่า ย้อนกลับไปสมัยเด็ก เป็นคนไม่รักการอ่านหนังสือเลย แต่จุดเปลี่ยน คือ สายตาชื่นชมจากคนอื่นๆ นั่นเอง
"ตอนที่เป็นวัยรุ่นอะไรที่ผู้ใหญ่เคยชื่นชมตอนเด็กๆ กลับกันหมด ทั้งเพื่อนแซวและชักชวนไปลองในสิ่งที่ผิด แต่เรากลับเลือกสร้างเวทีใหม่ของเราเอง ด้วยการออกไปนอกโรงเรียนทำกิจกรรมกับเด็กกลุ่มอื่นๆ ทำให้เห็นว่าคนที่รักการอ่าน รักการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการเปิดโลกกว้าง มันเหนือชั้นกว่าคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือเลย เอาแต่ล้อคนอื่นและเอาสิ่งที่เขาทำผิดแล้วมาอวดเพื่อนๆ เขาอาจจะดูเก่งแค่โลกแคบๆ ของเขา แต่พอเราเจอโลกภายนอก คนที่รักการอ่านจะได้เปรียบคนอื่นมาก" นักเขียนชื่อดังแนะนำ
ทั้งนี้นักอ่านคนเก่งยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในยุคปัจจุบันสื่อต่างๆ เกิดขึ้นมากมายสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวรบกวนจิตใจของทำให้เด็กๆ สมาธิสั้น โดยเฉพาะข้อความในเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ที่ถูกออกแบบมาเป็นประโยคสั้นๆ ทำให้พอเราเห็นหนังสือเล่มหนาจะกลัวไม่อยากอ่าน จึงอยากจะชวนให้ลองฝึกอ่านหนังสือดู หากเราสามารถเอาชนะกับสิ่งยั่วยุเหล่านั้นได้ จะทำให้เราเป็นอีกหนึ่งคนที่ประสบความสำเร็จทั้งการเรียน การเข้าสังคม และการทำงานในอนาคตอย่างแน่นอน



