พิษผังเมืองใหม่อสังหาฯภูเก็ตป่วน
'ภาคอสังหาฯภูเก็ต' ครวญผังเมืองใหม่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ 'หอการค้า' 4 จังหวัด อีสานตอนบน ออกโรงเชียร์รัฐปัดฝุ่นกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง
นายธนันท์ ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เปิดเผยว่า ผังเมืองภูเก็ตเดิม ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2548 ได้หมดอายุลงในปี 2553 และก่อนหน้านี้ได้มีการต่ออายุไป 2 ปี เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดทำผังเมืองใหม่ แต่ปรากฏว่าล่าสุดได้มีการประกาศใช้ผังเมืองจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 ก.ค.54 โดยหลายฝ่ายเห็นว่ารายละเอียดของผังเมืองใหม่ จะส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจถดถอย
"การกำหนดพื้นที่ในโซนสีต่างๆ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไป จะส่งผลให้เมืองมีการเติบโตช้าลง เนื่องจากบางพื้นที่เดิม สามารถจัดสรรได้ แต่เมื่อมีประกาศใช้กฎหมายใหม่ไม่สามารถดำเนินการได้" นายธนันท์ กล่าวและว่า จากการหารือกับผู้บริหารของกรมโยธาธิการและผังเมือง ทราบว่า โดยขั้นตอนแล้ว สามารถแก้ไขกฎหมายได้ แต่ส่วนตัวมองว่า กระบวนการแก้ไขกฎหมายนั้นช้ามาก
ทั้งนี้ จึงอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องพิจารณาว่า ในการออกกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นนั้น ควรที่จะมีการบูรณาการร่วมกัน โดยจะต้องมีการเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มมาร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง
นายพัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปส์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า การประกาศใช้ผังเมืองใหม่เน้นในแง่ของการควบคุมดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่การเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมีจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ทราบรายละเอียด โดยเฉพาะรายที่มีการวางแผนการลงทุนและซื้อที่ดินเตรียมไว้แล้ว
นายบุญ ยงสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูเก็ตโบ๊ทลากูน จำกัด กล่าวว่า สำหรับผังเมืองรวมจังหวัดภูเก็ต ปี 2554 มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อดีคือ ทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของการใช้ประโยชน์ในที่ดินแต่ละพื้นที่ แต่ข้อเสียคือ ข้อบังคับบางประเด็นก่อให้เกิดปัญหาและไม่เหมาะสม ส่วนตัวมองว่าในระยะสั้นจะเกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่มีการวางแผนไว้ก่อนแล้ว
ลุ้นรัฐปัดฝุ่นกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง
นายสมศักดิ์ ขจรเฉลิมศักดิ์ ประธานหอการค้ากลุ่ม 4 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เปิดเผยว่า หลังจากภาคเอกชนในพื้นที่ จ.เลย ได้ผลักดันการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงมานานกว่า 10 ปี แต่ปรากฏว่า
โครงการนี้ถูกคัดค้าน เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ กระทั่งนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.จังหวัดเลย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีท่าทีพร้อมจะสนับสนุน การสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงใหม่นั้น ตนเห็นด้วย เพราะที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนได้ร่วมผลักดัน ทั้งการสำรวจความคิดเห็น การจัดทำประชาพิจารณ์ ต่อเนื่องมาถึงการนำเข้าสู่ที่ประชุมหอการค้าภูมิภาค
"เป็นโอกาสอันดีที่รัฐมนตรีซึ่งมาจาก ส.ส.ในพื้นที่ จะปัดฝุ่นโครงการนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะเป็นความต้องการของประชาชนอยู่แล้ว แต่คงต้องมีการทำประชาพิจารณ์อีกครั้งเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และลดกระแสการต่อต้านที่จะเกิดขึ้น" นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า หากโครงการนี้เกิดขึ้นได้ จะเกิดผลดีต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว ประโยชน์ภาพรวมนอกจาก จ.เลยแล้ว ยังมีจังหวัดในภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ที่จะทำให้เกิดการสร้างงาน และการพัฒนาตามมา โดยคาดว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่ จ.เลย จะใช้จ่ายเฉลี่ย 1,000 บาท ต่อคนต่อวัน
นายเกรียงศักดิ์ ตันกิจเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ส่วนการคัดค้านจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือกลุ่มอื่นๆ นั้น คงต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และเปิดกว้างในการพิจารณาถึงโอกาสของการพัฒนาพื้นที่ ไม่ควรจะปิดกั้นโอกาสของนักท่องเที่ยวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขณะที่ในส่วนของภาครัฐเองก็ต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี
"ผมเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น 7 องค์กรภาคเอกชนใน จ.เลย พร้อมที่จะสนับสนุน และจะจัดประชุม เพื่อแสดงพลังในการสนับสนุนโครงการนี้" นายเกรียงศักดิ์ กล่าว



