ข่าว

บุญจงโดนแดงภท.หวั่นถูกยุบพรรค

บุญจงโดนแดงภท.หวั่นถูกยุบพรรค

23 ส.ค. 2554

กกต. มติ 3 ต่อ 2 ให้ใบแดง "บุญจง"ส.ส.ภูมิใจไทย หลังถูกร้องเรียนจัดเลี้ยงกำนันผู้ใหญ่บ้าน โฆษกภท.เครียดหวั่นโดนยุบพรรค

              23 ส.ค.54 นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า ในการประชุมกกกต.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมกกต.มีมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เสียง ให้เสนอต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.เขต 10 พรรคภูมิใจไทย เป็นระยะเวลา 5 ปี จากกรณีที่ถูกร้องว่ากระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 53 โดยให้พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา นำผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 300 คน ไปอบรมที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง และมีการจัดเลี้ยงแจกสิ่งของที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักวินิจฉัยและคดีของสำนักงานกกต.กำลังดำเนินการจัดทำคำวินิจฉัยเพื่อให้กกต.ทั้ง 5 คนลงนามก่อนที่จะส่งศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง

              นายสมชัย กล่าวต่อว่า แม้กรณีดังกล่าวกกต.จว.นครราชสีมาจะเสนอให้กกต.กลางยกคำร้อง เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในวันที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แต่ใน พ.ร.ฎ.เลือกตั้งกำหนดว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้งที่ออกมานั้นให้มีผลใช้บังคับในวันถัดไป แต่กกต.เห็นว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 49 (2) ได้บัญญัติให้กกต.เข้าไปควบคุมดูแลการหาเสียงเลือกตั้งนับตั้งแต่วันที่ได้มีการประกาศพ.ร.ฎ.เลือกตั้งให้มีการเลือกตั้ง ดังนั้นการกระทำที่เกิดขึ้นในวันที่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง กกต.จึงถือว่ามีความผิด และเมื่อหลักฐานและการให้ถ้อยคำของพยานยืนยันว่านายบุญจงเป็นผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว ทั้งการจัดสถานที่พัก การจัดให้มีการจับรางวัล และการให้ค่าเงินค่าตอบแทนกับประชาชนที่เข้าร่วมงาน กกต.จึงมีมติให้ใบแดง

              “เมื่อศาลฎีกาฯรับคำร้องไว้พิจารณา นายบุญจงก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ไว้จนกว่าศาลฎีกาฯจะมีคำพิพากษา หากคำพิพากษาที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่ กกต.เสนอเรื่องก็จบ แต่ถ้ามีคำพิพากษาตามที่กกต.เสนอ กกต.ก็ต้องทำเรื่องถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิฉัยการสิ้นสุดการเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายบุญจง”นายสมชัย กล่าว

              เมื่อถามว่า มติ กกต.จะนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต ต้องดูว่าศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งจะมีคำพิพากษาอย่างไร หากเห็นตามที่กกต.เสนอก็อาจนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทยตามรัฐธรรมนูญ ปี 50 มาตรา 237 เนื่องจากในขณะนั้นนายบุญจงเป็นกรรมการบริหารพรรค ในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

              นายสมชัย ยอมรับว่า กกต.เกรงถูกมองว่าต้องการกลั่นแกล้งนายบุญจง เพราะก่อนหน้านี้กกต.เคยวินิจฉัยปัญหาการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของนายบุญจงไม่ทันต่ออายุของสภาฯไม่ทันมาแล้วครั้งหนึ่ง จนต้องยกประโยชน์ให้กับนายบุญจง ซึ่งความล่าช้าดังกล่าวมาจากหลาสาเหตุ ทั้งขั้นตอนการพิจารณาสำนวนของ กกต.จังหวัด ล่าช้า และที่สำคัญมาจากการที่ผู้ถูกกล่าวหาใช้วิธีการซื้อเวลาในการมาให้ถ้อยคำต่อ กกต. ซึ่ง กกต.ก็จะไปตัดโอกาสการชี้แจงข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่สำคัญและมีผลทางกฎหมาย หากทำเช่นนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายยิ่งกว่า เพราะฉะนั้นเราต้องยึดหลักช้าๆได้พร้าเล่มงาม

              พ.อ.สันธิรัตน์ มหัทธนชาติ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ นครราชสีมา กล่าวว่า กกต.กลางมีมติเมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ให้ใบแดงนายบุญจง กรณีจัดเลี้ยง จัดมโหรพ รวมทั้งให้ทรัพย์สินให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2553 ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยมีมติให้ใบแดงและดำเนินคดีอาญากับนายบุญจง  ซึ่งสถานภาพความเป็นส.ส.ของนายบุญจงจะพ้นสภาพหรือไม่ก็ขึ้นกับศาลฏีกา แผนกคดีเลือกตั้ง หากศาลตัดสินให้ตามที่กกต.มีมติก็จะทำให้นายบุญจงขาดคุณสมบัติในการสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา และอาจนำไปสู่การยุบพรรค เนื่องจากนายบุญจงเป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย

              นายโคทม อารียา อดีตกกต. กล่าววว่า สถานะของนายบุญจงคงต้องรอให้ศาลฏีกา แผนกคดีเลือกตั้งวินิจฉัยคดีความผิด หากมีความผิดทางอาญาต้องโทษจำคุกก็ต้องพ้นสถานภาพความเป็น ส.ส.และหากผิดกฏหมายเลือกตั้งก็ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี และต้องพ้นสถานภาพความเป็น ส.ส.เช่นกัน  ซึ่งกรณีของนายบุญจงที่กกต.พิจารณานั้นไม่สามารถเอาเรื่องอายุความมาพิจารณาได้เนื่องจากคดีอาญาไม่การหมดอายุความ แม้ว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  และมีรัฐบาลใหม่มา  ในส่วนของการยุบพรรคนั้นเนื่องจากนายบุญจงมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องดูว่า สำนวนฟ้องของกกต.ว่าจะฟ้องเฉพาะความผิดเฉพาะตัวของนายบุญจงหรือหมายรวมไปถึงพรรคภูมิใจด้วยหรือไม่

 

"ศุภชัย"เผย"บุญจง"เครียดเตรียมดูข้อกฎหมาย

 นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบข่าวเรื่องนี้ ซึ่งเชื่อว่านายบุญจงคงเครียดกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งตนก็รู้สึกเครียดไม่แพ้กัน เพราะเพิ่งได้เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.ในสภาฯ อย่างไรก็ตามในกรณีที่ กกต. วินิจฉัยการเลือกตั้งในสมัยที่ผ่านมา ประเด็นนี้คงต้องไปดูในแง่กฎหมายอีกครั้งหนึ่ง

 

โฆษกภท.เครียดหวั่นโดนยุบพรรค

                นายศุภชัยกล่าวว่าทางพรรคภูมิใจไทยเตรียมหารือและตั้งทีมกฎหมายต่อสู้ทางชั้นศาล ภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ใบแดงนายบุญจงเบื้องต้นในประเด็นตัดสินของ กกต. ต่อการเลือกตั้งเมื่อปี2553 ซึ่งส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งครั้งนั้นได้พ้นการทำหน้าที่ เพราะมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ไปแล้วนั้นตนยังไม่ขอให้รายละเอียด ขอไปศึกษากฎหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนอีกครั้ง

                ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องดังกล่าวได้หารือกับนายบุญจงหรือไม่ และรู้สึกอย่างไร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนยังไม่ได้หารือกับนายบุญจง เพราะเพิ่งทราบข่าวเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 23 ส.ค. คาดว่าคงเครียด ซึ่งตนในฐานะกรรมการบริหารพรรคยังรู้สึกเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเพิ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นส.ส.ไม่นาน
 
               “ผลการตัดสินของกกต.พรรคก็ต้องยอมรับ แต่เชื่อว่าที่ผ่านมาคุณบุญจงไม่ได้มีพฤติกรรมที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างแน่นอน ส่วนกระบวนการทางศาลที่จะพิจารณาคำร้องของ กกต.นั้น เชื่อว่าจะใช้เวลาอีกสักระยะ ซึ่งพรรคยังมีเวลาที่หารือในประเด็นข้อกฎหมาย” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว

                เมื่อถามว่าขณะนี้เตรียมตั้งพรรคการเมืองสำรองไว้แล้วหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า “หากศาลได้ตัดสินออกมาแล้วคงไม่ต้องไปตั้งพรรคสำรองหรอกครับ มีก็แต่พักเท่านั้น”

                เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวส.ส.ภูมิใจไทยส่วนหนึ่งเตรียมย้ายไปอยู่พรรคเพื่อไทยแล้ว นายศุภชัย กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง ส่วนตนนั้นยืนยันจะอยู่กับพรรคภูมิใจไทยแน่นอน


"เพื่อไทย"ปิดทางภูมิใจไทยแพแตกซบพรรค

                 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่กกต.ให้ใบแดงนายบุญจง ในการเลือกตั้งซ่อมเมื่อปี 2533 และจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา หากศาลฎีกาเห็นด้วยกับมติของกกต.จะทำให้นายบุญจงถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และอาจถึงขั้นยุบพรรคภูมิใจไทยด้วยนั้น เรื่องนี้เป็นผลพวงจากกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใส เรียกว่าเวรกรรมตามทัน ขอชื่นชมการทำหน้าที่ของกกต.ที่ตรงไปตรงมา ทั้งนี้หากมีการยุบพรรคภูมิใจไทยเกิดขึ้น ส.ส.ก็ต้องหาสังกัดใหม่ ถ้าจะย้ายมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย คงต้องมีความเห็นจากคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน แต่วันนี้รัฐบาลมีเสียงในมือ 300 เสียงแล้วก็คิดว่าน่าจะเพียงพอ ถ้าเอามาเพิ่มจะถูกมองว่าเป็นเผด็จการรัฐสภาได้

                 นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า หลังการแถลงนโยบายเสร็จสิ้นลง คณะทำงานของพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องทุจริตที่ค้างคาจากรัฐบาลที่แล้วต่อไป โดยมีทีมงานอาทิ ตน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม นายขจิต ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี เป็นต้น ซึ่งเรื่องร้องเรียนที่ได้รับครอบคลุมถึง 17 กระทรวง ยืนยันว่าภายในเดือน ก.ย. จะมีนักการเมืองอย่างน้อย 2 คน ถูกดำเนินคดี เพราะมีส่วนเอื้อประโยชน์จัดทำโครงการที่ไม่โปร่งใส โดยจะยื่นป.ป.ช.ตรวจสอบ แจ้งความดำเนินคดีกับสตช. รวมทั้งยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ