ข่าว

 ภท.แนะ'พท.'พา'แม้ว'กลับปท.

ภท.แนะ'พท.'พา'แม้ว'กลับปท.

23 ส.ค. 2554

ภท.หลอกด่าพท.กระทบชิ่งทักษิณ อ้อนปูนำตัวพี่ชายกลับมาบ้านเมืองจะได้สงบ ฝากพระบรมราโชวาท"บ้านเมืองมีทั้งคนดีเเละคนไม่ดีฯ"ให้ครม.นำไปปฏิบัติ

             23 ส.ค.54 นายชวรัตน์  ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  อภิปรายนโยบายรัฐบาลเป็นลำดับต่อมา โดยนายชวรัตน์ อภิปรายว่า ขอมอบอำนาจให้นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้อภิปรายนโยบายรัฐบาลแทน แต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่าตามข้อตกลงของวิปสามฝ่ายห้ามอภิปรายแทนกัน  แต่ พลเอกธีรเดช มีเพียร ประธานในที่ประชุมอภิปรายได้ หลังจากนั้นไม่นาน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยกล่าวว่า ข้อตกลงวิปสามฝ่ายห้ามสมาชิกอภิปรายแทนกัน แต่กรณีนี้จะอนุโลมให้ห้านาที แต่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า กรณีการห้ามอภิปรายแทนนี้จะรวมถึงผู้ชี้แจงแทนในส่วนของรัฐบาลด้วยหรือไม่  นายสมศักดิ์ย้ำว่า รวมด้วย

             นายสนอง อภิปรายว่า พรรคภูมิใจไทยยินดีและเคารพการตัดสินใจของประชาชนที่มอบอำนาจให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศ  สิ่งที่เป็นห่วงคือคำสัญญานักการเมืองจะลม ๆ แล้ง ๆ และเชื่อถือไม่ได้หรือไม่   หากเป็นไปตามที่ตนพูดนั้น สถาบันการเมืองจะเสื่อมเสีย  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐงมนตรี แล้ว และสิ่งสำคัญสุดควรมั่นใจตัวเอง คนรอบข้างมีหลายประเภท ตนไม่อยากให้นายกฯฟังคำสั่งคนข้างตัวและหวังประโยชน์จากตำแหน่งนายกฯและจะเป็นคนที่ไม่ได้รักนายกฯจริง และคนเหล่านี้จะทำลายนายกฯเร็วที่สุด ก่อนหน้านี้นายกฯอ้างได้ว่าไม่รู้ ไม่เกี่ยว และเป็นกองเชียร์แต่ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นผู้เล่นที่ต้องทำตามกติกา แต่วันนี้หากบอกอย่างนั้นจะถือว่านายกฯละเว้นการปฏิบัติหน้าที่  นโยบายรัฐบาลกรอบแรกที่เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในหนึ่งปี และนโยบายสี่ปี

             นายสนอง กล่าวต่อว่า นโยบายเทิดทูนสถาบันที่บรรจุไว้นั้น ตนมีความเห็นแตกต่างกับนายกฯเพราะน่าจะเป็นนโยบายเร่งด่วน  ขอถามว่าการปกป้องสถาบันจะดำเนินการในช่วงสี่ปี มั่นใจหรือว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ครบสี่ปี  เพราะฉะนั้นขอถามนายกฯว่าระยะเวลาสามปีที่ผ่านมามีการกระทำผิดกฎหมายคือล่วงละเมิดสถาบันหลายครั้ง การเสนอขอยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  การล่วงละเมิดสถาบันในต่างประเทศ เว็บไซต์และสื่อต่าง ๆ กระทำการขัดแย้งกับนโยบายรัฐบาลหลายครั้ง  พรรคภูมิใจไทยยึดถือการเทิดทูนสถาบันเป็นนโยบายหลัก แต่รัฐบาลไปคิดได้อย่างไรว่า ความเดือดร้อนประชาชน   การยกเลิกกองทุนน้ำมัน  กลับสำคัญกว่านโยบายที่ตนกล่าวไว้ และรัฐบาลทำไมบรรจุนโยบายเทิดทูนสถาบันไว้ในนโยบายสี่ปีแทน เพราะวันนี้มีการล่วงละเมิดสถาบันกันมาก

             นายสนอง กล่าวต่ออีกว่า นายกฯแถลงไว้ว่า ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการทันที คือ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ฟื้นฟูประชาธิปไตย เยียวยาให้ทุกฝ่ายที่รับผลกระทบจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการใช้รัฐธรรมนูญ ความรุนแรงทั้งหมดนั้นจะมีการเยียวยาและปรองดองนั้น รัฐบาลจะช่วยทุกฝ่ายหรือไม่และขอให้นำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศ อย่าตุหรัดตุเหร่แบบนี้  เพราะบางคนบอกอดีตนายกฯไม่ได้รับความเป็นธรรม และหากกลับมาบ้านเมืองจะสงบ ตนหวังไว้แบบนั้น และพรรคเพื่อไทยปราศรัยทุกเวทีว่าหากคิดถึงอดีตนายกฯควรเลือกพรรคเพื่อไทย  ตนพูดอย่างนี้ด้วยความจริงใจว่าควรนำอดีตนายกฯกลับมา  ทุกพรรคพูดเหมือนกันหมดว่าอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข นายกฯแถลงกับสื่อมวลชนว่า ได้เข้าเฝ้าฯแล้วจะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสใส่เกล้าฯ ขอชื่นชมนายกฯในเรื่องนี้แต่ขอฝากพระบรมราโชวาทไว้หนึ่งข้อด้วยว่า บ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดีฯ

             กรณีนี้ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประท้วงเป็นระยะว่า นายสนอง อภิปรายนอกประเด็น และทำผิดข้อบังคับ จากนั้น นายสมศักดิ์ วินิจฉัยว่า นายสนองไม่ได้อยู่ในกรอบข้อบังคับการประชุม หลังอนุโลมแล้วยังทำผิดข้อบังคับการประชุม จึงไม่อนุญาตให้อภิปรายและขอใช้อำนาจให้ยุติการอภิปราย
 ต่อมา นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา อภิปรายในลำดับต่อมา โดยขออนุญาต นายสมศักดิ์ ว่า ขอโควต้าการอภิปรายของพรรคให้ นายชาดา ไทยเศรษฐ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา อภิปราย  โดย นายสมศักดิ์ อนุญาต 

             นายชาดา จึงอภิปรายว่า รัฐบาลนี้ควรให้ความสำคัญกับรัฐสภาแห่งนี้เหมือนรัฐบาลที่แล้วด้วย ตนสนับสนุนค่าแรงขั้นต่ำสามร้อยบาทต่อวัน แต่ควรจัดระเบียบและจัดตั้งกองทุนแรงงานต่างด้าวเพราะปี 2558 จะมีแรงงานเสรีอาเซียนเข้ามา  รวมทั้งควรปลดเครดิตบูโรสิบห้าล้านคนเพื่อให้คนรุ่นใหม่มีโอกาสกู้เงินธนาคารไปลงทุน เพราะที่ผ่านมาธนาคารเอาเปรียบคนไทยมามาก ส่วนเรื่องการศึกษานั้น คอมพิวเตอร์แทบเลตไม่ทำให้การศึกษาดีขึ้นแต่ควรปฏิรูปการศึกษาด้วย ไม่ใช่ท่องจำแต่ควรให้นักเรียนหัดวิเคราะห์  ส่วนเรื่องการรับจำนำข้าว 1.5 หมื่นบาทนั้น  รมว.คลังและรมว.พาณิชย์ควรคิดว่าสองแสนล้านบาทที่รับจำนำข้าว และพืชผลเกษตรกรรมไว้ในช่วงสิบปีควรนำมาประกาศบัญชีในช่วงที่ผ่านมาก่อน ถึงจะเริ่มรับจำนำใหม่เพื่อความโปร่งใส  และควรชี้แจงว่าขาดทุนไปเท่าใด