ปภ.สรุปพื้นที่น้ำท่วมยังหนัก14จว.
'อุตรดิตถ์'เสริมกระสอบทรายแสนใบ 'เขื่อนสิริกิติ์'ลดปล่อยน้ำช่วย 'พิษณุโลก'น้ำเริ่มเน่า 'กรมศิลปากร'เร่งสูบน้ำจากพระราชวังจันทน์ 'น้ำป่า'ท่วมจว.พิจิตร 'ปราจีนบุรี'จม60,000ไร่
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 14 จังหวัด รวม 90 อำเภอ 614 ตำบล 4,642 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 379,274 ครัวเรือน 1,142,712 คน มีผู้เสียชีวิต 41 ราย สูญหาย 1 คน โดยจังหวัดที่ยังประสบภัย ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ นครนายก พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี และปราจีนบุรี
พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 2,392,974 ไร่ พื้นที่ประมงคาดว่าจะเสียหาย 18,897 ไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ 1,569,474 ตัว น้ำท่วมเส้นทางคมนาคม 17 สายทาง ใน 8 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ น่าน เชียงราย นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา สัญจรผ่านไม่ได้ 4 เส้นทาง
นายวิบูลย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1-16 ได้จัดส่งเรือท้องแบน 159 ลำ เรือพายขนาดเล็ก 924 ลำ เครื่องยนต์เรือ 70 เครื่องเต็นท์พักอาศัย 176 หลัง เต็นท์ยกพื้น 79 หลัง สุขาเคลื่อนที่ 132 หลัง สุขาลอยน้ำ 89 หลังออกให้บริการในพื้นที่ประสบภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯต่อไป
อุตรดิตถ์จัดกระสอบทรายกว่าแสนใบกันน้ำล้นตลิ่ง
นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากที่เขื่อนสิริกิติ์มีแผนปล่อยน้ำออกจากเขื่อนปริมาณ 65 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณน้ำที่มากที่สุด โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 22.00 น. วันที่ 22 ส.ค.54 น้ำจะไหลเข้าสู่ตัวเมืองอุตรดิตถ์ จุดรับน้ำจุดแรกในเวลา 06.00 น. วันที่ 23 ส.ค.54
จังหวัดอุตรดิตถ์จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามระดับน้ำน่านท้ายเขื่อนสิริกิติ์อย่างใกล้ชิด มีการรายงานผลตลอดทุกครึ่งชั่วโมง หวั่นเกิดน้ำท่วมหนัก และรุนแรงเหมือนปี 2538 สถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำที่สะพานท่าเสา เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จุดรับน้ำจุดแรกยังคงทรงตัว
ทั้งนี้ เขื่อนสิริกิติ์ปรับแผนการปล่อยน้ำจากเดิมวันละ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นวันละ 65 ล้านลูกบาศก์เมตร หลังปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนลดลง และได้รับการประสานจาก จ.พิษณุโลก ให้ลดปริมาณการปล่อยน้ำ หวั่นจะเกิดผลกระทบรุนแรง ปล่อยครั้งละ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้การไหลของน้ำท้ายเขื่อนเป็นไปอย่างช้าๆ และเพิ่มระดับไม่มาก ซึ่งระดับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ คิดเป็นร้อยละ 91 หรือ 8700 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังอยู่ระดับวิกฤติ รับน้ำได้อีก 800 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำไหลเข้า 150 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายสุรชัย กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่ปล่อยออกจากเขื่อนสิริกิติ์ และแม่น้ำสาขาที่ไหลสมทบแม่น้ำน่านท้ายเขื่อนสิริกิติ์ จะไหลสมทบและเพิ่มปริมาณสูงกว่าปกติ 50 เซนติเมตร นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะ ผอ.อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้สั่งเตรียมกระสอบทรายกว่า 1 แสนใบ เตรียมป้องกันน้ำล้นตลิ่งในพื้นอำเภอตรอน และอำเภอพิชัย ซึ่งเป็นจุดรับมวลน้ำทั้งหมด ก่อนจะไหลเข้าสู่ จ.พิษณุโลกต่อไป
ขณะเดียวกันศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มจังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมตลิ่งน้ำน่านไหลผ่าน ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในลำน้ำน่านอย่างใกล้ชิด รวมทั้งรับฟังการประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง เตรียมเก็บสิ่งของที่จำเป็น หรืออพยพสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่สูง หรือพื้นที่ปลอดภัยจากน้ำที่อาจท่วมถึง เตรียมสิ่งของอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม ยารักษาโรค และของใช้ที่จำเป็นสำรองไว้ เพื่อเตรียมพร้อมในการอพยพ
หากมีความจำเป็นต้องการความช่วยเหลือจากทางราชการ ให้ประสานติดต่อที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และอำเภอทุกแห่ง และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5540-3165-6 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เขื่อนสิริกิติ์ลดปล่อยน้ำช่วยเมืองพิษณุโลกน่านอยู่ที่ 10.32 ม.
สถานการณ์เฝ้าระวังวิกฤติแม่น้ำน่านท่วมเขตเศรษฐกิจเมืองพิษณุโลก ขณะนี้ระดับน้ำยังทรงตัวอยู่ที่ 10.32 เมตร น้ำยังไม่ล้นตลิ่งในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกเพียงแต่ซึมเข้าท่อระบายน้ำ เทศบาลนครพิษณุโลกต้องระดมสูบน้ำออกตลอดทั้งคืน และเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังวิกฤติอยู่ ชลประทานและผวจ.พิษณุโลกจะพยายามรักษาระดับแม่น้ำน่านให้อยู่ที่ประมาณ 10.40 เมตร โดยประสานกับเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนแควน้อยตลอดเวลา ตามแผนเดิมเวลา 22.00 น. วันที่ 22 ส.ค.54 เขื่อนสิริกิติ์จะระบายน้ำเพิ่มอีก 10 ล้านลบ.ม.ต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นมาเป็นวันละ 67 ล้านลบ.ม. แต่สถานการณ์ของพิษณุโลกน่าเป็นห่วง เขื่อนสิริกิติ์จึงเพิ่มการระบายน้ำเพียงวันละ 5 ล้านลบ.ม.ไปก่อน ช่วงนี้ระบายออกมาวันละ 63 ล้านลบ.ม.และจะเฝ้าระวังพิจารณาปรับเพิ่มลดทุกวัน
ส่วนเขื่อนแควน้อย เนื่องจากมีฝนตกหนักมากที่ อ.ชาติตระการ และอ.นครไทย ขณะนี้มีน้ำกักเก็บ 87 % น้ำไหลเข้าวันละ 31 ล้านลบ.ม. จำเป็นต้องระบายน้ำลงแม่น้ำแควน้อยวันละ 21 ล้านลบ.ม. ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำน่าน มีระดับสูงมาก พื้นที่ ต.จอมทอง , ต.ปากโทก อ.เมืองพิษณุโลก จึงได้รับผลกระทบ ส่วนน้ำที่ระบายเพิ่มจากเขื่อนสิริกิติ์นั้น จะมาถึงเมืองพิษณุโลก ในวันที่ 25 ส.ค.54
ที่ชุมชนวัดน้อย ริมตลิ่งแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ชาวบ้านชุมชนวัดน้อย ได้เดินเครื่องสูบน้ำออกจากบ้านตลอด 24 ชั่วโมง แม้ว่าทหารและเทศบาลจะมาทำแนวกระสอบทรายกั้นน้ำบริเวณกำแพงเมืองโบราณก็ตาม แต่แม่น้ำน่านก็ยังคงซึมแนวไหลเข้าไปในตัวบ้าน
กรมศิลปากร เร่งสูบน้ำออกจากพระราชวังจันทน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า วันที่ 23 ส.ค.54 เจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธชินราช สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวนหลายเครื่อง เพื่อสูบน้ำที่ท่วมอยู่ ออกจากเขตรากฐานพระราชวังจันทน์ โบราณสถานที่ได้ทำการบูรณะอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน ได้เร่งลำเลียงกระสอบทราบเพื่อเตรียมทำแนวกั้นน้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำน่าน ความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร
นายประพันต์ ภักตร์เขียว หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธชินราช สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย บอกว่า ขณะนี้ได้เฝ้าระวังพื้นที่รับผิดชอบน้ำล้นตลิ่ง 2 จุดใหญ่ คือ พระราชวังจันทน์ และ วัดพระศรีรัตมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ เนื่องจากได้รับการเตือนจากชลประทานว่า น้ำเหนือจะไหลมาสมทบเพิ่มระดับมากยิ่งขึ้นซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายให้กับทั้ง 2 แห่งได้ ส่วนการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพระราชวังจันทน์ จะเร่งนำเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ก่อนทำแนวป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
สำหรับพระราชวังจันทน์เป็นสถานที่พระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ และเป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชนเรศวรมหาราชเมื่อครั้งเป็นอุปราชครองเมืองพิษณุโลก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ต.วังอิทกอ่วมน้ำยมสูงเริ่มเน่าเหม็น ไฟฟ้าไม่สนใจช่วยย้ายมิเตอร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 ส.ค.54 ที่บ้านกรับพวง ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของ อ.บางระกำ หลังเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ เขตเทศบาล ต.บางระกำ อ.บางระกำ กระแสน้ำได้ไหลเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.วังอิทก ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากน้ำได้ท่วมบ้านเรือนไร่นาทั้งหมด บางรายต้องหมดเนื้อหมดตัวเป็นหนี้เป็นสินนับแสนบาท นอกจากนั้นน้ำที่ท่วมขังเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็นแล้ว
นางสำเนียง อินทับ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 ม.1 บ้านกรับพวง ต.วังอิทก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ที่บ้านถูกน้ำท่วมขังมานานเป็นอาทิตย์แล้ว ระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร ต้องทำสะพานเดินเข้าออกบ้าน นาที่ปลูกข้าว 70 ไร่ ถูกน้ำท่วมทั้งหมด ไม่เหลืออะไรเลย ลงทุนไปกว่า 50,000 บาท ต้องเป็นหนี้ ธกส. เพราะกู้เงินมาร่วม 200,000 บาท ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนส่งให้ธนาคาร
นอกจากน้ำที่กำลังเน่าเหม็นแล้ว ชาวบ้านยังได้รับความเดือดร้อน จากผู้ที่ใช้กระแสไฟฟ้า เพราะหม้อมิเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งติดตั้งอยู่ที่เสาไฟหน้าบ้าน กำลังจะถูกน้ำท่วมอยู่แล้ว จากการสอบถาม ทราบว่า ได้มีการแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้าน ให้ทางเจ้าหน้าที่มายกมิเตอร์ไฟฟ้าสูงขึ้น แต่เรื่องเงียบไม่มีใครสนใจ จึงได้ติดตามและไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าทราบรวมถึง 5 ครั้ง ต่อมามีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ แต่ไม่ได้ดำเนินการอะไร เพียงพูดว่าอย่าเข้าไปใกล้ ถ้าน้ำท่วมถึงมิเตอร์ไฟฟ้าก็ให้ปล่อยให้ระเบิดไป ทำให้ต้องปล่อยเอาไว้อย่างนั้น รอเพียงน้ำท่วมเสียหาย เพราะหน่วยงานไม่มาแก้ไขให้
น้ำป่าท่วม เทศบาลตำบลทับคล้อ จังหวัดพิจิตร
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 23 ส.ค.54 น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ เข้าท่วมเขตเทศบาลตำบลทับคล้อ อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร โดยล่าสุด เช้า วันที่ 23 ส.ค.54 ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ทำให้ตลาดทับคล้อ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางซื้อขายสินค้าของประชาชน จาก อ.ชนแดน , อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ และหลายอำเภอของ จ.พิจิตร ที่เดินทางไปซื้อสินค้า ทั้งเครื่องนุ่งห่ม และเครื่องใช้ไม้สอย ร้านค้าทั้งหมดต้องปิดตัวลงจากน้ำที่ท่วม โดยเฉพาะที่ชุมชนตลาดใต้ ที่น้ำท่วมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ในรอบปี ส่วนพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าประเภทอาหารภายในตลาดสดต้องเร่งขนอุปกรณ์ค้าขายไปขายที่ริมถนนแทน
นายวิมลเดช สุขเอี่ยม นายกเทศมนตรีตำบลทับคล้อ เปิดเผยว่า ต้องนำอาหารกล่อง ขึ้นรถ 6 ล้อ ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนกว่า 1,000 ครอบครัว ที่ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม โดยบางจุดที่ไม่สามารถนำรถไปได้ เพราะระดับน้ำที่ลึกกว่า 3 เมตร ก็นำใส่เรือไปมอบให้กับประชาชนได้บริโภค เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถออกมาหาซื้ออาหารได้
ทั้งนี้ สรุปสถานการณ์น้ำท่วม ใน จ.พิจิตร มีน้ำท่วมแบบรอบด้านของจังหวัด โดยลุ่มน้ำยม เอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขต อ.วชิรบารมี , อ.สามง่าม , อ.โพธิ์ประทับช้าง , อ.บึงนาราง และอ.โพธิ์ทะเล ส่วนแม่น้ำน่าน ก็เอ่อท่วมที่ อ.เมือง , อ.ตะพานหิน และอ.บางมูลนาก ในขณะที่น้ำป่าก็ท่วมในเขต อ.ทับคล้อ , อ.ตะพานหิน และอ.บางมูลนาก มีประชาชนเดือดร้อนเกือบ 20,000 ครอบครัว
เกษตรจังหวัดเผยปราจีนบุรีเสียหาย 60,000 ไร่
นายจาตุรงค์ ราชพิทักษ์ หัวหน้าสำนักงานเกษตร จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ 5 อำเภอ ของจังหวัดปราจีนบุรี ประกอบด้วย อ.กบินทร์บุรี , อ.ประจันตคาม , อ.ศรีมหาโพธิ , อ.นาดี และอ.เมือง รวม 27 ตำบล 153 หมู่บ้าน ส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายจากการถูกน้ำท่วม คิดเป็นเนื้อที่มากกว่า 60,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว และมันสำประหลัง ซึ่งทางสำนักงานเกษตรจังหวัด กำลังเร่งตรวจสอบความเสียหาย เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ
รายงานข่าวแจ้งว่า อ.กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นพื้นที่แรก แม้ช่วงฝนจะทิ้งช่วง แต่ระดับน้ำก็ยังคงทรงตัว โดยที่ หมู่ 12 และบ้านปากแพรก หมู่ 10 ต.กบินทร์ ชาวบ้านยังคงต้องประสบกับความเดือดร้อน เนื่องจากน้ำที่ท่วมสูง หลายครอบครัวต้องมาอาศัยเต็นท์ที่ทาง อบต.กบินทร์ นำมากางให้เป็นที่พักชั่วคราว



