
โจรใต้ซุกระเบิดบึ้มพระเจ็บ2ทหาร5
คนร้ายลอบวางระเบิดในเขตเมืองปัตตานี ลอบทำร้ายพระขณะกลับจากบิณฑบาต เป็นเหตุให้พระได้รับบาดเจ็บ 2 รูป ทหารชุด รปภ.พระเจ็บ 5 นาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดลอบทำร้ายพระสงฆ์ขณะกลับจากบิณฑบาตเมื่อเช้าวันที่ 23 ส.ค.54 ที่บนถนนปากน้ำ ต.สะบารัง อ.เมืองปัตตานี ระเบิดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุบึ้มชุด รปภ.พระครั้งนี้ เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ซุกถังขยะริมถนนปากน้ำ ส่วนทหารใช้รถกระบะ1 คัน จักรยานยนต์ 2 คัน
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า คนร้ายพุ่งเป้าที่ชุด รปภ.พระวัดหลักเมือง ทหารสาหัส 4 สามเณรเจ็บ 1 รูป ชาวบ้านเจอลูกหลง รายชื่อผู้บาดเจ็บล่าสุดจากเหตุบึ้มชุด รปภ.พระที่ปัตตานี สามเณรจิรวัตร นิลสุวรรณ บาดเจ็บเล็กน้อย , พลทหารวิทยา สินโพธิ์ บาดเจ็บเล็กน้อย , ส.อ.ประสานชัย ปิลอง , ส.อ.ขวัญชัย วิเชียร , พลฯสาธิต จันทร์เหลา , พลฯณรงค์ ทีสกุล ทั้งหมดอาการสาหัส
ซึ่งในรอบปีนี้ เกิดเหตุลอบทำร้ายพระและชุด รปภ.พระมาแล้ว 5 ครั้ง ครั้งที่1.เมื่อ 28 ม.ค.54 บึ้มกลางเมืองปัตตานี พระเจ็บ 1 ทหารเจ็บ 5
ครั้งที่2. เมื่อ 5 มี.ค.54 คนร้ายลอบยิงพระและสามเณรที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พระมรณภาพ 1 รูป บาดเจ็บ 1 รูป สามเณรเจ็บ 1 รูป
ครั้งที่3. เมื่อ 16 พ.ค.54 คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ของวัดขณะทหารใช้ปฏิบัติหน้าที่ รปภ.พระที่ อ.ยะหา จ.ยะลา พระมรณภาพ 2 รูป ทหารสาหัส 2 นาย
ครั้งที่4. เมื่อ 30 พ.ค.54 คนร้ายลอบวางระเบิดทหารชุด รปภ.พระในเขตเมืองยะลา ทำให้ชาวบ้านและกำลังพลบาดเจ็บ 7
ราย
และครั้งล่าสุดเมื่อเช้านี้ในเขตเมืองปัตตานี คนร้ายลอบวางระเบิดชุด รปภ.พระวัดหลักเมือง สามเณรเจ็บ 1 รูป ทหารเจ็บ 5 นาย สาหัส 4
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า ทหารชุด รปภ.พระ ในเขตเมืองปัตตานีล่าสุด ทหาร 1 ใน 5 ที่ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิตแล้ว ที่ รพ.ศูนย์ยะลา
โจรบึ้มทหารพรานยะลาดับ1เจ็บ1
23 ส.ค.54 ร.ต.ท.ประภาส ทองมา พนักงานสอบสวน สภ.ลำใหม่ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ได้เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บนถนนภายในหมู่บ้าน บ้านตะโล๊ะ หมู่ 5 ต.ลิดล อ.เมือง จ.ยะลา หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 00.25 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4712 เป็นเหตุให้ อส.ทพ.เจนกวี กาญจนพรหม อายุ 24 ปี เสียชีวิต และ อส.ทพ.นิสัย ชลิต อายุ 24 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุบริเวณริมสะพาน ถนนดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิด ขนาดกว้าง 25 ซม. ยาว 45 ซม. ลึก 10 ซม. และห่างจากหลุมระเบิดเพียง 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ หมายเลขทะเบียน กษม.439 ยะลา ของเจ้าหน้าที่ทหารล้มคว่ำอยู่ ในสภาพพังยับเยิน นอกจากนั้น ยังพบเศษกล่องเหล็ก เหล็กเส้น เศษสะเก็ดระเบิดตกอยู่ทั่วบริเวณ จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดเป็นระเบิดระแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กก.ส่วนการจุดชนวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
จากการสอบสวนทราบว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 2 นาย กำลังเดินทางออกจากฐานด้วยรถจักรยานยนต์ เพื่อปฎิบัติหน้าที่ลาดตระเวนพื้นที่ เป็นปกติ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งได้นำวัตถุระเบิดมาวางไว้ที่บริเวณริมสะพานก่อนหน้านี้ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ขับผ่านมา จึงกดระเบิดขึ้นทันที ทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
สำนักพุทธฯห่วงบึ้มพระกระทบรอยร้าวไทยพุทธเร่งถกจนท.ปรับแผนรปภ.เข้ม
เมื่อเวลา 21.55 น. ของวันที่ 22 ส.ค. ร.ต.ท.อุกฤษฏ์ สังฆะมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ เสียชีวิตขณะประกอบพิธีละหมาดอยู่ในมัสยิดกลางประจำอำเภอ ม.1 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สภ.รือเสาะและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ ด.ต.วิรัตน์ เทพรินทร์ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นผู้บังคับหมู่งานสืบสวนสอบสวน สภ.รือเสาะ มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม.ที่บริเวณศรีษะ 1 นัด ชายโครงขวา 1 นัดทะลุตัดขั้วหัวใจ โดยข้างศพผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม.ตกอยู่ จำนวน 2 ปลอก
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางจากบ้านพัก เพื่อไปประกอบพิธีละหมาดในช่วงเดือนรอมฏอนที่มัสยิดประจำอำเภอ และเพื่อความไม่ประมาทผู้ตายได้เลี่ยงไปประกอบพิธีละหมาดด้านในสุดของมัสยิด และขณะผู้ตายประกอบพิธีอยู่นั้น ได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่ประตูทางเข้า คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายแฝงตัวเดินปะปนกับชาวบ้านทำทีเข้าไปประกอบพิธีละหมาด ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม.ออกจากเอว จ่อยิงศรีษะผู้ตาย 1 นัด และชายโครงขวาอีก 1 นัด รวม 2 นัด ก่อนที่จะหลบหนีไป เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าเหตุเกิดที่ขึ้น มาจากฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ
ผอ.สำนักพุทธฯปัตตานีห่วงบึ้มพระเจ็บช่วงเข้าพรรษา กระทบความรู้สึกไทยพุทธหวั่นรอยร้าวกระทบสัมพันธ์แตกแยก เร่งถกฝ่ายความมั่นคงจัดระเบียบความปลอดภัยเพิ่ม
นายธีรชิต บวรนันทิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า รู้สึกไม่สบายใจที่เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นกับพระสงฆ์ในพื้นที่ และนับว่าโชคดีมากที่พระและสามเณรที่ประสบเหตุซึ่งเดินบิณฑบาตรพร้อมกันในเส้นทางดังกล่าว 2 รูปไม่ได้มรณะภาพ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเข้าพรรษาที่ทุกฝ่ายตระหนักดีว่าไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น เพราะนอกจากมีการวางระบบการตรวจสอบดูแลความปลอดภัยพระเป็นอย่างดีแล้วแต่ก็ไม่รอดพ้นจากการถูกลอบทำร้าย และที่สำคัญการทำร้ายพระเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่พยายามนำเรื่องของศาสนาที่แตกต่างกันเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของชาวบ้านในพื้นที่เป็นวงกว้างซึ่งจะนำไปสู่ความแตกแยกทางสังคม
"เส้นทางดังกล่าวจะมีสามเณร 2 รูปเดินบิณฑบาตเป็นประจำ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดและที่สำคัญบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดที่ชาวบ้านรอตักบาตร ทำให้สามเณรจิรานุวัฒน์ นิลสุวรรณ อายุ 21 ปี สามเณรวัดหลักเมืองปัตตานีได้รับบาดเจ็บถูกสเก็ดระเบิดเข้าที่บริเวณโคนขาซ้ายใกล้ช่องท้อง ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี โดยมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดซึ่งสะท้อนภาพชัดเจนที่คนร้ายมุ่งหวังทำร้ายพระและชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ ขณะที่สามเณรอีกรูปปลอดภัยมีอาการหูอื้อแต่ยังเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" นายธีรชิต กล่าว
ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดปัตตานี กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจำเป็นที่จะต้องหารือร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อปรับแผนการดูแลความปลอดภัยพระสงฆ์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยในวันเสาร์ที่ 27 ส.ค.นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)จะได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมอาการสามเณรที่ได้รับบาดเจ็บเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และเข้าร่วมหารือเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเน้นย้ำมาตรการต่างๆอีกครั้ง
โจรใต้วางระเบิดทหารขณะกลับจากร่วมรับประทานอาหารกับชาวบ้านเจ็บ 5 นาย
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 23 ส.ค. 54 พ.ต.ท.มะตาฮา มูหนะ สวญ.สภ.ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัด ร้อย ร.1924 ฉก.นราธิวาส 36 ที่บริเวณหัวสะพานบ้านลาแล ม.1 ต.ปูโยะ อ.สุไหงโก-ลก ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 5 นาย จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งอยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณตัวถังได้รับความเสียหาย จอดเสียหลักอยู่ข้างเชิงสะพาน พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะที่บริเวณหัวสะพานเจ้าหน้าที่พบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 นาย เพื่อนทหารและพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ไปก่อนหน้าแล้ว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งมีอาการสาหัส 3 นาย คือ 1. ร.ท.สุวัฒน์ ขนคุ้ม อายุ 50 ปี หัวหน้าชุดถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขา 2.จ.ส.อ.สุนทร ม่วงขวัญ อายุ 49 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขา 3. ส.อ.เจนพิพัฒน์ วงศ์เขื่อนแก้ว อายุ 29 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณต้นขา ส่วนอีก 2 นาย ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่บริเวณลำตัว คือ 1.พลทหารสุชาติ เหล่าประเสริฐ อายุ 22 ปี และ 2. พลทหารสัญชัย หอมยามเย็น อายุ 23 ปี
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ท.สุวัฒน์ หัวหน้าชุด ได้ร่วมกับทหารอีก 4 นาย นั่งรถยนต์ออกจากฐาน เพื่อเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารช่วงเปิดปอซอกับชาวบ้านที่บริเวณมัสยิดโต๊ะเสาะตก ม.2 ต.ปูโยะ เมื่อแล้วเสร็จ ร.ท.สุวัฒน์ ได้นำกำลังนั่งรถยนต์กระบะเพื่อกลับฐานที่ตั้ง เมื่อถึงบริเวณหัวสะพานได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ที่บริเวณหัวสะพาน จนเกิดระเบิดขึ้นในขณะที่รถยนต์ของ ร.ท.สุวัฒน์และพวกนั่งโดยสารผ่านมา จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารทั้ง 5 นายได้รับบาดเจ็บดังกล่าว และรถยนต์ได้รับความเสียหายไปด้วย
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน ตามคำข่มขู่ที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้



