ข่าว

ความน่าจะจริงที่ญี่ปุ่น…วุ่นมาถึงไทย

ความน่าจะจริงที่ญี่ปุ่น…วุ่นมาถึงไทย

23 ส.ค. 2554

ความน่าจะจริงที่ญี่ปุ่น…วุ่นมาถึงไทย : ประชาธิปไตยฯที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]

           สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวคราวการเข้าญี่ปุ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น กลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา และดูเหมือนว่าข่าวเรื่องญี่ปุ่นจะเปิดเผยให้เห็นความน่าสนใจของสังคมไทยกับการคาดหวังต่อข่าวสาร และมุมมองทางการเมืองของสังคมและของสื่อด้วย

            กล่าวง่ายๆ เรื่องทั้งหมดที่สื่อไทยและฝ่ายค้านต้องการจะเล่นก็คือ แถลงการณ์ของญี่ปุ่นว่า รัฐบาลไทยเป็นผู้ร้องขอให้อนุมัติวีซ่าเข้าญี่ปุ่น และแนวโน้มของการคืนพาสปอร์ตสีแดงให้แก่คุณทักษิณ

            และขณะเดียวกัน ฝ่ายค้านก็โดนเล่นไปด้วย เพราะกลายเป็นว่าหมายจับของตำรวจสากลนั้นไม่มีจริง

            ก็ไม่มีปัญหาครับ ในเมืองไทยนั้น "ความจริง" จากข่าวไม่สำคัญเท่ากับ "ความสมจริง" หรือ "ความน่าจะจริง"

            สรุปก็คือ ข่าวนี้เปิดออกมาจากรายงานว่ามีการพบกันระหว่าง รมต.ต่างประเทศหมาดๆ ที่พบกับเอกอัครทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย

            พร้อมกับรายงานข่าวที่ออกมาว่า จะมีการให้วีซ่าคุณทักษิณเข้าประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็กลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา ด้วยข้อสงสัยว่าตกลงใครเชิญใครมาพบ และตกลงเรื่องนี้ใครเป็นผู้เสนอ

            ด้วยจังหวะที่ รมต.เองก็ยังไม่ได้เข้าไปทำงานกระทรวงอย่างเป็นทางการ (ขนาดโฆษกกระทรวงต่างประเทศยังให้ข่าวมาเลยว่าไม่ทราบเรื่อง) มิพักต้องพูดถึงว่าภาพลักษณ์ของ รมต.ท่านนี้เป็น รมต.ที่ถูกตั้งข้อสงสัยมากที่สุดว่ามาดำรงตำแหน่งนี้ได้อย่างไร เพราะฉีกทุกโผ เว้นแต่จะเข้าใจได้ว่าเป็นคนที่สนิทกับคุณทักษิณมากที่สุดท่านหนึ่งที่ไว้ใจได้ว่าจะพาคุณทักษิณกลับบ้านได้

            เรื่องราวแทบจะถึงจุดไคลแมกซ์ เมื่อข่าวทางรัฐบาลญี่ปุ่นแจ้งว่าได้ให้วีซ่านี้ตามคำร้องขอของรัฐบาลไทย

            ทั้งที่ในช่วงระยะห่างระหว่างข่าวว่าจะมีการให้วีซ่า และจากคำยืนยันว่าให้ (ด้วยคำร้องขอของรัฐบาลไทย) นั้น มีข่าวที่สำคัญกว่านั้นที่สื่อไทยไม่ได้เล่น (ยกเว้นบางกอกโพสต์) เพราะ ("การแสวงหาความจริง" ไม่สำคัญเท่าการนำเสนอ "ความน่าจะจริง") นั่นก็คือ ข่าวที่ว่าในการให้วีซ่านี้ เงื่อนไขสำคัญก็คือ บุคคลที่ได้รับโทษจำคุกมากกว่าหนึ่งปีนั้นจะไม่ได้เข้าญี่ปุ่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม

            ประเด็นก็คือ ในการให้วีซ่าในครั้งนี้ จะเป็นสัญญาณที่ว่าญี่ปุ่นเห็นว่าการดำเนินคดีกับคุณทักษิณนั้นไม่เป็นธรรมหรือไม่ หรือมีเหตุจูงใจทางการเมือง (politically motivated) ตามที่คุณทักษิณปกป้องตัวเองมาโดยตลอดไหม?

            ดูเหมือนว่าญี่ปุ่นเองจะเด้งเชือกจบตรงที่ว่าพี่ไทยขอเอง และความน่าจะจริงนี้ก็ถูกเด้งรับอย่างทันทีโดยสื่อไทย เพราะมันน่าจะจริงต่อเนื่องไปกับเรื่องของการคืนพาสปอร์ตเล่มแดง…ทำนองว่า ถ้าห้ามคุณทักษิณเข้าประเทศญี่ปุ่นไม่ได้/ไม่ทัน อย่างน้อยก็ต้องไม่ให้พาสปอร์ตเล่มแดงก็ยังดี

            มีสื่อน้อยมากที่สนใจจะตามไปค้นเลยว่าองค์กรที่เชิญคุณทักษิณเป็นองค์กรอะไร และไม่มีการถามคำถามกับความจริงหลายๆ ข้อว่า ญี่ปุ่นนั้นยินยอมตามคำขอของประเทศไทยง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร? และญี่ปุ่นเขาจะไม่พิจารณาว่าองค์กรอะไรในประเทศเขาที่ร้องขอให้คุณทักษิณเข้าประเทศเขาเชียวเหรอ โดยเฉพาะหากองค์กรนั้นเขามองว่าการดำเนินคดีของคุณทักษิณนั้นอาจไม่เป็นธรรม?

            ไม่นับว่าก่อนหน้านี้เยอรมันกับฟินแลนด์ก็อนุญาตให้คุณทักษิณเข้าประเทศอยู่แล้ว

            ประเด็นคือ ทำไมไม่มีความจริงเรื่องการเข้าประเทศเยอรมนีและประเทศฟินแลนด์บ้าง? (ประเด็นจึงอาจจะอยู่ที่ว่าทักษิณไปไหนไม่สำคัญเท่าการค้นพบว่า รมต.ไทยขอให้ญี่ปุ่นอำนวยความสะดวกให้ทักษิณเข้าประเทศ ไม่ว่าคำร้องนั้นจะมีน้ำหนักจริงหรือไม่ด้วยซ้ำ เพราะความจริงในเรื่องนี้ได้ถูกขยายความ จนกลายเป็นความน่าจะจริงในเค้าโครงความเชื่อที่หลายคนคาดหวังให้มันน่าจะจริง)

            และสังคมไทยใช้เวลานานมากกว่าจะมีการตีพิมพ์ใบประกาศเชิญชวนคนมาฟังคุณทักษิณของสถาบัน Japan, China, ASEAN Institute of Economy and Culture ที่ชี้ให้เห็นว่า "กล่าวกันว่าที่จริงแล้วมีผู้สนับสนุนนายทักษิณอยู่ในพรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าเขาจะโดนใส่ร้ายในคดีความผิดโทษฐานคอรัปชั่น จน ณ บัดนี้ก็ยังกลับประเทศไทยไม่ได้" (http://nicchu-asean.org/kouenkai20110823.pdf) ภาษาไทยดูที่ "จดหมายแจ้งข่าวการปาฐกถาของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย" ในเว็บไซต์มติชนออนไลน์ วันที่ 19 สิงหาคม

            และเตรียมตกใจกันต่อไปได้เลยว่า ทักษิณได้รับเชิญจากสมาคมนักข่าวต่างประเทศประจำญี่ปุ่นในการไปปาฐกถาด้วย ซึ่งก็คงจะมีเรื่องกระจายไปทั่วโลกเองว่าเขาจะพูดอะไรบ้างในวันนี้ ไม่นับตารางที่แน่นเปรี๊ยะในการพบกับทั้งนักธุรกิจและนักการเมืองญี่ปุ่นตลอดการเดินทาง