
ช่วงรอยต่ออำนาจ
ช่วงรอยต่ออำนาจ : เลียบค่าย โดย ชัยกร ใบเงิน
อีกเพียงเดือนเศษๆ ก็จะถึงวาระครบเกษียณอายุราชการของข้าราชการ ซึ่งจะต้องมีการแต่งตั้งโยกย้ายมาทดแทน
ปีนี้พิเศษกว่าที่ผ่านมาเพราะอยู่ในช่วงผ่องถ่ายอำนาจทางการเมืองพอดี จากพรรคประชาธิปัตย์กลับมาอยู่ในมือพรรคเพื่อไทย รัฐบาลเองก็เพิ่งเริ่มต้นการจัดทำบัญชี จึงมีการยืดเวลาออกไป
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบื้องต้นจะมีการจัดทำบัญชีโยกย้ายกันในวันที่ 15 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่าจะทำบัญชีได้เสร็จสิ้นทันในวันนั้นหรือเปล่า หรืออาจต้องเลื่อนออกไปก่อน
ปัจจัยสำคัญคือ ข่าวการเปลี่ยนตัวผู้นำจาก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. มาเป็น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. อาวุโสอันดับหนึ่ง
ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ระบุไว้ว่า การโยกย้าย ผบ.ตร. ออกจากตำแหน่ง เจ้าตัวต้องยินยอม หรือมีเหตุอันทำให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารงาน
ที่ผ่านมาถึง พล.ต.อ.วิเชียรยังไม่ได้ทำอะไรให้เกิดความเสียหาย แต่เนื่องจากมีการปรับถ่ายอำนาจรัฐบาลมาเป็นยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก น้องสาวคลานตามกันมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เขย่ารัฐบาลน้องสาวตัวเองอยู่ในขณะนี้ จึงมองกันว่า ตำแหน่งสำคัญๆ ที่ต้องทำงานประสาน และต้องเข้าขากับการบริหารนโยบายของรัฐบาล ต้องมีคนที่ขานรับได้
สถานะของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า มีภาพติดอยู่กับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ในฐานะพี่ชาย ก็เป็นธรรมดาที่จะมีข่าวลักษณะนี้ออกมา
ส่วนประเด็นในเรื่องของความยินยอม จนถึงขณะนี้ ผบ.ตร.ก็ยังออกมาปฏิเสธข่าวอยู่ตลอด ภาษาในแวดวงเขาเรียกว่า ยังสู้ ก็คงต้องดูกันต่อไป
ตรงนี้แหละที่ทำให้บรรดานักวิ่งสีกากีทั้งหลาย ยังลังเลไม่แน่ใจว่า จะเข้าช่องทางไหน เพราะสถานการณ์ยังอึมครึม ซึ่งหากตัดสินใจผิดข้างก็อาจเกิดปัญหา "วืด" ขึ้นได้ง่ายๆ หรือเก้าอี้เดิมหลุดไปแบบเสียหาย
หัวโค้งอย่างนี้จึงเข้าทางนักการเมืองเพราะมีตำรวจบางส่วน "จัดหนัก" วิ่งเข้าหาแกนใหญ่การเมืองโดยตรง ไม่ต้องแทงแบบระทึก ใช้เครือข่าย ล็อกเก้าอี้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องรอผู้นำใหม่หรือเก่าเพราะตั๋วแบบนี้แน่นอนกว่า
ส่วนตำแหน่งที่เหลือก็ไปแบ่งสันปันส่วนกันเอาเอง ถ้าคนใหม่มาก็แข็งหน่อย ถ้าเป็นคนเดิมก็ต้องรับสภาพ
แต่ในยุทธจักรสีกากี ยังเห็นใจเจ้านายเดิม ถ้าต่อรองกันได้ก็อยากให้ไปแบบสง่างามดีกว่า!!



