ข่าว

 แม่ค้าเงินกู้...หนี้รุม'ซดยา-ย่างสด'

แม่ค้าเงินกู้...หนี้รุม'ซดยา-ย่างสด'

23 ส.ค. 2554

แม่ค้าเงินกู้...หนี้รุม"ซดยา-ย่างสด" : โต๊ะรายงานพิเศษ

          ...ผู้หญิงผมยาว สูงประมาณ 150 เซนติเมตร ถูกเผาไหม้เกรียมอยู่บนกองไฟ ริมกระท่อมกลางทุ่งนา ใกล้คลองชลประทาน ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านหนองหิน หมู่ 8 ต.ศิลา ประมาณ 3 กิโลเมตร...

           พลันที่พลเมืองดีพบเห็นภาพชวนสยองของมนุษย์ที่ถูกย่างสด ตอนรุ่งเช้าวันที่ 20 สิงหาคม ได้รีบแจ้งไปยังพนักงานสอบสวน สภ.(ย่อย) ศิลา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังจากรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.คณิต ดวงหัสดี ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยชุดสืบสวน เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ

            พบศพผู้หญิงถูกไฟไหม้เกรียมเกือบหมด บนฝ่ามือซ้ายมีเบอร์โทรศัพท์มือถือหมายเลข 08-3660-6XXX เขียนไว้ด้วยปากกาสีน้ำเงิน และบริเวณใกล้เคียงพบกุญแจรถจักรยานยนต์ตกอยู่ อีกทั้งยังพบขวดน้ำพลาสติกข้างในมีน้ำยาล้างห้องน้ำสีฟ้าเหลืออยู่ครึ่งขวด พร้อมกล่องน้ำผลไม้และขวดเปล่าอีก 2 ขวด

           ระหว่างตรวจที่เกิดเหตุ พ.ต.ท.สรภพ หมื่นกันยา สว.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับการประสานจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าวว่า ก่อนที่จะพบศพที่ถูกเพลิงไหม้ มีสุภาพสตรีคนหนึ่งลักษณะใกล้เคียงกับผู้เสียชีวิต มาฝากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสปาร์ค สีดำแดง ทะเบียน คธม 207 ขอนแก่น ไว้ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 19 สิงหาคม 2554

           พ.ต.ท.สรภพ จึงนำข้อมูลของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ตรวจสอบกับระบบคอมพิวเตอร์ในการตรวจสอบทะเบียนรถจักรยานยนต์ พบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของ นางจีระภร ข้อยุ่น อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/37 บ้านดอนหญ้านาง หมู่ 13 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนราษฎรพบว่านางจีระภรมีใบหน้าและส่วนสูงคล้ายกับผู้เสียชีวิต

            หลังจากนั้น พ.ต.ท.สรภพ จึงใช้โทรศัพท์มือถือโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่อยู่บนฝ่ามือซ้ายของผู้เสียชีวิต โดยแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เจ้าของเบอร์ทราบ และขอร้องให้เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อให้การยืนยันว่าเป็นใคร?

           เพียงไม่นาน "นางสุ่น" ก็เดินทางมายังที่เกิดเหตุ และให้การยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตคือนางจีระภร มีอาชีพขายผักอยู่ในตลาดสดบางลำภู พร้อมให้ปากคำเพิ่มเติมว่า เมื่อวานนี้ (19 ส.ค.) สามีและลูกชายของนางจีระภร ออกตามหาตามสถานที่ต่างๆ ทั้งตามบ้านญาติ และสถานีเดินรถ เพราะช่วงนี้นางจีระภรค่อนข้างเครียดเรื่องหนี้สินแล้วเคยพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งแต่สามีและลูกชายห้ามไว้ทัน

           “การสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นอกจากนางจีระภรประกอบอาชีพค้าขายแล้วยังเป็นนายหน้าเงินกู้ โดยเอาเงินจากนายทุนมาปล่อยกู้ให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดประมาณ 5-6 แสนบาท แต่ไม่สามารถทยอยส่งทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่นายทุนได้จนกลายเป็นหนี้สะสม เมื่อนายทุนทวงถามบ่อยครั้งทำให้นางจีระภรเกิดความเครียด" พ.ต.ท.สรภพระบุ

           ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.คัชชา กล่าวว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุแล้วการให้ปากคำของผู้ใกล้ชิดทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน นางจีระภรมีปากเสียงกับสามีในเรื่องหนี้สิน หลังจากนั้นนางจีระภรได้ล็อกประตูบ้านขังสามีไว้ แล้วขี่รถจักรยานยนต์ออกมา ระหว่างนั้นสามีพยายามช่วยเหลือตัวเองจนกระทั่งออกมาจากบ้านได้ แล้วไปหาลูกชายเพื่อติดตามหานางจีระภรก็ไม่พบ จนกระทั่งมาทราบว่านางจีระภรเสียชีวิตแล้ว

           “การตรวจที่เกิดเหตุเชื่อว่านางจีระภร นำฟืนที่มีอยู่ในกระท่อมนา แล้วนำไปเรียงไว้จนเป็นระเบียบ จากนั้นดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำ ผสมกับน้ำผลไม้แล้วไปนั่งบนกองไฟที่สุมไว้เพื่อฆ่าตัวตาย ซึ่งในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และตามร่างกายของนางจีระภรไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย จึงไม่น่าจะเป็นการฆาตกรรม และหลักฐานในบ้านพักของนางจีระภรสอดคล้องกัน นอกจากนี้คำให้การของพยานแวดล้อมหลายปาก ยืนยันว่าหลังจากที่นางจีระภรฝากรถจักรยานยนต์ไว้กับชาวบ้าน แล้วเดินข้ามถนนพร้อมถือถุงพลาสติกบรรจุขวด เข้าไปยังจุดที่เกิดเหตุเพียงคนเดียว ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์สารพิษในร่างกายของนางจีระภร จากแพทย์นิติเวช จะสามารถยืนยันได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น“ พ.ต.อ.คัชชากล่าว

           อย่างไรก็ตาม คดีลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม นายภาณุ พรมบุตร หนุ่มใหญ่วัย 43 ปี ชาวอุดรธานี เสียชีวิตอยู่บนกองยางรถยนต์ ซึ่งมีแกลลอนบรรจุน้ำมันเบนซิน และพบขวดยาฆ่าแมลงยี่ห้อแลนเนท ขวดเหล้าขาวผสมยาฆ่าแมลง ขวดเบียร์เปล่า 2 ขวด พร้อมจดหมายลาตาย เและบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย

          คดีหนุ่มใหญ่เสียชีวิตบนกองยางรถยนต์ ตำรวจมั่นใจว่าเป็นการฆ่าตัวตายมากกว่าการฆาตกรรม...เช่นเดียวกับคดีสาวใหญ่ ถูกพบย่างสดกลางทุ่งนา!!