จัดเต็มรับมือม็อบวันแถลงนโยบายรัฐ
ผบ.ตร.สั่งคุมเข้มรัฐสภาระหว่างรัฐบาลแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา 23-24 ส.ค.นี้ "หมอตุลย์" ไม่หวั่นปะทะนปช. "พท."ลั่นพร้อมรับมือฝ่ายค้านยันเตรียมแถลงตามกรอบ 8 ข้อ จี้ปธ.สภาฯคุมเกมให้ได้ "ปชป."เคาะ3ด้านชำแหละ
ระหว่างวันที่ 23-24 ส.ค.2554 จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา อาจมีกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาล มารวมตัวที่บริเวณรัฐสภา เพื่อยื่นข้อเสนอ/ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ซึ่งอาจเกิดการเผชิญหน้าหรือกระทบกระทั่งกันได้นั้น พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ตร. กล่าวถึงแนวทางการป้องกันว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. มีความห่วงใยในปัญหาดังกล่าว และเพื่อให้การแถลงนโยบายของรัฐบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้สั่งการกำชับหน่วยที่เกี่ยวข้องได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ดำเนินการดังนี้
1.ให้ บช.น. มอบหมายผู้รับผิดชอบไปเจรจากับแกนนำกลุ่มต่างๆ ที่จะเดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องที่รัฐสภา เพื่อทราบข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวน ข้อเรียกร้อง ฯลฯ แล้วกำหนดแผน/มาตรการในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยรอบบริเวณอาคารรัฐสภา แผนเผชิญเหตุ แผนการจัดการจราจร และจัดระเบียบพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าหรือกระทบกระทั่ง รวมทั้งแต่งตั้ง ผบ.เหตุการณ์ รับผิดชอบโดยตรง และให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อีกส่วนหนึ่งด้วย
2.ให้ บช.ส. ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับ บช.น. และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดทั้งนี้ ให้หน่วยที่รับผิดชอบการปฏิบัติดังกล่าว รายงานผลการปฏิบัติให้ ตร. ทราบทุกระยะ ผ่าน ศปก.ตร.
พ่อค้า-แม่ค้าแดงตั้งเต้นท์ขายของหน้าสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็น ที่บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้า อาคารรัฐสภา ฝั่งสวนสัตว์ดุสิต ได้มีประชาชนที่สวมเสื้อสีแดง นำเต้นท์เกือบ 10 หลังมากางเพื่อจับจองเป็นที่ขายสินค้า ที่คาดว่าเป็นสัญลักษณ์ของคนเสื้อแดง และอาหาร รวมถึงนำรถกะบะบรรทุกเครื่องขยายเสียง และเครื่องปั่นไฟมาจอดอยู่บริเวณใกล้เคียงกับที่กางเต้นท์ด้วย
ทั้งนี้บริเวณทางเท้าฝั่งสวนสัตว์ดุสิต เจ้าที่ตำรวจได้นำรั้วเหล็กสีเหลืองมากั้นระหว่างทางเท้าและถนน เพื่อเป็นการจัดระเบียบการจราจร เบื้องต้นมีรายงานจากเจ้าหน้าที่รัฐสภาแจ้งว่า ในวันที่ 23ส.ค. จะมีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมาชุมนุมเพื่อให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาเป็นวันแรกด้วย
“หมอตุลย์”ไม่หวั่นปะทะนปช.หน้าสภาเหน็บชุมนุมอย่างมีมารยาท
ด้านนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อหลากสีจะเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านต่อรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ (23 ส.ค.) ต่อทุกกรณีที่พรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันว่า ในวันพรุ่งนี้ตนและกลุ่มเสื้อหลากสีจะเดินทางไปหน้าอาคารรัฐสภาประมาณ 09.30 น. หลังจากนั้นประมาณ 11.30 น. จะเข้ายื่นหนังสือคัดค้านพรรคเพื่อไทยต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย
นพ.ตุลย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มีความกังวลอะไร ที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาตินปช.จะออกมาชุมนุมสนับสนุนพรรคเพื่อไทย บริเวณอาคารรัฐสภาเช่นกัน เนื่องจากกลุ่มเสื้อหลากสีไม่ได้จะไปปะทะกับกลุ่มเสื้อแดงอยู่แล้ว เชื่อว่าสถานการณ์ต้องเป็นไปอย่างเรียบร้อยแน่นอน เพราะคิดว่าทุกคนทุกกลุ่มต้องมีมารยาทเพียงพอในการที่จะออกมาเคลื่อนไหวอะไร และที่สำคัญพรรคเพื่อไทยก็ได้เป็นรัฐบาลแล้วกลุ่มคนเสื้อแดงก็น่าจะทำตามนโยบายปรองดองของพรรคเพื่อไทย หากกลุ่มคนเสื้อแดงมีการปะทะหรือเหตุก่อกวนอะไรขึ้นมา แสดงว่าไม่ยอมทำตามนโยบายของพวกตนเองด้วย
วุฒิสภาจับตานโยบายหาเสียงเพื่อไทย
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวในการเสวนาให้ความรู้วุฒิสภาเรื่อง การเตรียมความพร้อมของสมาชิกวุฒิสภาในการแถลงนโยบายรัฐบาล ที่จัดโดยคณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา ถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา า การแถลงนโยบายรัฐบาลต้องจับตาดูว่า จะมีนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้กับประชาชนหรือไม่ เพราะหากนโยบายหาเสียงใดไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ นอกจากนั้นแล้วยังมีสิ่งที่ต้องจับตา คือ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณเพื่อมาดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล
ด้านพล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธี ตัวแทนจากสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่านโยบายรัฐบาลถือว่าเป็นตัวชี้วัดความมั่นคงของอนาคตของรัฐบาลด้วย โดยหลักการที่สหประชาชาติยึดถือ ต้องระบุนโยบายที่ดูแลถึงสิ่งต่าง ๆ ได้แก่ 1.เชื้อชาติ ศาสนา 2.การปกครองที่ไม่มีเอกภาพ คือ อำนาจการปกครองมีน้อยกว่าอำนาจทางทหาร 3.องค์กรที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ไม่สามารถใช้กฎหมายตามปกติได้ และต้องปกครองด้วยกฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก พ.ร.บ.ฉุกเฉิน และที่สำคัญคือ ด้านการต่างประเทศ ผลประโยชน์ชาติ ผลประโยชน์ซับซ้อน รวมถึงความขัดแย้งที่เกิดจากปัจเจกชน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจกระทบถึงอนาคตความมั่นคงของรัฐบาล
'พท.'ลั่นพร้อมรับมือฝ่ายค้านอภิปรายนโยบายรบ.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมเตรียมการแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 - 24 ส.ค.นี้ว่า ที่ประชุมได้มีการแบ่งทีมการนำเสนอเรื่องนโยบายที่ส.ส.ที่มีส่วนร่วมในการร่างนโยบาย โดยแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 20 คน อีกทั้งที่ประชุมได้พูดถึงการแถลงนโยบายภายใต้กรอบ 8 กรอบด้วย ประกอบด้วย นโยบายที่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ นโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคมและคุณภาพชีวิต นโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการวิจัย นโยบายต่างประเทศละเศรษฐกิจระหว่างประเทศ นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ด้านนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปีแรกนั้น คือ 1. การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และฟื้นฟูประชาธิปไตย 2. กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” 3. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง 4.ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการและเร่งรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน 5.เร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 6.เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อบ้านและนานาประเทศ 7.แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ เนื่องจากสภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า 8.ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ สร้างสมดุลและความเข้มแข็งอย่างมีคุณภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจมหภาค 9.ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 10.ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน 11.ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน 12.เร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ 13.สนับสนุนการพัฒนางานศิลปะ หัตกรรม และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างเอกลักษณ์และการผลิตสินค้าในท้องถิ่น 14.พัฒนาระบบประกันสุขภาพ 15.จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ แทบเล็ต ให้แก่โรงเรียน 16.เร่งรัด และผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางด้วย
" กรณีที่มีความกังวลในการแถลงนโยบายว่าฝ่ายค้านอาจจะมีการถามนอกประเด็นนั้น วันนี้ที่ประชุมมีความเชื่อมั่นต่อการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะว่าการทำหน้าที่ที่ผ่านมาถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านมาหลายครั้งก็คงจะอยู่ในกรอบข้อบังคับของสภาฯ ซึ่งเราก็มั่นใจว่าประธานสภาฯ รวมทั้งผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม จะรักษาข้อบังคับและระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ที่ประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย " นายพร้อมพงศ์
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า มีรายงานจะมีมวลชนทั้งที่สนับสนุนและคัดค้าเดินทางมายังอาคารรัฐสภานั้น ขณะนี้ทราบว่าจะมีการประสานให้แต่ละกลุ่มอยู่ในพื้นที่ของตนเอง เช่น กลุ่มคนเสื้อแดง เจ้าหน้าที่ก็จัดให้อยู่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ส่วนกลุ่มเสื้อหลากสีนั้น ก็อาจจะอยู่ฝั่งตรงข้ามอาคารรัฐสภา เรื่องนี้พรรคมองว่าหากประชาชนออกมาแสดงออกทางด้านประชาธิปไตยก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้
ผู้ข่าวถามว่าองค์รักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรีมีหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า องค์รักษ์ไม่มี ไม่ว่าจะเป็นของนายกรัฐมนตรีหรือของรัฐมนตรี เพราะมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีสามารถตอบคำถามได้ รวมทั้งฝ่ายบริหารที่เป็นคณะรัฐมนตรีก็จะชี้แจงในกรอบทั้ง 8 กรอบ ก็สามารถตอบคำถามได้ อย่างไรก็ตามก็จะมีส่วนฝ่ายส่งเสริมประชาธิปไตยจะดูแลเมื่อมีการออกนอกกรอบ อาจจะมีการชี้แจงบ้างเพื่อให้การตอบคำกลับมาอยู่ในกรอบของการแถลงนโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่ลักษณะการนำเรื่องส่วนตัวมาพูดกัน
เมื่อถามว่า กรณีที่ฝ่ายค้านที่จะหยิบยกประเด็นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่ในกรอบนโยบายหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าประเด็นที่อภิปรายนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่ หากไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่จะแถลงนั้น อาจจะมีผู้ที่ชี้แจงบ้าง แต่เราเชื่อมั่นว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี คงจะรักษาวัฒนธรรมของพรรคที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านมาก่อน และรักษามาตรฐานของพรรคที่ดำเนินการอย่างมีคุณภาพ
เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ หากมีการหยิบยกขึ้นมานั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะตอบคำถามด้วยตนเองหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังมาไม่ถึง รอให้มีการสอบถามก่อนจะดีกว่า ตนเชื่อมั่นว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องอยู่ในกรอบอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่จะนำเรื่องส่วนตัวอยู่ในเกมการเมือง
เมื่อถามว่าที่ประชุมได้มีการหารือกรณีที่ฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าไปที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.กต. หรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ตนก็ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุรพงษ์ ซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคลของนายสุรพงษ์ ในฐานะที่ถูกกล่าวหาในข้อความที่เป็นเท็จ ซึ่งในวันพรุ่งนี้นายสุรพงษ์ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและตนไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ในช่วง 09.00 น. เพื่อยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ ในการที่พรรคประชาธิปัตย์มีส่วนในการใส่ร้ายอันเป็นข้อความที่เป็นเท็จด้วย ซึ่งส่งผลผูกพันถึงความผิด อาจถึงขั้นยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้ ซึ่งที่ประชุมเชื่อมั่นว่านายสุรพงษ์ สามารถตอบคำถามในสภาได้ ส่วนหาฝ่ายค้ามีการหยิบยกขึ้นมาพูดจะมีการประท้วงหรือไม่นั้น คาดว่าจะชี้แจงได้แน่นอน
"ปชป."เคาะ3ด้านชำแหละนโยบายรบ.
เมื่อเวลา 16.20 น. นายชวนนท์ อินทรโกมายล์สุต ว่าที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับกรอบการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในวันที่ 23 - 24 ส.ค.นี้ว่า ที่ประชุมมีมติที่จะใช้เวลาอภิปรายทั้งสิ้น 400 นาที โดยแบ่งกรอบการอภิปรายออกเป็น 3 ประเด็น ประกอบไปด้วย 1.ด้านเศรษฐกิจ ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นแกนหลัก โดยจะมีผู้อภิปรายทั้งสิ้น 16 ราย ใช้เวลา 200 นาที 2.ด้านสังคม มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นแกนหลัก มีผู้อภิปราย 10 คน ใช้เวลา 80 นาที 3.ด้านการเมือง ความมั่นคง มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นแกนหลัก โดยจะมีผู้อภิปรายทั้งสิ้น 10 ราย ใช้เวลา 120 นาที รวมผู้อภิปรายทั้งสิ้น 36 ราย รวมเวลา 400 นาที ทั้งนี้จะเน้นไปที่การติดตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียง และชี้ให้เห็นถึงผลกระทบของการดำเนินการตามนโยบาย รวมถึงการเสนอความเห็นถึงมาตรการเพิ่มเติมของรัฐบาลโดยยืนยันว่าการอภิปรายในครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่าหวังให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอบข้อซักถามจากฝ่ายค้านด้วยตัวเอง ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ระบุว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการกลั่นกรองนโยบาย รวมถึงคัดเลือกผู้เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรีด้วยตัวเอง ดังนั้นการตอบข้อซักถามดังกล่าวนี้จะเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เคยยืนยันมา และเป็นการแสดงศักยภาพว่ามีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ควรที่จะหนีการตอบคำถามของฝ่ายค้านเหมือนการแสดงพฤติกรรมการหนีข้อซักถามของผู้สื่อข่าว ดังที่ปรากฎออกมา ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สง่างาม นอกจากนี้การอภิปรายนโยบายของรัฐบาลนี้จะมีการดำเนินมาหลายครั้ง และเป็นเรื่องปกติของวิถีทางแห่งประชาธิปไตย ดังนั้นพรรคเพื่อไทยไม่จำเป็นที่จะต้องมีการตั้งองค์รักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีแต่อย่างใด เพราะนั่นจะทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสรับฟังข้อมูลที่เป็นประโยชน์
นายองอาจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะจัดตั้งวอลรูม เพื่อที่จะนำเสนอข่าวสารจากการอภิปรายไปสู่สื่อมวลชนตลอดเวลาที่ห้องคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฯค้าน) ชั้น 3 ที่สภาผู้แทนราษฏร เพื่อจะนำข้อมูลต่างๆรวมทั้งหลักฐานต่างๆที่ใช้ในการอภิปรายให้ประชาชนได้ทราบ นอกจากจะได้รับฟังจากการถ่ายทอด โดยตั้งนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ว่าที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานในการดำเนินการรวบรวมข้อมูล



