
ตีนแมวงัดร้าน'ปุ้ย-พิมลวรรณ'
ตีนแมวบุกงัดร้าน 'ปุ้ย - พิมลวรรณ' พิธีกรชื่อดัง ระบุโดนลักทรัพย์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ในรอบ 1 ปี เบื่องต้น ตร.มุ่งปมขโมยเอกสารทางการค้า เพราะคอมพิวเตอร์ที่ถูกขโมยไปมีข้อมูลทางการค้าของบริษัท
22 ส.ค.54 พ.ต.ท.ธีระวุธ พิมพิสัย พงส.(สบ2) สน.บึงกุ่ม ได้รับแจ้งเหตุจากตัวแทนบริษัทชัชนัทเก็ตจำกัด เลขที่ 99/2 ถนนเกษตรนวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม.ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวไก่นักเก็ท ของปุ้ย-พิมลวรรณ หุ่นทองคำ พิธีกรชื่อดัง จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และ พ.ต.อ.ศราวุธ คำจินดา ผกก.สน.โคกคราม
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น พบร่องรอยคนร้ายใช้คีมตัดสายยู และงัดประตูกระจก รวมทั้งกุญแจคล้องหน้าร้าน ตรวจสอบสิ่งของในร้านพบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กระเป๋าเอกสาร 1 ใบ แว่นกันแดด 1 อัน และเสื้อบริษัทขนาดไซส์เอส จำนวน 4 ตัวถูกขโมยไป จากการตรวจกล้องวงจรปิดภายในร้านพบว่า คนร้ายเป็นชาย 1 คน และหญิงวัยรุ่น 1 คน สวมผ้ากันเปื้อนคล้ายเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร เข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที
นายอโนชา แจ่มจิตร อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่คลังสินค้าของบริษัทให้การว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้เดินทางมาทำงานที่บริษัทตามปกติพบ ว่าโซ่คล้องกุญแจประตูด้านหน้าวางทิ้งไว้หน้าบริษัทและเห็นประตูเปิดอยู่ และที่ประตูยังมีร่องรอยถูกงัดแงะ จึงรู้ทันทีว่าถูกคนร้ายเข้ามาขโมยของในบริษัท เพราะเมื่อวานเป็นคนปิดบริษัทได้เอาประตูด้านหน้าลง และล็อคกุญแจไว้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
ด้านปุ้ย-พิมลวรรณ พิธีกร สาว กล่าวว่า สำนักงานแห่งนี้เคยถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์แล้วถึง 3 ครั้งในรอบ 1 ปี โดยครั้งแรก เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2553 กวาดเอาคอมพิวเตอร์ไป 3 ชุด ซึ่งครั้งนั้นตำรวจ สน.โคกคราม สามารถจับกุมคนร้ายได้ หลังเกิดเหตุประมาณ 2 สัปดาห์ ผู้ต้องหาเป็นโชเฟอร์แท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นอีกเพียงสองเดือน ก็ถูกคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์เงินสด 6,000 บาท และทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ทางตำรวจจึงได้แนะนำให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด 4 ตัว ภายในบริษัท แต่ไม่ได้ติดตั้งที่ประตูทางเข้า
“หลังถูกขโมยขึ้นบ้านมาถึง 3 ครั้ง ก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะตัวเองไม่ได้เป็นห่วงทรัพย์สิน แต่เกรงว่า การที่มีโจรผู้ร้ายชุกชุม หากมีคนอยู่ในบ้านหรือสำนักงานก็อาจจะเป็นอันตรายได้ จึงฝากถึงตำรวจให้ช่วยดูแลอย่างจริงจัง และมั่นใจจะตำรวจจะจับตัวคนร้ายได้ในที่สุด” พิธีกรชื่อดัง กล่าว
ด้านพ.ต.อ.ศราวุธ กล่าวว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เหตุตอนช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.คนร้าย 2 คน เป็นชายและหญิง เข้าและออกทางประตูด้านหน้า และได้รื้อค้นทรัพย์สินภายในชั้น 1 และชั้น 3 ท่าทางเหมือนจะเป็นแฟนกัน โดยมีการเตรียมตัวมาอย่างดี มีการสวมถุงมือเพื่อเข้ามาก่อเหตุ ทั้งยังพยายามเอามือปิดกล้องวงจรปิดของอาคาร แต่กล้องยังจับภาพได้ จึงน่าจะไม่ใช่มือสมัครเล่น
และสันนิษฐานว่าคนร้ายไม่น่าจะประสงค์ต่อทรัพย์ แต่มุ่งเน้นทางข้อมูลเอกสารทางการค้า เนื่องจากคอมพิวเตอร์ที่ถูกขโมยเป็นมีข้อมูลทางการค้าของบริษัททั้งหมด อย่างไรก็ตามภาพจากกล้องยังมีความไม่ชัดเจนเนื่องจากเป็นช่วงกลางคืนที่ค่อนข้างมืด จึงต้องส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานปรับภาพให้ชัดก่อน เมื่อภาพได้ภาพคนร้ายที่ชัดเจนก็จะส่งให้กับสื่อมวลชนเพื่อหาเบาะแสคนร้าย และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป



