ข่าว

ชุมพรปิดถนนแพลงกิ้งค้านโปรเจ็ครบ.

ชุมพรปิดถนนแพลงกิ้งค้านโปรเจ็ครบ.

22 ส.ค. 2554

กลุ่มพลังมวลชน 14 จังหวัด ภาคใต้ รวมตัวปิด ถนนเพชรเกษม ทำแพลงกิ้งหมู่ คัดค้าน และเรียกร้องรัฐบาล หยุดโครงการเมกกะโปรเจ็คภาคใต้ ท่าเรือน้ำลึก และโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ชุมพร

          ผู้สื่อข่าวรายงาน  เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ส.ค.54  กลุ่มพลังมวลชน ที่เรียกตนเองว่า เครือข่ายภาคประชาชนทุกจังหวัดใน 14 จังหวัดภาคใต้ ได้นัดมารวมตัวกันริมถนนเพชรเกษม (ทล.4) บริเวณอุทยานเขาพาง ม.8 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ภายใต้ชื่อ "ปฏิบัติการเพชรเกษม 41 ชุมพร คนใต้ขอกำหนดอนาคตตัวเอง"

          โดยการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เป็นการแสดงต่อรัฐบาลใหม่ ให้ได้เห็นพลังของเครือข่าย โดยแกนนำทั้ง 14 จว.ภาคใต้ ได้ร่วมกันอภิปรายโจมตีการทำลายสิ่งแวดล้อมในภาคใต้ที่กำลังจะเกิด  จากการลงเมกกะโปรเจ็ค และที่ จ.ชุมพร ได้มีการลงพื้นที่ปิดประกาศในการสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ ม.3 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร พร้อมทั้งการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ละแม ที่กำลังเป็นปัญหาในการต่อต้าน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เครือข่ายภาคประชาชนภาคใต้ จากหลายจังหวัดต่างเริ่มทยอยมา ก็ได้มีการสับเปลี่ยนขึ้นปราศรัยถึงวัตถุประสงค์ในการรวมตัวในครั้งนี้ มีเป้าหมายหลัก โดยด้านนายศุภนัฐ ดวงกลม ประธานเครือข่ายปะทิวรักษ์ถิ่น ได้กล่าวถึง การสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ ม.3 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.54 ทางที่ดิน อ.ปะทิว ได้ปิดประกาศขออนุญาตตามความในมาตรา กม.ที่ให้บริษัททรัพย์สินชุมพรธานี จำกัด จัดทำการปรับที่ดินสาธารณะประโยชน์ เพื่อประโยชน์ในการสร้างท่าเรือน้ำลึกบริเวณอ่าวทุ่งทราย ม.3 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร แล้วนั้น ไม่ได้มีการทำประชาพิจารณ์เลย ทั้งๆที่ได้มีการติดตาม และต่อต้านคัดค้านมาตลอด

          แต่ทางที่ดิน อ.ปะทิว ยังปิดประกาศในการสร้างได้ ซึ่งในการนี้ มีการกระทำที่สร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมมากมาย เพราะบริเวณดังกล่าวมีหอยมือเสือ ที่ตั้งของธนาคารปู ธนาคารหอยนานาขนิด และยังเกี่ยวกับแผนพัฒนาประเทศ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่มีเมกกะโปรเจ็คในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จ่อที่จะอนุมัติก่อสร้างจำนวนมาก

          โดยคนปักษ์ใต้ไม่เห็นด้วย กับแผนพัฒนาภาคใต้ที่จัดทำ โดยบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งได้รับการสนับสนุนผ่านทางธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย (ADB) เพราะเป็นโครงการเมกะโปรเจ็ค ที่ตอบสนองทุนต่างชาติที่เป็นอุตสาหกรรมหนักและสกปรก เช่น นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงถลุงเหล็กต้นน้ำ สะพานเศรษฐกิจที่เน้นการขนส่งน้ำมัน และผลผลิตต่อเนื่อง ท่าเรือน้ำลึก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ถ่านหิน ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการเดิมของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงจนประชาชนลุกขึ้นมาเรียกร้อง ดังที่เป็นข่าวมาตลอดในช่วง 5-6 ปีมานี้ เราเรียกอุตสาหกรรมในลักษณะนี้ว่า “อุตสาหกรรมเลื่อนลอย” โดยย้ายฐานการผลิตข้ามประเทศ

          ต่อมาเวลา 10.00 น.บรรดาแกนนำได้แสดงจุดยืนขอประกาศว่า คนใต้ต้องการกำหนดแผนนโยบายเองเพื่อคนใต้ ไม่เอานิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มาพัฒนาด้านพลังงานเชื้อเพลิง ไม่เอาแผนพัฒนาภาคใต้ ที่เข้ามาทำลายคุณภาพชีวิต เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของกลุ่มเครือข่ายภาคใต้ชื่อ "ปฏิบัติการเพชรเกษม 41 คนใต้ขอกำหนดอนาคตตัวเอง" กว่า 300 คน ได้รวมตัวเดินจากเวทีริมถนน ออกมาปิดถนนสายหลัก โดยการทำ "แพลงกิ้ง" กันบนถนน ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายของจังหวัดได้ เร่งระบายรถออกทางเลี่ยงเมือง สามารถระบายได้ระดับหนึ่ง แต่อย่างก็ตาม รถที่ติดอยู่หน้ากลุ่มเครือข่ายฯ ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ยาวกว่า 4 กม.

          ล่าสุดกลุ่มปิดถนนได้ยอมสลายตัว ยอมเปิดถนนให้เดินรถได้ตามปกติแล้ว หลังนายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้เข้าเจรจากับนายสุนทร รักรงค์ แกนนำเครือข่ายฯดังกล่าว ที่เคยมีการเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มเสื้อเหลืองและกลุ่มสีเขียว ซึ่งการปิดถนนได้สร้างผลกระทบต่อผู้ใช้รถอย่างมาก ต้องจอดรอการจราจรติดขัดนานกว่า 3 ชั่วโมง