ยกฟ้องคดี'สุรนันท์'ร้องสรรหากสทช.
ศาลปกครองพิพากษายกฟ้องคดี'สุรนันท์'ร้องสรรหากสทช.ไม่โปร่งใส
22 ส.ค.54 องค์คณะตุลาการศาลปกครอง ได้อ่านคำพิพากษายกคำร้อง คดีหมายเลขดำที่ 1173/2554 คดีที่ นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร หนึ่งในผู้สมัครสรรหาเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ได้รับคะแนนเป็นอันดับ 5 ในการสรรหาฯ ยื่นฟ้อง นายจตุรงค์ ปัญญาดิลก ประธานคณะกรรมการสรรหาฯ , กรรมการสรรหาฯ ทั้งคณะ และ เลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้ถูกฟ้อง กรณีดำเนินการสรรหา กสทช. โดยไม่โปร่งใส
เนื่องจากการประชุมลับของ คณะกรรมการสรรหาฯเพื่อพิจารณาคัดเลือกเมื่อวันที่ 25 เม.ย.นั้น ถูกต้องตามระเบียบวุฒิสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการสรรหากสทช.
ด้านนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์เรื่องดังกล่าวต่อไป โดยต้องขอนำคำแถลงของตุลาการผู้แถลงคดีมาพิจารณาก่อนว่ามีประเด็นใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่
สำหรับคำฟ้องของ นายสุรนันท์ ระบุว่า กระบวนการสรรหา กสทช.ไม่โปร่งใสเนื่องจาก เนื่องจากไม่เสนอชื่อนายสุรนันท์ ผู้ฟ้องให้เป็นผู้ได้รับการพิจารณาคัดเลือก 1 ใน 4 หลังจากที่พบว่าการสรรหาในวันที่ 25 เม.ย. นายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ที่ได้รับคะแนนเลือกเป็นอันดับ 3 เป็นกรรมการของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือว่าขาดคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553
อย่างไรก็ตาม นายสุรนันท์ มีคะแนนอันดับถัดมาเป็นที่ 5 แต่กลับลงมติใหม่เลือก นายยุทธ์ ชัยประวิตร ซึ่งแต่เดิมเป็นผู้ได้รับคะแนนอันดับ 7 แทน นายอรรถชัย ทั้งๆ ที่ตามกฎหมายแล้วการคัดเลือกใหม่จะทำได้เมื่อผู้สมัครมีตะแนนเท่ากันเท่านั้น
ดีเอสไอสอบคดีกสทช.เสนอบอร์ดกคพ.
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการตรวจสอบกระบวนการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า การสรรหา กสทช.เป็นประเด็นใหญ่ ดีเอสไอไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสรรหาหรือการแต่งตั้ง กสทช. แต่ทำในประเด็นการตรวจสอบ เมื่อตรวจพบความผิดก็แจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องการให้คุณให้โทษกับใคร แต่เป็นเรื่องการดำเนินคดี ถูกคือถูก ผิดคือผิด และไม่เห็นว่า การที่ดีเอสไอตรวจสอบเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองตรงไหน เมื่อตรวจสอบพบความไม่ถูกต้อง หน้าที่ของดีเอสไอคือดำเนินคดีกับคนที่ทำผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดีเอสไอถูกมองว่าจ้องล้ม กสทช.จึงรีบตรวจสอบกระบวนการสรรหา นายธาริต กล่าวว่า การสรรหา กสทช. ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของวุฒิสภา แต่ยอมรับว่าการตรวจสอบเรื่องนี้ทำเร็ว เพราะเห็นว่าช่วงนี้มีการสรรหาอยู่ จึงอยากตรวจสอบให้ได้ข้อมูลเป็นที่ยุติเพื่อเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการสรรหา ไม่อยากให้ใช้คำว่า ใครต้องการล้ม กสทช. เพราะจะล้มหรือไม่อยู่ที่ฝ่ายพิจารณาต้องนำไปพิจารณา หากวุฒิสภาจะเดินหน้ากระบวนการแต่งตั้ง กสทช. โดยเห็นว่าข้อมูลของดีเอสไอไม่เพียงพอ ทุกอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง และมีอำนาจหน้าที่ที่จะเดินหน้าต่อไปได้แต่ถ้ามีประเด็นที่ยังสงสัยในกระบวนการ หากวุฒิสภาฯจะตั้งเรื่องขึ้นตรวจสอบจะไม่ดีกว่าหรือ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพบว่ากระบวนการสรรหา กสทช.ผิดเป็นบางประเด็นจะดำเนินการอย่างไร นายธาริต กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำข้อมูลที่ดีเอสไอตรวจสอบพบไปประกอบการพิจารณา เหตุใดเราจึงไม่คิดอีกอย่างว่าถ้าขั้นตอนตรงไหนผิดก็ไปแก้ไขและดำเนินการให้ถูกต้อง ทำไมต้องเรียกว่าล้ม กสทช.เราเพียงแต่ดำเนินการให้ถูกต้อง ผิดขั้นตอนไหนก็กลับไปเริ่มต้นทำให้ถูกต้อง ซึ่งน่าจะดีกว่าการเดินหน้าทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อไป ในส่วนของดีเอสไอ ยืนยันจะเดินหน้าเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.)รับเป็นคดีพิเศษเพื่อดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ศาลปกครองกลางยกคำร้องคดีที่ นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. กับเลขาธิการวุฒิสภานั้น นายธาริต กล่าวว่า คดีที่ยกคำฟ้องในวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นประเด็นเล็กน้อย ไม่ใช่ประเด็นหลัก โดยยกฟองในประเด็นที่นายสุรนันท์ขอให้เพิ่มชื่อตัวเองเข้าไปในรายชื่อ 22 รายชื่อ ส่วนประเด็นหลัก ๆ ที่ฟ้องว่ากระบวนการสรรหาไม่ชอบยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองอีก 3 คดี
อดีต ส.ว. เรียกร้องสังคมจับตาเตะถ่วงสรรหา กสทช.
นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ที่ปรึกษา กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ส.ว. กล่าวถึงการสรรหา กสทช. ว่า เห็นได้ชัดว่า มีความพยายามของภาคการเมืองเพื่อล้มกระบวนการสรรหาในชั้นวุฒิสภา โดยมีปฏิบัติการทำลายความชอบธรรมของกระบวนการสรรหา สาดโคลนใส่เอ็นจีโอ ว่า มีอิทธิพลเบื้องหลังการสรรหา และบั่นทอนวุฒิสภาให้มัวหมอง แท้จริงแล้วเป็นหลุมพรางล่อปลาให้ฮุบเหยื่อเพื่อให้การเลือก กสทช. หลุดจากวุฒิสภาไปสู่มือของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากการเลือก กสทช. ต้องทำให้จบภายใน 180 วันตาม พ.ร.บ. กสทช. ฉบับใหม่ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 11 ก.ย. 54 ซึ่งวุฒิสภาวางกำหนดเลือก กสทช. วันที่ 5 ก.ย.นี้ เพียงแค่มีใครถ่วงเวลาไป 7 วันเท่านั้น อำนาจการเลือกจะไปอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ทันที
“งานนี้จึงวัดใจ ส.ว.ทั้งหมด ประชาชนควรสังเกตดูว่า ส.ว.คนไหนเตะถ่วงการเลือกครั้งนี้ สื่อมวลชนรายใดตกหลุมพราง หรือเป็นใจกับฝ่ายการเมืองไปแล้วการฟ้องร้องใดๆ ของใครก็ตาม ที่เกิดขึ้นกับการสรรหาครั้งนี้ เป็นเรื่องกระทำได้ สามารถดำเนินต่อไปได้อยู่แล้วตามกระบวนการตรวจสอบ ไม่ว่าจะโดย ดีเอสไอ ศาลปกครอง หรือ ป.ป.ช. โดยไม่จำเป็นต้องหยุดยั้งกระบวนการเลือกสรรของ ส.ว. สิทธิการรับรองบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระเป็นอำนาจโดยชอบของวุฒิสภาที่รัฐธรรมนูญออกแบบถ่วงดุลไว้ดีแล้ว ส.ว.เป็นผู้ทรงสิทธิ หากจะโอนสิทธิไปให้ฝ่ายบริหาร ก็ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้” อดีตส.ว.กล่าว



