ข่าว

ปภ.สรุปพท.น้ำท่วมเหลือ14จ.

ปภ.สรุปพท.น้ำท่วมเหลือ14จ.

22 ส.ค. 2554

ปภ.สรุปพื้นที่น้ำท่วมยังเหลืออีก 14 จังหวัด คนเดือดร้อนเรือนล้าน ตายแล้ว 37 ราย

          นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยว่าปัจจุบันคลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ตาก เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และประจวบคีรีขันธ์ แต่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 14 จังหวัด รวม 90 อำเภอ 614 ตำบล 4,642 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 379,274 ครัวเรือน 1,142,712 คน มีผู้เสียชีวิต 37 ราย สูญหาย 1 คน โดยจังหวัดที่ยังประสบภัย ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ นครนายก พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี และปราจีนบุรี

          นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นกรมปภ.ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจัดสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักรกล เรือท้องแบน รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุกน้ำออกให้บริการในพื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯต่อไป

 

กาฬสินธุ์น้ำท่วมหนักนาข้าวจมแล้ว 2.8 หมื่นไร่

          สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า อิทธิพลของพายุฝนที่ตกหนักติดต่อกันส่งผลให้มีพื้นที่นาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายแล้ว 28,825 ไร่ ฝายกั้นน้ำพังเสียหาย 15 แห่ง ถนนชำรุดเสียหาย 471 เส้นทาง ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 110,539 คนจาก 1,281 หมู่บ้าน 133 ตำบลใน 11 อำเภอ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 73 ล้านบาท
               
          ด้าน นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ทำหนังสือประกาศเตือนภัยให้นายอำเภอทุกอำเภอ สั่งการให้ผู้ใหญ่บ้านใช้หอกระจายข่าวเตือนประชาชนระวังพายุฟ้าผ่าโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในเขตเทือกเขา ด้าน อ.สมเด็จ อ.นาคู ให้ระวังปัญหาดินโคลนถล่ม ขณะที่ อ.ฆ้องชัยให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันและในเขตพื้นที่ อ.คำม่วงให้ระวังน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาภูพาน กับการติดตามสถานการณ์น้ำในลำน้ำชีจากจังหวัดชัยภูมิ เพื่อป้องกันและลดปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมซึ่งเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

 

ปภ.ลำพูนเตือน! ประชาชนรับมือน้ำท่วม

           นายชุมพร อินตะเทพ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำกวงจุดวัดระดับน้ำสะพานล้อบ้านท่านางอยู่ที่ 5.60 เมตร ส่วนระดับวิกฤติของระดับน้ำกวงอยู่ที่ 6.00 เมตร

           อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ 2 ฝั่งลำน้ำกวง ในเขตตัวเมือง จ.ลำพูน พร้อมรับมือแล้ว โดยให้ประชาชนติดตามฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิด ส่วนชุมชนที่น่าเป็นห่วงคือชุมนม ย่านพักคนงานนิคมอุตสาหกรรมลำพูน บ้านสันป่าฝ้าย ซึ่งจุดดังกล่าว มีประชาชนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งขอความร่วมมือให้ประชาชนเก็บข้าวของไว้บนที่สูงกันแล้ว

 

เขื่อนสิริกิติ์เร่งปล่อยน้ำมากสุดรอบ 30 ปี

          นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องตอนเหนือของเขื่อนสิริกิติ์ส่งผลให้มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนมากถึงวันละ 150-200 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)ต่อวัน  ล่าสุดระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์มีมากถึงร้อยละ 91 ของความจุ หรือ 8,600 ล้านลูกบาศก์เมตร จากที่รับน้ำได้ 9,500 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือสามารถรับน้ำได้อีก 900 ล้านลูกบาศก์เมตร หากไม่เร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนทำให้ระดับน้ำถึงระดับวิกฤติได้
 
          ดังนั้นวันที่ 22 ส.ค.นี้   เขื่อนสิริกิติ์มีแผนปล่อยน้ำออกจากเขื่อนเพิ่มมากปกติวันละ 50  ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 80 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากที่สุดในรอบ 30 ปีการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ จะทำให้น้ำในแม่น้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 50 เซนติเมตร และจะไหลถึงตัวเมืองอุตรดิตถ์เช้าวันวันที่ 23 ส.ค.   ซึ่งจากการระบายน้ำดังกล่าว อาจล้นตลิ่งได้ในระดับพื้นที่ที่มีระดับต่ำ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอตรอน และอำเภอพิชัยเพื่อความไม่ประมาทจึงขอให้ประชาชนอยู่สองฝั่งน้ำน่าน เก็บสิ่งของหรือสัตว์เลี้ยงไว้ที่สูง รวมทั้งสำรองอาหารและน้ำดื่มยารักษาโรค ของใช้จำเป็นต่างๆ  สำรองไว้ และมีความพร้อมในการอพยพ และขอให้ติดตามสถานการณ์สภาวะอากาศจากกรมอุตินิยมวิทยาและการประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้จากระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่ท้ายเขื่อนสิริกิติ์ยังคงอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม เนื่องจากน้ำป่าไหลหลาก ไหลลงสู่แม่น้ำสาขา และไหลลงสู่แม่น้ำน่านบริเวณท้ายเขื่อนสิริกิติ์ ส่งผลให้น้ำน่านเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน พื้นที่การเกษตรที่อยู่สิงฝั่งแม่น้ำน่านทั้ง โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ มานานถึง 20 วัน เจ้าของบ้านไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้ และกำลังเริ่มวิตกกังวลมากขึ้นเมื่อเขื่อนสิริกิติ์จะมีการปล่อยน้ำเพิ่ม น้ำที่ท่วมบ้านเป็นเวลานาน จึงไม่มั่นใจในความมั่นคงของตัวบ้าน หลังน้ำลด จะเข้าไปอาศัยได้หรือไม่