
วางเพลิงเผารถตู้-แท็กซี่วอด5คัน
คนร้ายลอบวางเพลิง รถตู้รับจ้างและรถแท็กซี่ วอดรวม 5 คัน ในซอยเสรีไทย 24 ด้านตำรวจคาดข่มขู่
เวลา 01.30 น.วันที่ 22 ส.ค.54 พ.ต.ท.วันชัย สืบจากศรี พนักานสอบสวน (สบ 2 ) สน.บึงกุ่ม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ภายในซอยเสรีไทย 24 (อัสลาม 1) ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขต บึงกุ่ม กทม.จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิงของสำนักบรรเทาป้องกันสาธารณภัย 1 คัน ที่เกิดเหตุเข้าซอยเสรีไทย 24 ไปประมาณ 100 เมตร ริมถนนพบรถตู้ 4 คันจอดเรียงกันริมฟุตบาทโดยเพลิงกำลังลุกไหม้รถทั้งหมดซึ่งเป็นยี่ห้อโตโยต้า คันแรกหมายเลขทะเบียน 2 ฌ 2545 กทม. คันที่สองหมายเลขทะเบียน อส 8738 กทม. คันที่สามหมายเลขทะเบียน อต 1603 กทม. คันที่สี่ไม่ทราบหมวด 5848 กทม. ถูกเพลิงลุกไหม้จนแทบไม่ทราบสี ใกล้กันฝั่งตรงข้ามพบรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทบ 9484 กทม.ของสหกรณ์สหมิตรแท็กซี่ จำกัด ก็ถูกไฟไหม้เช่นเดียวกัน หลังเกิดเหตุรถดับเพลิงและชาวบ้านได้ใช้น้ำและถังดับเพลิงช่วยกันดับไฟใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเพลิงจึงสงบ
นางคะนึงนิตย์ แจ่มจันทร์ อายุ 47 ปี บ้านอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร ซึ่งอยู่ในอาการตกใจ ให้การว่า รถตู้ทั้ง 4 คันและแท๊กซึ่อีก 1 คันที่ถูกไฟไหม้เป็นของตนกับนายธนากร มานะจิต อายุ 49 ปี สามีซึ่งจะจอดรถอยู่บริเวณนี้เป็นประจำทุกวัน โดยรถตู้ทั้งหมดใช้รับส่งนักเรียนโรงเรียนพิชัยพัฒนา ย่านบึงกุ่มในตอนเช้าและหลังเลิกเรียน ส่วนรถแท็กซี่วิ่งรับส่งผู้โดยสารตอนกลางวัน ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหากับใครไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ก่อนเกิดเหตุนอนอยู่ภายในบ้านได้ยินเสียงชาวบ้านตะโกนว่าไฟไหม้จึงออกมาดูก็พบว่าเป็นรถของตนเองที่ไฟกำลังลุกไหม้จึงรีบช่วยกันหาทางดับ โดยบ้านที่ตนพักอาศัยอยู่ไม่มีที่จอดรถ จึงต้องนำรถมาจอดตรงนี้ซึ่งจอดมานานแล้วไม่เคยเกิดเหตุอะไรมาก่อน ทั้งนี้ มีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าหลังจากไฟกำลังลุกก็มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียน รีบขับออกไปด้วยความเร็วมุ่งหน้าไปทางถนนนวมินทร์เนื่องจากซอยดังกล่าวเป็นเส้นทางลัด
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น่าจะเกิดจากการวางเพลิง เพราะรถจอดอยู่ตามปกติลักษณะเหมือนคนร้ายใช้น้ำมันสาดรถทั้งหมดก่อนจุดไฟเผา และที่หน้าบ้านของนางคะนึงนิตย์ ก็มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ชต 1233 กทม.จอดอยู่แต่ไม่เป็นอะไร ตรวจสอบใต้ท้องรถพบกาละมังสีดำขนาดเล็กมีคราบน้ำมันเบนซินอยู่ สันนิษฐานว่าระหว่างที่คนร้ายกำลังจุดไฟเผามีชาวบ้านผ่านมาพอดีจึงรีบขับรถหนีไป
เบื้องต้นตั้งสาเหตุไว้ 2 ประเด็นคือ เรื่องส่วนตัว และขัดแย้งธุรกิจรถตู้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ตร.คาดเหตุเผารถตู้ไม่พอใจที่จอดรถขวาง-ซอยแคบ
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ส.ค.54 พ.ต.อ.สุเทพ ภูยานนท์ ผู้กำกับการ สน.บึงกุ่ม เปิดเผยความคืบหน้า คดีคนร้ายลอบวางเพลิงรถตู้รับจ้าง 4 คัน และรถแท็กซี่ 1 คัน ที่จอดอยู่หน้าสุเหร่าอัสลาม ภายในซอยเสรีไทย 24 ว่า เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าเก็บหลักฐานแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า รถตู้และแท็กซี่ถูกราดด้วยน้ำมันก่อนจุดไฟเผา ทำให้ได้รับความเสียหายทั้งคัน ทั้งนี้ยังพบกะละมัง 3 ใบ ที่มีคราบน้ำมันติดอยู่ ถูกโยนทิ้งไว้ใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ ต้องรอผลพิสูจน์ว่าเป็นน้ำมันชนิดใด จำหน่ายที่ปั๊มน้ำมัน หรือร้านขายของชำ รวมทั้งตรวจสอบวิดีโอวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงว่า ก่อนเกิดเหตุมีรถหรือบุคคลต้องสงสัยผ่านเข้ามาบริเวณดังกล่าวหรือไม่
พ.ต.อ.สุเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นการก่อเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือปัญหาที่จอดรถ เนื่องจากรถตู้ดังกล่าวเป็นของ นายมานิต แจ่มมิตร และเครือญาติ ที่ใช้รับ-ส่งนักเรียน โรงเรียนพิชัยพัฒนา และนำมาจอดอยู่ริมถนนภายในซอยดังกล่าว ซึ่งมีเพียง 2 เลน เท่านั้น จึงทำให้รถที่วิ่งเข้ามาต้องสวนกัน แต่รถตู้กลับจอดรถอยู่ริมถนนต่อกัน 4 คัน และมีรถแท็กซี่จอดอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ทำให้รถที่สัญจรต้องคอยหลบหลีก จึงเกิดความไม่สะดวก
ส่วนสาเหตุที่ 2 คือ ปัญหาของรถตู้รับ-ส่ง นักเรียน อาจจะมีการขัดแย้งกันหรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่รถตู้ของทางโรงเรียน ทั้งนี้จากการสอบปากคำนายมานิต เบื้องต้นทราบว่า ที่ผ่านมาเคยมีปัญหาเรื่องที่จอดรถบ้าง แต่ไม่น่าจะถึงขนาดเผารถ โดยจะต้องสอบปากคำพยานทั้งหมดอีกครั้งก่อนที่จะสรุปสาเหตุต่อไป
ด้าน พ.ต.ท.เกณฑ์ชยะ สกลชัย สว.สส.สน.บึงกุ่ม กล่าวว่า เบื้องต้นได้เรียกเจ้าของรถตู้มาสอบ แต่ยังไม่พบข้อสงสัยและปมการเผารถตู้ อย่างไรก็ตามพื้นที่สุดซอยดังกล่าวมีมัสยิดใหญ่ตั้งอยู่ ประกอบกับทางเข้าซอย มีขนาดเล็ก เพียง 2 เลน ที่รถใช้วิ่งพอรถสวนเข้าออกได้เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้มีคนอื่น ที่ต้องใช้ถนนในซอยดังกล่าวไม่พอใจ แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง ซึ่งต้องสอบพยานและหาข่าวเพิ่มต่อ



