ข่าว

ตบไทยพ่ายบราซิลยังไปเวิลด์กรังด์ปรีซ์

ตบไทยพ่ายบราซิลยังไปเวิลด์กรังด์ปรีซ์

22 ส.ค. 2554

นักตบลูกยางสาวไทย ต้านความแข็งแกร่งของ "แซมบ้า" บราซิล แชมป์โอลิมปิก ไม่ไหวพ่าย 0-3 เซต แต่ยังได้ไปเล่นเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รอบสุดท้าย หลัง เกาหลีใต้ กับ โปแลนด์ แพ้ทั้งคู่

����������� �การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รอบคัดเลือก สนามที่ 3 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการเล่นแมทช์สุดท้าย ทีมไทยที่แข่งมาแล้ว 8 นัด มี 15 แต้ม ลงสนามพบกับ บราซิล ที่ชนะรวด 8 นัด มี 24 แต้ม ไม่เคยเสียเซตให้ใคร แมทช์นี้ถ้าทีมไทยคว้าชัยชนะได้จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายทันที ส่ง ปลื้มจิตร ถินขาว, อรอุมา สิทธิรักษ์, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, อัมพร หญ้าผา, นุศรา ต้อมคำ และมัลลิกา กันทอง โดยมี ปิยนุช แป้นน้อย เป็นลิเบอโร่

��������������เปิดฉากเซตแรก บราซิล ออกนำก่อน 2-0 ก่อนที่สาวไทยจะหวดทีเดียว 5 แต้มนำหน้า 5-2 แต่หลังจากนั้นสาวแซมบ้าที่เหนือกว่าสาวไทยทั้งรูปร่าง และความเร็ว เริ่มจับเกมติด โดยเฉพาะการบุก และบล็อก ไล่ทำแต้มจี้ติดก่อนตีเสมอ 9-9 จากนั้นทำแต้มนำหน้าไปที่ 15-12 พร้อมกับทิ้งไปที่ 20-15 และเปิดเซตแรกด้วยสกอร์ 25-16

��������������เซตต่อมา เกมสูสีกันในช่วงแรกหลังจากทีมไทยไล่หลังอยู่ 5-7 และ 6-8 จากนั้น แชมป์โอลิมปิกใช้เกมรุกที่หนักหน่วงทำแต้มขยับหนีห่างไปที่ 11-7 ด้านสาวไทยเริ่มจับจังหวะของคู่แข่งไม่อยู่ทำให้โดนนำห่างถึง 11-23 ก่อนที่ บราซิล มาปิดเซตนี้ด้วยสกอร์ 25-12 นำเป็น 2-0 เซต

��������������ในเซตที่ 3 ทีมไทยมีฮึดหลังจากเสมอ 4-4 ก็มาขึ้นนำ 8-6 และห่างสุด 10-7 ทว่าหลังจากนั้น สาวไทยที่ดูอ่อนแรงลงไปเพราะต้องเร่งความเร็วเพื่อไล่สปีดบอลของบราซิล ทำให้โดนไล่จี้มาตีเสมอ 11-11 ก่อนที่ทีมอันดับ 1 ของโลกจะแซงหน้าที่ 12-11, 14-13 และ 19-16 ก่อนไปขึ้นแท่นที่ 24-18 แล้วปิดแมทช์ได้สำเร็จ เป็นฝ่ายเอาชนะทีมไทย 3-0 เซต 25-16, 25-12 และ 25-18

��������������ทำให้ทีมบราซิลจบรอบคัดเลือกด้วยชัยชนะ 9 นัดรวด มี 27 แต้ม ไม่เสียเซต ขณะที่ทีมไทย ชนะ 5 แพ้ 4 มี 15 แต้ม

��������������หลังจบเกม "โค้ชอ๊อด" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยเปิดเผยว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับบราซิลที่ได้ชัยชนะครั้งนี้ การเล่นกับบราซิลทุกครั้งถือว่าเป็นเกมที่ยาก ไทยต้องใช้เทคนิคและกำลังใจอย่างมากกว่าจะได้แต้มจากบราซิล และดีใจที่ได้เล่นกับทีมระดับโลก สำหรับทีมไทยก็จะพยายามพัฒนาทีมต่อไป

��������������"วันนี้มีข้อผิดพลาดหลายอย่าง สำหรับการเล่นเวิลด์กรังด์ปรีซ์มา 3 สัปดาห์ เราได้เล่นกับทีมระดับโลกหลายทีม ทั้งบราซิล, คิวบา, อิตาลี และรัสเซีย ซึ่งล้วนแต่เป็นทีมที่อยู่ในระดับเกรดเอทั้งสิ้น ทำให้การเล่นแต่ละครั้งทำได้ยาก ส่วนการพัฒนาทีมชาติไทยต่อไป วางแผนไว้สามระยะ ระยะสั้น คือการวางแผนเล่นรายการชิงแชมป์เอเชีย เดือนกันยายนนี้ ส่วนระยะกลาง คือการเตรียมความพร้อมของนักกีฬารุ่นใหม่ๆ และเยาวชนซึ่งต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปี เพราะชุดเยาวชนขณะนี้ยังทดแทนผู้เล่นในชุดใหญ่ไม่ได้ และระยะยาว คือการหาผู้เล่นที่มีความสูงเข้ามาเสริมทีมต่อไป"

��������������สำหรับรายการชิงแชมป์เอเชีย ที่ไต้หวัน ซึ่งจะเริ่มแข่งขัน 15 กันยายนนี้ โค้ชอ๊อดกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่เตรียมทีมมา เพื่อเล่นรายการนี้ เนื่องจากเป็นรายการที่สำคัญที่สุด เพราะไทยต้องการที่จะไปเล่นโอลิมปิกรอบสุดท้าย โดยต้องการจะคว้าแชมป์ หรือหากทำไม่ได้ ต้องพยายามเป็นอันดับ 1-4 เพื่อลุ้นไปเล่นคัดเลือกรายการต่อไป ซึ่งหากไทยติดอันดับ 1-2 ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย จะมีได้สิทธิไปเล่นเวิลด์คัพในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งต้องวางแผนการเล่นอีกครั้ง

��������������“เราเตรียมความพร้อมของนักกีฬาตลอดเวลา ขณะนี้สภาพร่างกายของผู้เล่นไทยสามารถเล่นในระดับเอเชียได้อย่างสบาย ส่วนจิตใจ ถือว่าดีขึ้นมาก มีความเชื่อมั่นและลดแรงกดดันได้อย่างดี การเล่นในรายการเวิลด์กรังด์ปรีซ์ทำให้นักกีฬาไทยพัฒนาขึ้นมามาก เพราะการแข่งขันในระดับโลก การเสิร์ฟมีสปีดบอลที่เร็วและหนัก การสกัดกั้นก็ยากเช่นกัน“ โค้ชอ๊อดกล่าว

��������������ด้าน “กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ กัปตันทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ยินดีกับราซิลที่เอาชนะได้ในนัดนี้ เราพยายามเล่นเต็มที่แล้ว แต่บราซิลเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก และยังหวังว่าจะได้เข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งหากทำได้จริง จะพยายามเล่นให้ได้ดีที่สุด

��������������อย่างไรก็ตามหลังจากการแข่งขันแมทช์สุดท้ายของทุกกลุ่มจบลง ปรากฏว่า นักตบสาวไทยได้สิทธิไปเล่นเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รอบสุดท้าย ที่มาเก๊า ระหว่างวันที่ 24-28 สิงหาคม ในฐานะทีมอันดับ 7 หลังจากที่ เกาหลีใต้ แพ้ เซอร์เบีย 0-3 และโปแลนด์ ที่เล่นเป็นคู่สุดท้ายพ่าย จีน 0-3 เซต ทำให้ทั้งเกาหลีใต้ และโปแลนด์ มี 13 แต้มเท่ากัน ส่วนทีมไทยมี 15 แต้ม ถือเป็นการได้เล่นเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

��������������สำหรับ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รอบสุดท้ายประกอบด้วย บราซิล, รัสเซีย, สหรัฐ, เซอร์เบีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ไทย และ "เจ้าภาพ" จีน