ข่าว

ความท้าทายด้านการต่างประเทศของสุรพงษ์

ความท้าทายด้านการต่างประเทศของสุรพงษ์

22 ส.ค. 2554

ความท้าทายด้านการต่างประเทศของสุรพงษ์ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น www.ruarob.blogspot.com

            โลกทุกวันนี้เร็วขึ้นอย่างคิดตามแทบไม่ทัน เพียงกะพริบตาวิ้งเดียวสถานการณ์ก็แปรเปลี่ยนไปถึงไหนถึงไหน ผลกระทบต่อไทยก็รวดเร็ว ชัดเจนและหนักแน่นยิ่งกว่าเดิมในทุกมิติ กระทรวงการต่างประเทศหน้าด่านสำคัญทั้งของภาคราชการ เอกชนและคนไทยที่ต้องรุกออกไปสร้างโอกาสแห่งความรุ่งเรือง บรรเทาทุกข์ชาวไทยในต่างแดนและลดจุดอ่อนให้แก่ประเทศไทย มีงานที่ต้องทำเยอะมาก ซึ่งก็หวังว่ารัฐมนตรี สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ซึ่งฝ่ายตรงข้ามกับเสื้อแดงไม่ชอบเอาซะเลยนั้นจะมุ่งให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้และทำให้ไทยกลับมายืนในแถวหน้าของภูมิภาคและปูทางสู่ความรุ่งเรืองทางการค้าการลงทุนได้อีกครั้ง ขณะที่งานปกติของกระทรวงก็ทำได้ดีไม่มีเสียหาย

             ความสำเร็จหรือล้มเหลวเป็นตัวตัดสินการทำงาน ในรอบไม่กี่ปีมานี้น่าจะยอมรับว่าการต่างประเทศไทยค่อนข้างอ่อนแอ ไม่ว่าจะเป็นการเสียเชิงทางการทูตต่อกัมพูชาถึงขั้นศาลโลกสั่งให้ไทยต้องถอนทหารเกินกว่า 4.6 กม. การสะดุดของการลงทุนจีทูจี และที่แสบส่งท้ายคือกรณีโบอิ้งถูกอายัด แม้ว่าผลที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ความความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศแต่ผู้เดียว แต่ก็ต้องกล่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศยังต้องทำงานให้หนักหน่วงขึ้น ลำดับความเร่งด่วนของการทำงานให้เหมาะสมและอาศัยชั้นเชิงลูกเล่น เครดิตเพื่อนฝูง ตลอดจนมีหลักคิดที่กว้างขวางลึกซึ้งในประเด็นยุทธศาสตร์ ทั้งยังทำตามหลักคิดนั้นเพื่อพลิกสถานการณ์กลับมาให้ได้ คนเป็นรัฐมนตรีต้องไม่ใช่มัวแต่จ้อห้าวชิงได้แค่ความสะใจเชิงโวหารต่อคู่แข่งหรือขอร้องให้ประเทศอื่นทำในสิ่งที่บ้านเมืองเขาไม่ทำกัน

             ขณะที่ภาคเอกชนไม่รอรัฐบาลในการมุ่งหน้าค้าขายลงทุนในต่างแดน กต.ต้องผสานกับหน่วยงานต่างๆ พยายามเข้าไปรองรับสิ่งที่พวกเขารุกไปก่อน ช่วยแก้ปัญหาที่มี เจรจาขยายมิติการดำเนินการเพิ่ม ขณะที่ต้องดึงดูดให้ต่างชาติทำเรื่องเดียวกันนี้ต่อไทย ณ ที่นี้ ไทยต้องได้เปรียบทันต่อการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ทันต่อบูรณาการของอาเซียนปี 2558 ขณะที่รักษาตลาดเดิมไว้ ภาพลักษณ์ที่ดีของชาติจะถูกส่งเสริมผ่านทางการเจรจาแบบเป็นมิตร แต่ชี้ให้ต่างชาติเห็นถึงผลประโยชน์ร่วมกันโดยไม่ใช่ยอมตามเขาไปเสียทั้งหมด ศักดิ์ศรีที่มีมักสอดคล้องกับการกล้าริเริ่มทำในประเด็นต่างๆ ให้เป็นผล ไม่ต้องรอให้อินโดนีเซียมานำ และมีจิตสาธารณะต่อสถานการณ์โลก อยากเห็นการเป็นเจ้าภาพด้านแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของต่างประเทศ เพิ่มการเกี่ยวพันกับการรักษาสันติภาพและบรรเทาทุกข์โพ้นทะเลอีก

             คิดในแง่ดีว่าการที่รัฐมนตรีสุรพงษ์ อาสาทำงานยากเช่นนี้ก็เพื่อแสดงฝีมือว่า ตนมีดีมากกว่าการเป็นนักพูดในสภา ความมุ่งมั่นเช่นนี้จะเปล่าประโยชน์ถ้าคนทั่วไปรวมทั้งผู้ร่วมงานกังขา หนทางที่จะรวมใจรวมพลังผู้คนได้คือเจ้าตัวต้องมีจิตสุจริตที่ลงมือทำเพื่อชาติอย่างแท้จริงจะเป็นตัวคลี่คลายอคติในใจคนได้เอง ไม่มากก็น้อย