แฉเล่ห์นายทุนรุกป่าต้นน้ำชีปลูกยาง
เล่ห์นายทุน...รุกป่าต้นน้ำชี ปลูกยางพารา-โหมสารเคมี : ตะลุยข่าว โดย สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี
ปัญหาการบุกรุกป่าไม้ในพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เท่านั้น แต่ผืนป่าต้นกำเนิดแม่น้ำชีใน จ.ชัยภูมิ กำลังเผชิญชะตากรรมไม่ต่างกัน!!
ชาวบ้านในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, บ้านเขว้า, เกษตรสมบูรณ์ และอ.หนองบัวแดง กว่า 125,312 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา-รอยต่ออุทยานแห่งชาติภูแลนคา และเขตรับผิดชอบอุทยานแห่งชาติตาดโตน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำสาขาของลำน้ำชี เริ่มได้รับผลกระทบจากปัญหาการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง และยาฆ่าหญ้า เมื่อปลายปี 2552 หลังกลุ่มเกษตรกรส่วนใหญ่หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจยางพารากันจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนต่างถิ่นรายใหญ่
"จากมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 กำหนดให้เขตรอยต่อป่าปรุใหญ่-ตาดโตน-ลำห้วยผาเอียง 26,557 ไร่ เป็นจุดผ่อนผันให้เกษตรกรใช้พื้นที่ทำกินได้ 467 ราย แบ่งเป็น 1,190 แปลง แต่ปัจจุบันที่ดินดังกล่าวถูกเปลี่ยนมือ มีกลุ่มนายทุนเจ้าของสวนยางพาราอยู่เบื้องหลังแล้วไม่ต่ำกว่า 1.6 หมื่นไร่ และยังมีการขยายพื้นเข้าไปในป่าภูแลนคาอีกไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นไร่" เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตนรายหนึ่ง ระบุ
ต่อมาต้นปี 2554 ยิ่งเกิดปัญหาการบุกรุก และการเร่งใช้สารเคมีเพื่อขยายพื้นที่ปลูกยางพารามากขึ้นกว่าเดิม ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ของ ส.ป.ก.ชัยภูมิ ซึ่งมีการจัดสรรพื้นที่ให้เกษตรกรทั้ง 13 อำเภอ กว่า 153,377 ไร่ 64,547 ราย 80,234 แปลง ซึ่งมีการประกาศให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกรห้ามมิให้ซื้อขายกันเด็ดขาด และไม่ให้มีการตัดไม้หวงห้ามนั้น พบว่ามีการลักลอบตัดต้นไม้ประดู่ทิ้งจำนวนมหาศาล เพื่อปลูกยางพาราเข้าทดแทน
ขณะที่อีกโซนหนึ่งของผืนป่าที่จ.ชัยภูมิ ที่อ.หนองบัวระเหว บนเทือกเขาพังเหย ก็พบผู้บุกรุกผืนป่าจำนวนมาก จากสถิติพื้นที่การจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 จ.ชัยภูมิ มีพื้นที่รับผิดชอบกว่า 3 แสนไร่ ในเขตรอยต่อ อ.หนองบัวระเหว และอ.ภักดีชุมพล และหนองบัวแดงบางส่วน พบปัญหาการบุกรุกทำลายป่ามากกว่า 25,382 ไร่ จากผู้บุกรุกมากกว่า 855 ราย
จนกระทั่งปัญหาบุกรุกป่าเพื่อทำสวนยางพาราลุกลามมาถึงผืนป่าต้นกำเนิดต้นแม่น้ำชี เมื่อ นายอดิเทพ กมลเวชช์ นายอำเภอหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่ชี พบต้นไม้หวงห้ามประดู่ มะค่าถูกตัดโค่นจำนวนมากหลายร้อยท่อนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ-ป่าชุมชนภูกระต่าและผืนป่าภูเป้ง ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ 3 ตำบล ประกอบด้วย ต.นางแดด, วังชมพู และต.ถ้ำวัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ โดยที่ชาวบ้านไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้ามาดำเนินการตัดถนนเข้าป่ามา เพื่อมาตัดโค่นต้นไม้อายุร่วม 100-200 ปีเหล่านี้
นอกจากปัญหาการบุกรุกป่าผืนป่าต้นน้ำชีเพื่อทำสวนยางพาราแล้ว ยังก่อให้เกิดมลพิษกับแหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากมีการใช้สารเคมีในการฆ่าหญ้าและฆ่าแมลงจำนวนมาก ทำให้ลำน้ำชีมีสารพิษเจือปน จนไม่สามารถนำน้ำชีไปผลิตระบบประปาใช้ได้แล้วบางส่วน
ปัญหาที่รุมเร้านี้ ถูกตั้งขึ้นมาเป็นวาระอำเภอและจังหวัด โดยที่ภาคประชาชนทุกภาคส่วนต้องออกมาช่วยกันรณรงค์ลดการใช้สารเคมีภาคเกษตรให้น้อยลง โดยในส่วนอำเภอ สถานศึกษาที่เกี่ยวข้อง และสาธารณสุข จะได้เข้มงวดเรื่องการตรวจสุขภาพประจำเดือน เพื่อที่จะคอยติดตามสุ่มตรวจผลเลือดว่ามีการสะสมของสารเคมีในร่างกายเพิ่มมากหรือไม่
พร้อมทั้งช่วยกันหาทางสร้างแนวทางป้องกันการตายผ่อนส่งของชาวบ้านในหลายพื้นที่ แต่ชาวบ้านหลายคนกลับมีความเชื่อว่าชาวบ้านที่ป่วยและเสียชีวิตนั้น เกิดจาก "ผีปอบ" เข้าสิง ตลอดจนเป็น "โรคใหลตาย" ทั้งที่ความจริงเกิดจากการที่ร่างกายสะสมพิษสารเคมีในร่างกายมากเกินไป จนทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตเกิดโรคไตวายฉับพลันได้ รวมถึงปัญหาของคนในชุมชนที่เริ่มมีบุตรยากขึ้น
ทุกวันนี้...สายน้ำชีกำลังอุดมไปด้วยสารเคมีตกค้างจากยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ชาวบ้านที่อาศัยและพึ่งพาสายน้ำแห่งนี้ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่มองไม่เห็น ตกเป็นเหยื่อของการ "ตายผ่อนส่ง" หากยังไม่หยุดทำลายป่าไม้และสิ่งแวดล้อม สุดท้ายแล้วผลกรรมจะตกอยู่ที่คนไทยทุกๆ คน



