ข่าว

เพื่อไทยปัดโยง165ศพพันการเมือง

เพื่อไทยปัดโยง165ศพพันการเมือง

21 ส.ค. 2554

พท. ปัดโยง 165 ศพ กับประเด็นการเมือง เดินหน้าตรวจสอบ 172โครงการ รัฐบาล "มาร์ค" ชี้ เสียหายนับแสนล้าน อ้างต้องทำเพราะ ประชาชนร้องมา เอาคืน ส.ส. ที่เข้าชื่อถอดถอน "สุรพงษ์" เตรียมยื่น ป.ป.ช.ฐานจงใจใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้ง เดินเครื่องยื่นยุบปชป. 23 ส.

           21 ส.ค.54 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณี 165  ศพที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุศพที่พบมาจากพายุเกย์นั้น ขอตั้งข้อสังเกตว่าขนมาจากจ.ชุมพร มาจ.ระยอง ระยะทางเกือบ 1 พันกิโลเมตร เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)จะเข้าไปตรวจสอบ ฝ่ายค้านออกมาบอกทันทีว่าเป็นประเด็นทางการเมือง เรื่องนี้อย่ากินปูนร้อนทอง เพราะหากสตช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ไม่เข้าไปตรวจสอบจะถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

            เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยเมื่อได้รับร้องเรียนมากจากประชาชน มีจดหมายมาถึงพรรค 17 ฉบับให้ตรวจสอบเรื่องนี้ จึงต้องทำในฐานะนักการเมือง ขอให้สตช.และดีเอสไปตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะศพที่ถูกฝั่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2552และ 2553 เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง คนที่กล่าวหาจะนำเรื่องนี้มากลบข่าวการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ไม่เป็นความจริง พรรคเพื่อไทยอยากให้มีการตรวจสอบ เพื่อให้ความจริงปรากฏ

 

เดินหน้าตรวจสอบ172โครงการ รัฐบาล"มาร์ค"

             นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบ 172 โครงการในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่ทำจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะมีประชาชนร้องมา ว่ารัฐบาลที่แล้วทำให้ผลประโยชน์ของประเทศเสียหายนับแสนล้านบาท  เรื่องนี้ไม่ใช่การเอาคืน โดยคณะทำงานชุดนี้ ที่มีส.ส.หลายคน และทีมกฎหมายของพรรคจะร่วมตรวจสอบโครงการเหล่านี้ไป หากเป็นจริงตามร้องเรียนจะมีงบประมาณสูญเสียไปนับแสนล้านบาท ถือเป็นการทำหน้าที่คู่ขนานกับรัฐบาล

 

เดินเครื่องยื่นยุบปชป.23ส.ค.นี้ข้อหาใส่ร้าย

             นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริส.ส.สงขลา ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เดนิหน้าล่ารายชื่อส.ส. 125 คน เตรียมยื่นต่อประธานวุฒิสภา เพื่อถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศว่า ขอเตือนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.พรรคภูมิใจไทยที่เข้าชื่อ ไม่แปลกใจที่ส.ส. 2 พรรคร่วมลงชื่อ เพราะร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกันตลอด เรื่องนี้ทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบควบคู่กันไปด้วยพบว่า หลักฐานก็ไม่มี เข้าข่ายยื่นถ้อยข้อความอันเป็นเท็จได้ ไม่เข้าข่ายรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ดังนั้นขอเตือนส.ส.ที่ไปลงชื่อแล้วกว่า 50 คน หากยังบ้าจี้ไปยื่นตรวจสอบต่อ พรรคเพื่อไทยจะตรวจสอบกลับทันที โดยยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ฐานจงใจใช้อำนาจของส.ส.ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นการกลั่นแกล้งกัน ดังนั้นขอให้ส.ส.เหล่านี้ทบทวนให้ดี ขอให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา ตรวจสอบการทุจริต ความบกพร่องจริง เพื่อประโยชน์ของประชาชน อย่าเอาความสะใจหรือมีอารมณ์ค้างจากการเลือกตั้งมาตรวจสอบ แล้วมาตรวจสอบเตะตัดขา

             นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า วันที่ 22 ส.ค. เวลา 15.30 น. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ พร้อมทนายจะเดินทางไปสน.พญาไท เพื่อกล่าวโทษส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ ฐานหมิ่นประมาท และกล่าวร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ และในวันที่ 23 ส.ค. ทีมกฎหมายจะไปยื่นเรื่องต่อกกต. เพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่คณะกรรมการบริหารพรรค และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีส่วนรู้เห็นกับส.ส.ของพรรคในการใส่ร้ายรมว.ต่างประเทศด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หวังผลทางการเมืองมากกว่า และหากส.ส.พรรคภูมิใจไทยร่วมลงชื่อถอดถอนรมว.ต่างประเทศ ทางพรรคก็จะยื่นต่อกกต.ให้ยุบพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นเดียวกัน

 

ขวัญชัยพร้อมเยียวยา22เสื้อแดงที่ออกจากคุก

             ที่อาณาจักรคนเสื้อแดง สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 เมกกะเฮิร์ต บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ได้นัดคนเสื้อแดงที่ได้รับการประกันตัวออกจากเรือนจำกลางอุดรธานี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทั้ง 22 คน มาพบ เพื่อจะทำการชี้แจงขั้นตอน และแนวทางการต่อสู้คดี พร้อมการจะเยียวยาช่วยเหลือ โดยมีนายชัชวาลย์ ลือคำหาญ ทนายความ พร้อมนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายศราวุธ เพชรพนมพร นายทองดี มนิสสาร นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายศรีงาม และนางเทียบจุฬา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมรับฟัง ในขณะที่มีสมาชิกชมรมคนรักอุดรกว่า 300 คน เดินทางมาร่วมให้กำลังใจ

             นายวิทยา ชาวเวียง และ นางปฐมาวดี วินิจจามร ตัวแทนคนเสื้อแดงฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่าย ทั้ง ส.ส.อุดรธานี ทั้ง 10 คน นายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล คหบดี และศาล จ.อุดรธานี ที่ให้ความเมตตาช่วยเหลือจนทั้ง 22 คน ได้รับการประกันตัวออกมา ซึ่งทุกคนจะไม่หลบหนี และปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลในทุกเรื่อง และจะมารับฟังการพิจารณาคดี ที่ศาล จ.อุดรธานี นัดตัดสินคดีในวันที่ 28 ตุลาคม นี้ ทุกคน

             นายขวัญชัย เปิดเผยว่า เรียกคนเสื้อแดงทั้ง 22 คน มาพบ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องของคดีความ และการรับฟังคำพิพากษา ในวันที่ 28 ตุลาคม เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ รวมถึงเรื่องการดูแลช่วยเหลือครอบครัวของทั้ง 22 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนมาก ต้องการให้เราเยียวยาเป็นการเบื้องต้น โดยไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากภาครัฐ ก็จะรวบรวมรายชื่อส่งศูนย์เยียวยาในส่วนกลาง เพื่อจะได้ดูแลช่วยเหลือในเบื้องต้นไปก่อน และในส่วนของชมรมคนรักอุดร ที่แก้ไขปัญหาเฉาะหน้าสำรองจ่ายไปให้  เราจะจัดงานในวันที่ 8 ตุลาคม เพื่อหาเงินช่วยเหลือ และชดเชยกับเงินที่ทางชมรมได้สำรองจ่ายช่วยเหลือไปก่อน

             “ส่วนในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ที่เป็นวันที่ศาลนัดตัดสินคนเสื้อแดงของศาล จ.อุบลราชธานี โดยในวันนั้นผมจะเดินทางไปร่วมรับฟังคำตัดสินด้วย ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้น เป็นกระบวนการคิดและเอาคำพูดของคุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง มาเป็นหลักฐานที่จะเล่นงานคนเหล่านี้ ที่เป็นแพะรับบาป ผมเชื่อในกระบวนการยุติธรรม หากคนเหล่านั้นไม่ผิด และก็ติดคุกกันมาปีกว่าแล้ว และไม่ได้รับการประกันตัว มันก็เจ็บปวดพอแล้ว ซึ่งผมจะฟังคำพิพากษา และนำแนวทางตรงนั้นมาใช้กับ จ.อุดรธานี และจังหวัดอื่น ที่ยังรอคำพิจารณาตัดสินของศาลอยู่”

             สำหรับ 22 เสื้อแดง ที่ได้รับการประกันตัว ประกอบด้วย นายวิทยา ชาวเวียง   นางปฐมาวดี วินิจจามร, นายประชา โพนหลวง, นายสมใจ เหล็กแสน, นายธนพล มาดีประเสริฐ, นายอาทิตย์ ทองสาย, นายวันชัย รักสงวนศิลป์, นายกิตติพงษ์ หรือ กิติพงษ์ ชัยกัง, นายสมศรี ไกลพล, นายนิมิตร หรือ นิมิต ด้านซอม, นายอุดร หลาบยองศรี, นายแสงทอง ประจำเมือง, นายสมจิตร อารีย์, นายคำพอง ทัศศรี, นายเหมือนทอง สมบุญมี, นายมงคล ชมคุณ, นางแสงเดือน สุภาพล, นางรัศมี ทองสีดำ, นางปาริชาติ จวงจันทร์, นายเดชา คมขำ, นางบัวเรียน แพงสา และนายอาทิตย์ ทรงเดช

             โดยทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหา “โฆษณาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมาย , บุกรุกสถานที่ราชการโดยมีอาวุธ , ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน , วางเพลิงเผาสถานที่ราชการศาลากลาง จ.อุดรธานี  เทศบาลนครอุดรธานี และทำให้เสียทรัพย์อันเป็นสาธารณประโยชน์  และร่วมกันพยายามเผาที่ว่าการ อ.เมืองอุดรธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

 

อุดรธานีหมู่บ้านเสื้อแดงเดินหน้าเปิดต่อ

              เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย “ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย” เดินทางเป็นประธานเปิด “หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย” ที่บ้านนามั่ง ต.บ้านยวด อ.สร้างคอม ซึ่งเป็นหมู่บ้านเสื้อแดง 6 หมู่บ้าน ยกระดับเป็นตำบลเสื้อแดง ลำดับที่ 291 ของอุดรธานี  และ เป็นหมู่บ้านแรกที่เปิดหลังจากมีการเลือกตั้ง โดยมีนายเพชรศักดิ์ กิตติดุษฎีกุล ประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย นายอานนท์ แสนน่าน เลขานุการหมู่บ้านเสื้อแดงอุดรธานี นำชาวบ้านกว่า 1,000 คนมาร่วมงาน

              นายเพชรศักดิ์ กล่าวว่า หมู่บ้านเสื้อแดงคือหัวใจสำคัญ ในการขับเคลื่อนเรียกร้องประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประชาชน เพราะการกระทำของรัฐบาลที่ผ่านมา บริหารงานแบบ 2 มาตรฐาน  คนเสื้อแดงอุดรธานีไม่มีวันตาย หรือแตกดับ จะก้าวเดินต่อไปในฐานะผู้ริเริ่ม ที่จะทำให้หมู่บ้านเสื้อแดงเกิดจากหลักสิบ เป็นหลักร้อย หลักพัน และหลักแสน บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ป้าย “ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ที่ทุกหมู่บ้านจะเป็นสีแดง

              “การผนึกกำลังแสดงพลัง ด้วยสัญญาลักษณ์เชิงต่อสู้ มีธงแดงติดไว้หน้าบ้านทุกหลังคาเรือน รวมคนเสื้อแดงตามหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอีกครั้ง ถึงแม้การต่อสู่ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ที่ทุกคนต้องต่อสู้ด้วยมือเปล่า แต่เราจะต้องใช้สติปัญญาที่จะก้าวต่อไป“

              ในขณะที่ นายสุชาติ กล่าวในพิธีเปิดช่วงหนึ่งว่า ในการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย  ต่อไปจะมีการมอบเงินกองทุนให้หมู่บ้านเสื้อแดงฯ หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท เพื่อเป็นกองทุน รวมถึงกองทุน SME ให้กับหมู่บ้านเสื้อแดงอีก หมู่บ้านละ 5 แสนบาท โดยหมู่บ้านไหนเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงก่อนจะได้เงินก่อน