ข่าว

สบช่องโรงแรมราคาประหยัดบูมเอราวัณกรุ๊ปทุ่ม 4 พันล้าน-รุกเปิด "ไอบิซ" 10 แห่ง

สบช่องโรงแรมราคาประหยัดบูมเอราวัณกรุ๊ปทุ่ม 4 พันล้าน-รุกเปิด "ไอบิซ" 10 แห่ง

27 เม.ย. 2552

เอราวัณ กรุ๊ป มองธุรกิจโรงแรมยังมีช่องเติบโต หันรุกตลาดโรงแรมราคาประหยัด ทุ่ม 4,000 ล้านบาท เปิด "ไอบิซ" 10 แห่งทั่วประเทศ มั่นใจโกยรายได้ 400 ล้านบาท จาก 5 สาขาแรก เชื่อไตรมาส 4 เข้าสู่อัตราการเข้าพักกลับเป็นปกติ

นายกษมา บุณยคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของและผู้ดำเนินโครงการโรงแรมในเครือเอราวัณกว่า 14 แห่ง กล่าวว่า แม้สถานการณ์ความวุ่นวายด้านการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจระดับโลกยังเป็นปัจจัยลบที่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แต่มองว่าธุรกิจโรงแรมยังมีโอกาส โดยเฉพาะโรงแรมราคาประหยัด หรือ บัดเจ็ตโฮเต็ล จะมีความต้องการสูงมากในอนาคต เนื่องจากผู้บริโภคประหยัดงบในการใช้จ่าย บริษัทจึงหันมาพัฒนาโรงแรมราคาประหยัดมากขึ้น โดยจัดสรรงบลงทุนไว้ประมาณ 40% ของงบลงทุนระยะยาว หรือเป็นเม็ดเงินกว่า 4,000 ล้านบาท

 เบื้องต้นได้เซ็นสัญญากับเครือแอคคอร์ เข้ามาบริหารโรงแรม และวางแผนลงทุนเปิดโรงแรมไอบิซ 10 แห่งทั่วประเทศ โดยเปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง โดยในกรุงเทพฯ อยู่ที่ย่านสาทร นานา และป่าตอง จ.ภูเก็ต ส่วนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 2 แห่ง คือ ไอบิซ กะตะ จำนวน 260 ห้อง มูลค่า 350 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวปลายปีนี้ และ ไอบิซ พัทยา จำนวน 270 ห้อง มูลค่า 400 ล้านบาท ที่จะเปิดบริการได้ปลายปี 2553

 “ความไม่แน่นอนทำให้เราชะลอแผนการลงทุนจาก 4-5 สาขา เหลือเพียง 1 โครงการ ส่วนอีก 3 โครงการจะตัดสินใจภายในปีนี้ รวมมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท อยู่ในทำเลพัทยา ศรีราชา และกระบี่ ระดับราคาค่าบริการตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และอาจสูงขึ้นในเมืองท่องเที่ยว" นายกษมา กล่าวและว่า ช่วงที่มีเหตุการณ์ปิดสนามบิน โรงแรมในเครือไอบิซมีอัตราการเข้าพักเหลือ 20-30% จากปกติ 70-80% แต่เหตุการณ์จราจลล่าสุด อัตราการเข้าพักยังอยู่ในระดับ 50-60% ซึ่งถือว่ายังดีกว่าหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบ โดยมองว่าภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวใน 3-4 เดือนหลังจากนี้ และกลับมาเป็นปกติในไตรมาส 4 คาดว่าจะมีอัตราการเข้าพักเป็น 70% เฉลี่ยทั้งปีภาพรวมอุตสาหกรรมโรงแรมมีอัตราการเข้าพักประมาณ 50-60%

 อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าปีนี้รายได้จะเข้ามาไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท จากการเปิดบัดเจ็ตโฮเต็ล 5 แห่ง ส่วนปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 3,700 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากโรงแรม 3,400 ล้านบาท และธุรกิจอื่นๆ 300 ล้านบาท 

 นายกษมามองถึงแนวทางในการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะสั้นว่า รัฐบาลอาจใช้การลดภาษีสินค้าและบริการ 7% แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาซื้อสินค้าและบริการในประเทศ ซึ่งเมื่อรวมกับการทำโปรโมชั่นของผู้ประกอบการ ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น