ข่าว

'องครักษ์พิทักษ์ปู'เฉลิมยันไม่จำเป็น

'องครักษ์พิทักษ์ปู'เฉลิมยันไม่จำเป็น

21 ส.ค. 2554

“ยิ่งลักษณ์”ยัน “ทักษิณ” ไม่เอี่ยวการเมือง มีแต่แค่ให้ข้อเสนอเท่านั้น "เฉลิม"โต้ไม่จำเป็นต้องมี "องครักษ์พิทักษ์ปู" "อภิสิทธิ์”แนะ “ปู” โชว์ภาวะผู้นำแจงนโยบาย

         เวลา 09.50 น. วันที่ 21 ส.ค. 54  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปค์ บุตรชาย เดินทางมายังพรรคเพื่อไทย เพื่อเข้าร่วมประชุมเตรียมการซักซ้อมขั้นตอนในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 - 24 ส.ค.นี้

          โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีที่จะให้รองนายกในแต่ละด้านชี้แจงนโยบายที่รับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร ว่า เป็นความจริง เพราะตนต้องดูว่าถ้าเป็นภาพรวมในแต่ละด้านก็คงให้ผู้ที่รับผิดชอบเป็นผู้ที่ชี้แจง ส่วนตนก็จะชี้แจงด้วย ซึ่งวันนี้เรามีความพร้อมในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่เราต้องเตรียมการซักซ้อมกันในเชิงของรายละเอียด รวมถึงการทำงาน เนื่องจากภายหลังที่เราได้แถลงนโยบายเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราจะได้รู้ว่าเราจะเริ่มทำงานกันอย่างไรบ้าง คงไม่เน้นในเรื่องนโยบายที่ชี้แจงเพียงอย่างเดียว หากผ่านกระบวนการของสภาฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เราเน้นว่าจะเริ่มทำงานกันอย่างไรมากกว่า
 
          ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีการตั้งองค์รักษ์พิทักษ์นายไว้ 30 คน พร้อมทั้งคนชี้แจงไว้ 20 คน ใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่องค์รักษ์ เนื่องจากเรื่องของการทำนโยบายนั้น  เราได้ให้ทางสมาชิกและส.ส.รับทราบนโยบายของพรรคอยู่แล้ว เพราะสุดท้ายแล้ว ส.ส.ต้องเป็นผู้ที่ชี้แจงกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเราก็จะทำความเข้าใจในส่วนนั้น  ซึ่งหลายๆ คน ก็ต้องการที่จะแสดงความคิดเห็น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลที่จะจัดการ
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า หนักใจกับการอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะวาทะในสภาฯหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์ก็ต้องทำหน้าที่ของประชาธิปัตย์ ส่วนของเราในฐานะรัฐบาลคงต้องทำหน้าที่ชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน
 
          ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์อาจจะหยิบยกประเด็นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาอภิปราย เรื่องนี้มีการเตรียมการไว้อย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูในประเด็นหัวข้อเป็นหลัก เพราะวันนี้อยู่ในกระบวนการของการแถลงนโยบาย หากเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเราก็พร้อมที่จะชี้แจงให้ทราบ
 
          ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่า วันนี้ประชาชนต้องการเห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นเรื่องเร่งด่วน มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในประเด็นเร่งด่วนนั้นเรามีนโยบายในการแก้ไขปัญหาปากท้องต่อพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งนโยบายทั้งหมดเป็นนโยบายที่เร่งด่วน ส่วนใหญ่แล้วงานที่จะเห็นเป็นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน พร้อมทั้งดูแลในเรื่องของค่าครองชีพด้วย
 
          ผู้สื่อถามว่า ประชาชนต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดเคลื่อนไหว เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ทำงานบริหารประเทศบ้าง เรื่องนี้มีใครพอจะสื่อสารได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คงทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะท่านไม่ได้มายุ่งเกี่ยวทางด้านการเมือง เพราะมีภารกิจอยู่แล้ว แต่ในฐานะที่พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ก็สามารถที่จะให้ความคิดเห็นได้ แต่ทั้งหมดแล้วก็อยู่ในกลไกลของพรรคที่เราจะตัดสินใจ เราเองยินดีที่รับฟังความคิดเห็นของทุกคนก่อนที่จะตัดสินใจอยู่แล้ว อดีตนายกฯทักษิณ ก็มีประสบการณ์มาก สามารถที่จะนำประสบการณ์นั้นมาเป็นข้อแนะนำได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถลงมาจัดการในเรื่องต่างๆได้
 
          ในการแถลงนโยบายครั้งนี้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.กต. อาจจะต้องรับศึกหนัก ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คิดว่านายสุรพงษ์ มีความสามรถอยู่แล้ว คงจะปฏิบัติหน้าที่ในการชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่
 
          ผู้สื่อถามว่า ในวันที่ 26 ส.ค.นี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีฯ จะมีการเข้าพบเพื่ออวยพรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หากพล.อ.เปรม เปิดโอกาสให้อวยพร ตนก็ต้องการที่จะไป
 
          เมื่อถามว่า มีการทราบถึงกรณีศาลชั้นต้นที่พิพากษาชดเชยให้กับ 2 นปช.ที่ถูกยิงจนพิการแล้วหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อมูลเลย ตนขอตรวจสอบเสียก่อนดีกว่า
 
          ต่อข้อถามว่า กรณี 169 ศพ นิรนามที่พบที่ อ.แกลง จ.ระยอง มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องรอผลพิสูจน์ก่อน ขณะนี้ยังไม่อยากที่จะสรุปอะไร รอผลชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดีกว่า ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าแต่อย่างใด

 

"เฉลิม"โต้ไม่จำเป็นต้องมี"องครักษ์พิทักษ์ปู"

           ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีและส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลักการแถลงนโยบายไม่ว่ารัฐบาลจะแถลงอย่างไร ฝ่ายค้านก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์ แต่หากเป็นค้านอย่างผิดข้อบังคับ ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องประท้วงกลับไปเป็นเรื่องปกติ ส่วนทีมองครักษ์พิทักษ์นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีนั้นไม่มี ที่ใช้คำว่า" คอมมานโด" เป็นเพียงการเปรียบเปรยเชิงสีสันเนื่องจากตนเคยอยู่กองปราบและฝึกคอมมานโดมาก่อน

           "น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว จบปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ บริหารธุรกิจเป็นแสนล้าน เพียงแต่วันนี้เปลี่ยนจากสนามธุรกิจมาเป็นภาคการเมือง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์คอยช่วยปกป้อง ขอให้พรรคประชาธิปัตย์เตรียมตัวทำหน้าที่ในสภาฯ ส่วนนายกฯก็สบายๆ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว" ร.ต.องเฉลิมกล่าว

           ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า  วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตเรื่องค่าแรง 300 บาท ช่วงหาเสียงพรรคเพื่อไทยบอกว่าเป็นนโยบาย แต่วันนี้จะมาบอกว่าเป็นรายได้ ซึ่งมันแตกต่างกันตรงไหน ทั้งนี้การแถลงนโยบายของพรรคจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายแต่ละด้าน และขอปฏิเสธกระแสข่าวว่า ตนจะเป็นรองนายกฯคุม สตช. เพราะวันนี้ยังไม่มีการแบ่งงานอย่างเป็นทางการ

           เมื่อถามว่าหากการแถลงนโยบายมีการพาดพิงมาถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ด้วยจะทำอย่างไร  ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ต้องดูก่อนว่าจะอภิปรายเรื่องอะไร ที่บอกไปประเทศกัมพูชา ท่านไปที่ไหน พรรคประชาธิปัตย์จินตนาการไปเรื่อย แล้วยังบอกว่าไปเจรจาเรื่องผลประโยชน์ทางทะเล พวกนี้มันเจ้าของโรงน้ำแข็งเท่านั้น รัฐบาลเพื่อไทยตั้งใจมาทำงาน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ยาเสพติด ทุจริต ปัญหาการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติ

           ผู้สื่อข่าวถามถึงผลสำรวจว่าประชาชนเป็นห่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าจะแก้เรื่องอะไรแล้วจะห่วงเรื่องอะไร แต่รัฐบาลได้บอกกับประชาชนไว้แล้ว เลยต้องใส่ไว้ในนโยบายเพราะเราจะอยู่ 4 ปี จะไม่ใส่ไปก็ไม่ได้ แต่อยากบอกพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยวิจารณ์พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วเป็นอย่างไร เพื่อไทยได้ 265เสียง ประชาธิปัตย์ 159เสียง

           อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้วิจารณ์ว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยเหมือนเป็นการแก้บน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวเพียงว่า "ก็ใช่ เพราะเราบนกับประชาชนไว้"

           ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลสำรวจประชาชนอยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดเคลื่อนไหว เพื่อให้นส.ยิ่งลักษณ์ ทำงานอย่างเต็มที่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า  "ไม่ทราบ  รู้เพียงแต่ผลสำรวจบางสำนักบอกคนรู้จักตน 93% ให้ความเชื่อมั่น 60% อ่านหนังสือพิมพ์แล้วยังตกใจเป็นไปได้ไง ก็เป็นไปแล้ว รู้ดีครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมจัดหนัก แต่เห็นโพลล์ออกมาอย่างนี้อาจจะเบามาก พร้อมทั้งยืนยันว่าตั้งแต่เป็นนักการเมืองมาไม่เคยมีเรื่องทุจริต ส่วนที่นายสุเทพ หรือใครในพรรคประชาธิปัตย์ จะขุดคุ้ยอะไร นิมนต์เลย พ่อทูนหัว" 

 

"อภิสิทธิ์”แนะ“ปู”โชว์ภาวะผู้นำแจงนโยบาย

            นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 23-24 ส.ค.นี้ ว่า หวังว่าการแถลงนโยบายจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  สำหรับการอภิปรายพรรคได้กำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปรายแล้ว โดยแบ่งการอภิปรายออกเป็น ด้านเศรษฐกิจ มีนายกรณ์ จาติกวนิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับผิดชอบ ด้านความมั่นคง มอบให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตตรองนายกรัฐมนตรี ส่วนกระทรวงสำคัญๆ มอบหมายอดีตรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งตนจะเป็นผู้อภิปรายเปิดและสรุปการอภิปราย

            หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณีที่ทางส.ส.พรรคเพื่อไทย จะตั้งคณะกรรมการพิทักษ์นายกรัฐมนตรี โดยจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้นายกรัฐมนตรีตอบคำถามเองว่า หากประเด็นใดนายกรัฐมนตรี ไม่ตอบเองก็เป็นสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรี แต่เห็นว่าเป็นโอกาสดีที่นายกรัฐมนตรีจะแสดงออกถึงภาวะผู้นำ และเป็นผู้ชี้แจงทำความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ เนื่องจากที่ผ่านมารัฐมนตรีพูดถึงนโยบายรัฐบาลไม่ตรงกัน

            นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงนโยบายในภาพรวมว่า เท่าที่เห็นร่างนโยบายรัฐบาล ยังมีความกังวลหลายเรื่องที่ใช้หาเสียง และนโยบายด้านเศรษฐกิจ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท แทปเล็ตแจกเด็ก ป.1 ตลอดจนนโยบายด้านต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะด้านกฎหมาย

 

สื่อเทศรายงาน"ทักษิณ"เดิมพันสูงกลับสู่เวทีโลกเร็วเกิน

          สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า การที่น้องสาวได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณเริ่มเปิดฉากเดิมพันสูงเพื่อให้ตัวเองได้หวนคืนสู่เวทีโลกทันที จนนักวิเคราะห์หลายคน มองว่า อาจเป็นอันตรายต่อบรรดาพันธมิตรของเขา ที่อยู่ในอำนาจในเวลานี้ 
    
          พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีฐานะระดับอภิมหาเศรษฐี และถูกโค่นอำนาจด้วยการรัฐประหาร เมื่อปี 2549  ได้บดบังการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกของนางสาวยิ่งลักษณ์ด้วยข่าวการเตรียมตัวเดินทางไปญี่ปุ่น ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอิทธิพลของเขาที่มีต่อรัฐบาลชุดนี้ 
  
          พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งอาศัยอยู่ในต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจำคุก 2 ปี ในข้อหาคอรัปชั่นได้สร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายค้าน หลังเขามีกำหนดเดินทางไปญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 22-28 สิงหาคม ที่รวมถึงการไปเยือนพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อวันที่11 มีนาคมด้วย 
  
          นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ในสิงคโปร์ให้ความเห็นว่า ความฮึกเหิมที่ร่างทรงของเขาชนะการเลือกตั้ง ทำให้เขาเจตนาส่งสารแสดงให้เห็นว่า เขาคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง แต่ทำรีบเร่งเกินไป และจะถูกตอบโต้อย่างแน่นอน

          ด้าน รองศาสตราจารย์ ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า การรีบเร่งกลับมาทำตัวโดดเด่นอีกครั้งของพตท.ทักษิณถือเป็นการยั่วยุ และไม่ฉลาดถ้าเขาต้องการให้น้องสาวมีโอกาสในเวทีการเมืองรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองและถูกระบุว่า เป็นโคลนนิ่งของพี่ชาย กำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎหมายมากขึ้นเรื่อย ๆโดยเฉพาะเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องการนิรโทษกรรมบรรดานักการเมืองที่กระทำผิด

          รวมถึงประเด็นที่รัฐบาลพยายามปฏิเสธว่า ไม่ได้พยายามวิ่งเต้นให้พ.ต.ท.ทักษิณได้วีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ทางญี่ปุ่น ระบุว่า ไทยเป็นฝ่ายร้องขอให้อดีตนายกรัฐมนตรีเข้าประเทศ และกลายเป็นประเด็นร้อนให้นายสุรพงษ์ ตกเป็นเป้าของการถูกฝ่ายค้านและนักวิชาการรุมกระหน่ำว่า เริ่มงานในตำแหน่งด้วยการหยิบเอาเรื่องนี้มาเป็นผลงานชิ้นแรก

 

"พร้อมพงศ์"ปูดมีคนเตรียมจ้าง "ขาประจำ" ป่วนวันแถลงนโยบาย

          เวลา 14.30 น.  วันที่ 21 ส.ค.54 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)ระบุว่านโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาวันที่ 23-24 ส.ค. เหมือนนโยบายแก้บนว่า เป็นผู้ใหญ่ให้ข่าวแบบมีอคติ ดิสเครดิตรัฐบาล เป็นการพูดไม่สร้างสรรค์ ไม่เป็นความจริง ทั้งที่นโยบายยังไม่ได้แถลงต่อรัฐสภา โดยการแถลงนโยบายครั้งนี้จะเป็นนิมิตใหม่ ชี้ให้เห็นถึงการทำงานให้ประเทศ โดยเราจะจัดดี จัดเต็ม จัดครบ ตามที่หาเสียงไว้ สัญญาไว้อย่างไรจะทำอย่างนั้น ให้ความสุขกับประชาชน ไม่เจ็บ ไม่จน โดยแก้ไขปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ไม่เหมือนสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้คำพูดสวยหรู 99 วันก็ทำไม่ได้จริง บอกประชาชนต้องมาก่อน สุดท้ายประชาชนตายก่อน
 
          นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวปฏิเสธข่าวที่ว่าพรรคตั้ง 30 องครักษ์พิทักษ์นายกฯและรัฐมนตรี  อย่างไรก็ตามจะมีมีส.ส.ประมาณ 20 คนที่จะอภิปรายเสริมในโยบาย และส.ส.อีก 30 คนที่จะร่วมอภิปรายนโยบายในบางส่วน หากฝ่ายค้านเล่นนอกกรอบ นอกประเด็นเราจะชี้แจงทันที ส่วนการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่ 23-24 ส.ค.นั้น ทราบข่าวมีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มไปปลุกระดมประชาชนในบางพื้นที่ อาทิ ย่านคลองเตย ธนบุรี ปริมณฑล จ้างหัวละ 500-1,000 บาทต่อวัน เพื่อให้ออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาล ทำให้กระทบกับภาพลักษณ์ประเทศ ดังนั้นขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะกลุ่มนักเคลื่อนไหวเป็นขาประจำ เริ่มที่จะป่วนอีกแล้วทั้งที่รัฐบาลยังไม่แถลงนโยบายเลย

คุย "ยิ่งลักษณ์" ให้ รมต. ช่วยแถลงนโยบายเป็นการทำงานแบบดรีมทีม

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ช่วยแถลงนโยบายในแต่ละด้าน อาจถูกมองว่าไม่สง่างามหรือไม่  นายพร้อมพงศ์ตอบว่า เป็นการทำงานแบบบูรณาการ โดยนายกฯแถลงในภาพรวม และแบ่งให้รองนายกฯแต่ละคนแถลงนโยบายในส่วนที่ได้รับมอบหมาย ถือเป็นนิมิตใหม่ของการแถลงนโยบาย ไม่ใช่เก่งคนเดียว เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นการทำงานแบบดรีมทีม
 
          นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า นอกจากการประชุมของนายกฯ และ รัฐมนตรีได้ ที่พรรคเพื่อหารือถึงการเตรียมความพร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภายังได้หารือถึงนโยบายเร่งด่วนอื่นๆ ด้วย เช่นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพง รวมถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติด แนวทางปรองดองว่าจะมีแผนงานทำอย่างไรต่อไป สะท้อนให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยทำงานทุกวันไม่เว้นวันหยุด เพื่อมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาให้ประชาชน