น้ำท่วมล้นตลิ่งพิจิตรทะเลาะกัน
ชาวเมืองพิจิตรเริ่มทะเลาะกับชาวโพธิ์ประทับช้าง ขอให้ปิดน้ำที่ล้นตลิ่ง เกรงสวนส้มโอ-ไร่นาจมน้ำกว่าหมื่นไร่ "ปภ."สรุปพื้นที่น้ำท่วมยังอ่วม 13 จังหวัด ประชาชนเดือดร้อนกว่าหลักล้าน เสียชีวิตรวม 37 ราย
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 21 ส.ค.ที่บริเวณสี่แยกวังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ชาวนาจากอ.เมืองพิจิตร กว่า 100 คน เดินทางไปเพื่อจะทำการปิดน้ำที่ล้นตลิ่งมาจากแม่น้ำยมและเริ่มไหลข้ามถนน เลาะแม่น้ำยมเข้าสู่เขต อ.เมืองพิจิตร เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าน้ำที่ไหลมาจะทำให้ สวนส้มโอ พันธุ์ท่าข่อย ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองของ จ.พิจิตร และนาข้าวนับหมื่นไร่ ซึ่งอยู่ในเขตต.โรงช้าง ต.เมืองเก่า ในขณะที่ชาวบ้านใน ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ประมาณ 100 คน ก็รวมตัวขัดขวาง อยู่รอบๆทางเข้าหมู่บ้าน ไม่ให้ชาวบ้านจาก อ.เมืองเข้าไปปิดน้ำ
เนื่องจากชาวบ้านใน ต.วังจิก ให้เหตุผลว่าในขณะนี้น้ำท่วมบ้านเรือนจนจะนอนไม่ได้ หากปิดน้ำก็จะไม่สามารถอาศัยอยู่บนบ้านได้ จึงไม่ยอมให้ชาวบ้านจาก อ.เมือง ปิดน้ำที่ล้นจากถนนและไม่สามารถตกลงกันได้ จนในที่สุดชาวบ้านจาก อ.เมืองพิจิตร ได้รวมตัวกัน เพื่อขอให้นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ตัดสิน แต่ในขณะนี้ชาวบ้านเดินทางไปที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร แต่ไม่พบ จึงได้นั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูบ้านเพื่อรอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ที่เดินทางไปปฎิบัติงานร่วมกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี มาทำการเจรจาและหาข้อยุติให้
สำหรับพื้นที่ ต.วังจิกในขณะนี้แม่น้ำยม ได้ล้นตลิ่งและล้นถนน ซึ่งเป็นคันคลองชลประทานแล้วเป็นระยะทางยาว โดยน้ำได้เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำยม หลายครอบครัวเริ่มประสบปัญหาน้ำท่วมถึงพื้นบ้านและไม่สามารถหลับนอนได้ จึงพากันไม่ยอมให้ชาวบ้านเขต อ.เมือง ทำการปิดกั้นน้ำเนื่องจากเกรงว่าน้ำจะสูงจนถึงพื้นชั้น 2 ของบ้าน
นายพยับ ภู่นุช อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 1 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.พิจิตร กล่าวว่า หากชาวบ้านโพธิ์ประทับช้างไม่ยอมให้ปิดน้ำก็จะสร้างความเสียหายนับหมื่นไร่ มีทั้งนาข้าวและสวนผลไม้ โดยชาวบ้านวังจิกที่ได้รับความเดือดร้อนมีไม่กี่หลังคาเรือน หากต้องการให้ชาวบ้าน อ.เมืองช่วยชาวบ้านก็ยินดี โดยจะเป็นการซื้อไม้อัดไปทำเตียงหนุนนอน เพื่อให้สามารถนอนบนบ้านได้ชาวบ้านก็ยินยอม
กระสอบทรายกั้นแม่น้ำยมพังทลาย
ทั้งนี้เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา กระสอบทรายกั้นน้ำริมแม่น้ำยม หมู่ 6 ตำบลราชะโด อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ได้พังลง หลังแม่น้ำยมมีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้กระสอบทรายที่ชาวบ้านนำมากั้นไว้สูง 5 ชั้น พังทลายลงมา โดยจุดที่กระสอบทรายพังเป็นช่วงท้ายหมู่บ้าน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร รถทุกชนิดไม่สารถสัญจรผ่านไปมาได้ นอกจากนั้นน้ำยมที่ทะลักเข้ากระสอบทรายลงมา ยังทำให้ทรัพย์สินของประชาชนเสียหายจำนวนมากเนื่องจากน้ำเข้ามาท่วมในช่วงเวลากลางคืน
ล่าสุดทางด้านวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพิจิตร เปิดสถานศึกษาให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม สามารถนำทรัพย์สินของมีค่า อย่างรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถอีแต๋นและเครื่องมือทางการเกษตร ไปฝากไว้ที่วิทยาลัย พร้อมเปิดบ้านพักให้ประชาชนที่ถูกน้ำท่วมสามารถเข้าไปพักได้จำนวน 8 หลัง
น้ำยมสูงเอ่อท่วมบ้านนาข้าวบางระกำ
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก หลังถูกน้ำท่วมบ้านพักอาศัยมานานนับเดือน ต้องขนย้ายข้าวของเครื่องใช้มาไว้ริมถนนสายพิษณุโลก-บางระกำ บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำยม ม.7 และ ม.15 มีบ้านเรือนหลายหลังน้ำท่วมมิดหลังคา นอกจากนั้นศาลาพักร้อนยังถูกน้ำท่วมกับมิดหลังคาเช่นกัน
ส่วนที่พักชั่วคราวของชาวบ้าน ปรากฏว่าเพิงพักที่ชาวบ้านสร้างไว้พักอาศัยหลับนอน ระดับน้ำยมได้เอ่อท่วมสูงขึ้นมาถึงพื้นเพิงพักของชาวบ้านซ้ำเติมอีกรอบ จนชาวบ้านต้องยกพื้นเพิงพักให้สูงกว่าเดิมเพื่อหนีน้ำ เนื่องจากระดับน้ำยังเพิ่งสูงขึ้นไม่หยุด บางรายต้องยกพื้นหนีน้ำไปแล้วถึง 2 ครั้ง ทำให้อยู่ด้วยกันลำบากมากกว่าเดิมหลายเท่า
นายทิวัตถ์ พรหมพิราม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 297/2 ม.7 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ตั้งแต่ระดับน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนมานานร่วมเดือน ตอนแรกท่วมเฉพาะชั้นล่าง ตอนนี้ระดับน้ำถึงพื้นชั้นสองแล้ว ตนต้องยกพื้นให้สูงขึ้น 1.5 เมตร เพื่อใช้วางสิ่งของให้พ้นระดับน้ำ และได้ไปเช่าห้องพักเดือนละ 2,500 บาท ให้ครอบครัวไปหลับนอน ส่วนตนเองต้องมานอนเฝ้าทรัพย์สินในบ้าน เพราะกลัวคนร้ายเข้าขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน โดยมีเพื่อนบ้านหลายรายที่จำเป็นต้องไปเช่าห้องพักช่วงน้ำท่วม
แม่น้ำสายเริ่มเพิ่มระดับท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ
หลังจากมีฝนตกหนักตลอดหลายวันในพื้นที่ จ.เชียงราย ทำให้หลายพื้นที่ของ จ.เชียงราย มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในพื้นที่ หมู่ 6 ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน น้ำป่ายังได้พัดเอา ด.ช.พงศกร โชเซกู่ อายุ 2 ขวบ ไปกับกระแสน้ำจนเสียชีวิต
ขณะที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระดับน้ำในแม่น้ำสายเริ่มเพิ่มระดับสูงขึ้นทำให้น้ำในแม่น้ำสายเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน บ้านสายลมจอย หมู่ 1 ต.เวียงพางคำ บ้านเกาะทราย หมู่ 7 บ้านไม้ลุงขน หมู่ 10 บ้านเหมืองแดง หมู่ 1 ต.แม่สาย ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาย ทำให้ได้รับความเสียหายประชาชนต้องรีบขนข้าวของมาไว้ที่สูงเพื่อหนีน้ำกันจ้าละหวั่น ส่วนที่บริเวณใต้สะพานพรมแดน ไทย-พม่า ถูกน้ำเข้าท่วมจนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ขณะที่บริเวณถนนการค้าบ้านสายลมจอย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกที่หนึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเริ่มพากันเก็บข้าวของเพื่อหนีน้ำภายหลังน้ำเริ่มทะลักท่วมริมฝั่งและเพิ่มระดับขึ้นจนน้ำท่วมถึงขอบถนนและอาจจะท่วมทะลักเข้าร้านค้าได้
ทางด้านนายไศลยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศบาลตำบลแม่สาย พร้อมนายพรชัย ประดิษฐ์ค่าย หัวหน้างานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแม่สายนำกำลังเจ้าหน้าที่เทศบาล อปพร.เร่งนำกระสอบทรายมาทำผนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำในแม่น้ำสายที่จะเริ่มทะลักเข้าสู่หมู่บ้านตามริมชายแดน
ที่บริเวณถนนสายเข้าตัวเมืองแม่สายบริเวณตั้งแต่หน้าสถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.แม่สาย จนถึงบริเวณแยกไฟแดงแม่สาย-เชียงแสน น้ำป่าที่ไหลลงมาจากดอยนางนอนได้ไหลเข้าถึงพื้นถนนพหลโยธินสายหลักสูงประมาณ 20 ซม. ทำให้รถยนต์ที่วิ่งผ่านจะเข้าตัวเมืองแม่สายต้องใช้รถอย่างระมัดระวังและสามารถวิ่งได้เพียง 1 เลน และบางแห่งต้องปิดเส้นทางการจราจร รถต้องใช้เส้นทางสวนกันทางฝั่งขาออกเมืองแม่สาย
รายงานข่าวแจ้งว่าที่บริเวณถนนหน้าวัดถ้ำผาจม ม.1 ต.เวียงพางคำ ได้เกิดเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มมาขวางเส้นทางถนนทำให้รถไม่สามารถสัญจรได้ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเวียงพางคำได้นำกำลังทำการตัดต้นไม้เพื่อเปิดทางการจราจรแล้ว ส่วนที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ที่บ้านปงถุน และตลาดต้าล้อ ก็ถูกน้ำในแม่น้ำสายเข้าท่วมสูงตั้งแต่ 50 ซม.- 1 เมตร ตลาดท่าล้อต้องทำการปิดบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันเคลื่อนย้ายข้าวของเพื่อหนีน้ำ
น้ำท่วมสองอำเภอลำพูนยังทรงตัว
นายชุมพร อินต๊ะเทพ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน เปิดเผยถึงสถานการณ์แม่น้ำกวงเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนว่า ล่าสุดระดับน้ำยังทรงตัววัดระดับที่เอ่อล้นออกมาได้ 53 เซ็นติเมตร ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในต.บ้านแป้น และ ต.ต้นธง อ.เมืองลำพูน และ ต.บ้านธิ อ.บ้านธิ กว่า 500 หลังคาเรือน ยังถูกน้ำท่วมขัง ประชาชนส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยเต้นท์และพื้นที่ริมถนนเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ที่ถูกน้ำท่วมในช่วงเช้าวันเดียวกันระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว
ส่วนถนนที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภอบ้านธิขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงจนสามารถใช้การได้ทุกเส้นทางแล้ว อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัยได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเรือท้องแบนออกช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มเป็นการเบื้องต้น ซึ่งหลังจากนี้ไปจะต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำกวงที่ไหลผ่าน อ.บ้านธิ และ อ.เมืองลำพูน หากไม่มีฝนตกลงมาในช่วงเย็นคาดว่าจะเริ่มลดปริมาณลงในเวลาประมาณ 19.00 น. อย่างไรก็ตามได้ประกาศเตือนประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำกวงให้เตรียมรับมือน้ำท่วมเนื่องจากมีแรวโน้มที่ฝนจะตกลงอีกในช่วงค่ำวันนี้
น้ำป่า-ดินโคลนบนภูเขาเวียงโกศัยไหลเข้าท่วมบ้านเรือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ จ.ลำปาง เกิดฝนตกติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่บนภูเขา เขตอุทยานเวียงโกศัย อ.แม่ทะ และน้ำป่าไหลผ่านลำห้วยแม่มาย ก่อนจะไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน กว่า 6 หมู่บ้าน โดย ที่บ้านมายหมู่ 7 ต.วังเงิน อ.แม่ทะ บ้านเรือนถูกน้ำป่าไหหลากจำนวน 40 หลังคาเรือน ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการเพาะเห็ดหอม ทำให้โรงเพาะเห็ดหอมของชาวบ้านที่อยู่ใกล้ลำห้วย ถูกน้ำท่วมเสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้น้ำป่ายังได้ไหลหลาก นำเอาดินจำนวนมาก บนเนินเขาถล่มตัวลงมาทับบ้านเลขที่ 2/1 บ้านปางมะโอ ต.วังเงิน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ทำให้ทรัพย์สินภายในบ้านเสียหาย รวมทั้ง รถจักรยานยนต์เครื่องมือการเกษตร
นอกจากนี้ บนถนนสายลำปาง-เด่นชัย หลักกิโลเมตรที่ 38-39 เขตบ้านปางมะโอ หมู่ที่ 8 ต.วังเงิน อ.แม่ทะ ยังมีดินถล่มลงมาปิดทับถนนไปครึ่งช่องทาง ทำให้รถที่สัญจรไปมาต้องใช้ความระมัดระวัง ขณะนี้ทางแขวงการทางลำปางได้นำกรวยยางมาทำเครื่องหมายและจะได้นำเครื่องจักรเข้าไปเคลียร์เพื่อเปิดเส้นทางเพื่อให้รถวิ่งได้ตามปกติแล้ว
ส่วนนายจำเริญ เครือต๊ะมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังเงิน อ.แม่ทะพร้อมเจ้าหน้าที่ได้เร่งออกสำรวจความเสียหายแล้ว และจะได้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อีก 6 หมู่บ้าน และจะได้รายงานทางจังหวัดทราบต่อไป
น้ำชีล้นตลิ่งชาวบ้านเร่งเกี่ยวข้าวหวั่นท่วมซ้ำซาก
ชาวบ้านในเขตใกล้ลำน้ำชีไหลผ่าน 2 อำเภอ ต.ลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้า และ ต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ ต่างเร่งเก็บเกี่ยวข้าวในนา หลังปริมาณน้ำชีหนุนสูงล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว จำนวนมากกว่า 10,000 ไร่ เพราะต่างกลัวว่าอาจจะเกิดน้ำท่วมซ้ำซากได้อีกในปีนี้ ต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำกันแทบตลอดทั้งคืน แม้ว่าในช่วงนี้จะมีฝนตกต่อเนื่องติดต่อกัน ทั้งนี้ข้าวยังอ่อนไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยวได้บางส่วนก็ดีกว่าปล่อยให้นาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายทิ้งเปล่าโดยไม่ได้อะไรเลย
ขณะที่สถานการณ์น้ำในลำน้ำชีเริ่มมีระดับน้ำหนุนสูงขึ้นต่อเนื่องจ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และพื้นที่การเกษตร นาข้าวเสียหาย ได้ตลอดเวลาช่วงนี้ซึ่งยังคงมีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง
นายเลื่อน รักจินดา วัย 66 ปี ชาวบ้านเสี้ยวน้อย ต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ และนายนิพล วรรณโพธิ์ วัย 29 ปี ชาวบ้านหางเรียง ต.ลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้า กล่าวว่า ในช่วงนี้น้ำชีเริ่มหนุนสูงขึ้นมาต่อเนื่องใกล้ล้นตลิ่งเกือบทั้งหมดแล้ว คาดว่าระดับลำน้ำชีตลอดทั้งสายอยู่ที่ 16 เมตร ทำให้น้ำเริ่มไหลเข้าที่นาชาวบ้านจำนวนมากกว่า 10,000 ไร่ ในเขตรอยต่อ 2 อำเภอ หนักสุดในต.ลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้าเชื่อมต่อ ต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ ตอนนี้จำเป็นต้องเร่งหาติดต่อรถรับจ้างเกี่ยวข้าวที่สามารถเกี่ยวได้เร็วกว่า มาช่วยเกี่ยวข้าวในที่นาออกมาก่อนให้ได้ ดีกว่าปล่อยข้าวถูกน้ำท่วมโดยไม่ได้อะไรเลย ถึงแม้ข้าวยังอ่อนอยู่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยซึ่งบางส่วนยังพอนำไปขายได้ในราคาไม่เกินกก.ละ 7.80 บาท
ปีนี้สถานการณ์น้ำในลำชีค่อนข้างมาเร็วกว่าทุกปี และทุกครั้งเมื่อน้ำชีใกล้จ่อล้นตลิ่งน้ำจะมาเร็วมาก จนแทบตั้งตัวไม่ทันไม่เกินชั่งโมง ในเขตนี้จะถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรเป็นวงกว้างทั้งหมดทันที เหมือนเมื่อปีก่อนที่ผ่านมาเรารับมือไม่ทันนาข้าวที่นี่ถูกท่วมเสียหายโดยไม่ได้อะไรเลยทั้งหมด และมาในปีนี้หากปล่อยไว้เช่นเดิมรับมือไม่ทันแน่ จึงจำเป็นต้องพากันมาเกี่ยวข้าวขึ้นหนีน้ำกันตลอดทั้งคืนก็ต้องทำเอาไว้ก่อน
อำนาจเจริญระทึก 5 นักเรียนจมดิ่งแก่งน้ำวนรอด4ดับ1
เกิดเหตุนักเรียนจมน้ำเสียชีวิต โดย พ.ต.ท.ภาคภูมิ ธรรมรังษี สารวัตร สภ.ปลาค้าว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ว่ามีวัยรุ่นมาเล่นน้ำที่ลำห้วยแซว แล้วพลัดจมน้ำ 1 ราย จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการค้นหา พร้อมประสานงาน นักประดาน้ำจาก จ.ยโสธร ให้ช่วยค้นหาร่างผู้สูญหายตลอดทั้งคืนแต่ไม่พบ
จนกระทั่งเวลา 09.30 น. นักประดาน้ำ ช่วยกันนำร่างไร้วิญญาณขึ้นจากลำห้วยแซว ทราบชื่อผู้เสียชีวิตว่า นายนัธพล วันดีวงศ์ อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 ม.8 ต.ปลาค้าว นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนปลาค้าววิทยานุสรณ์ ต.ปลาค้าว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ท่ามกลางความเสียใจของพ่อแม่ที่มาเฝ้ารอการติดตามหาลูกชายตลอดทั้งคืน
นายบรรเทา ทองเลิศ ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 ต.ปลาค้าว อ.เมืองอำนาจเจริญ เล่าว่าในวันเกิดเหตุวันที่ 20 สค. 54 เวลาประมาณ 14.00 น. ทราบว่านักเรียนจากโรงเรียนปลาค้าววิทยานุสรณ์ 5 คน คือ นายนัฐพงค์ อ่อนคำ นายอธิวัฒน์ มั่นคง นายสุบัน เอกสิริ นายอนุพงษ์ ปาตะสี และนายนัธพล วันดีวงศ์ ซึ่งทั้งหมดอายุ 15 ปี เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันได้ชักชวนกันไปเล่นน้ำที่ลำห้วยแซวในวันหยุดเรียน ซึ่งอยู่ห่างจาก สภ.ปลาค้าว ประมาณ 600 เมตร ลำห้วยแห่งนี้มีปริมาณน้ำมาก ทำให้น้ำไหลเชี่ยวแรง มีน้ำวนคล้ายแอ่งกระทะ ขนาดใหญ่ ซึ่งมีนักเรียนและกลุ่มวัยรุ่น มักจะชอบลงไปเล่นน้ำกัน
ขณะที่นักเรียนชายทั้ง 5 ลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ระหว่างนั้นมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวพัดมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนพัดพานำร่างของนักเรียนทั้งหมดจมดิ่งไปในกระแสน้ำทันที โชคดีที่ นายนัฐพงษ์ อ่อนคำ นายอธิวัฒน์ มั่นคง นายสุบัน เอกสิริ และนายอนุพงษ์ ปาตะสี กระแสน้ำพัดพาร่างไปติดที่เครือเถาวัลย์กลางลำห้วย เมื่อทุกคนได้สติจึงร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ จนสามารถนำขึ้นจากน้ำได้อย่างทุลักทุเล ส่วนนายนัธพล วันดีวงศ์ เพื่อนร่วมชั้นกระแสน้ำพัดจมหายไป ไม่สามารถช่วยไว้ได้
นายนัฐพงค์ อ่อนคำ นักเรียนที่รอดชีวิต เล่านาทีระทึก ว่าขณะที่ติดอยู่เครือเถาวัลย์กลางน้ำ ก่อนที่จะมีผู้ใหญ่มาช่วย ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนช่วยกันคว้าตัวเพื่อนๆไม่ให้น้ำพัดออกไป นายนัฐพงค์พยายามใช้มือขวานลงในน้ำ จับได้เพียงแขนบริเวณข้อมือของเพื่อน แต่ก็สู้กระแสน้ำที่เชี่ยวแรงไม่ได้ จึงปล่อยให้หลุดไป ประกอบกับลำห้วยมีซากกิ่งไม้และท่อนซุงจำนวนมากซัดใส่ตลอดเวลาจึงทานไม่ไหวพัดพาร่างหายไป
ด้านเจ้าหน้าประดาน้ำจาก จ.ยโสธร กล่าวว่าพบร่างของนายนัธพล ซุกอยู่ใต้ไม้กระดานหนา 2 เซนติเมตร กว้าง30 เซนติเมตร กดทับเกือบมิดดิน จึงทำให้ยากในการค้นหาช่วงแรก ต่อมาปริมาณฝนเริ่มลดลง การค้นหาศพจึงง่ายขึ้น ซึ่งจุดที่พบศพอยู่ห่างจากจุดพลัดตกครั้งแรก 50 เมตร
'ปภ.'สรุปพื้นที่น้ำท่วมยังอ่วม13จว.
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวถึงภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ว่า ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ตาก เลยหนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และประจวบคีรีขันธ์ ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 13 จังหวัด 98 อำเภอ 680 ตำบล 5,083 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 385,214 ครัวเรือน 1,156,666 คน มีผู้เสียชีวิต 37 ราย สูญหาย 1 คน โดยจังหวัดที่ยังประสบภัยได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ นครนายก พระนครศรีอยุธยา ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี อ่างทอง และปราจีนบุรี
นายวิบูลย์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ กรมปภ.ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจัดสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักรกล เรือท้องแบน รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุกน้ำออกให้บริการในพื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยดินโคลนถล่มสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ปภ.จะประสานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
เผย"ยิ่งลักษณ์"สั่งเร่งศึกษาปัญหาลุ่มน้ำยมเข้าครม.
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ของกรมชลประทาน เพื่อขยายผลโครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษในลุ่มน้ำยม ว่าโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ออกมติครม.เพื่อศึกษารับฟังความคิดเห็นแบบสอบถามผลกระทบจากประชาชนทั้งลุ่มน้ำยม โดยเป็นทางเลือกสำหรับการพัฒนาโครงการแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำยมเพราะที่ผ่านมาโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น โดนต่อต้านมาตลอด 30 กว่าปี จึงต้องทำในเชิงสาธารณะเป้าหมายเพื่อลดความขัดแย้งและการต่อต้านจากฝ่ายที่เสียประโยชน์และเปิดเวทีให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เช่น จังหวัดแพร่ น่าน สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลกและนครสวรรค์ รวมทั้งพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหน้าฝย แต่มีน้ำไม่พอใช้ในช่วงหน้าแล้ง
นายธีระ กล่าวว่าทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องการให้การแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำยม ทำอย่างรอบครอบและให้ศึกษาโครงการที่เป็นทางเลือกเพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่ เช่นการสร้างเขื่อนขนาดกลาง สร้างโครงข่ายเชื่อมแหล่งน้ำ หาพื้นที่ทำแก้มเพิ่มเพื่อรอบรับน้ำ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและให้เริ่มดำเนินการทันทีในงบประมาณ ปี 2555 รวมทั้งการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อบรรเทาปัญหาในอนาคต ให้เริ่มศึกษาอย่างจริงจังนอกจากเขื่อนแก่งเสือเต้น และให้กรมชลประทาน กับกรมทรัพยากรน้ำ เป็นเจ้าภาพร่วมกันประชุมหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ในปลายเดือนสิงหามคม นี้เพื่อนำเสนอแผนแก้ไขทั้งหมดน้ำทั้งลุ่มน้ำยม เข้า ครม.เดือนกันยายน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวต่อว่าผลการศึกษาเบื้องต้นสรุปลักษณะทางเลือกการพัฒนาโครงการแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำยม พบว่าการก่อสร้างเขื่อนแม่ยมล่าง ตั้งอยู่ หมู่บ้านอัมพวัน อ.สอง จ.แพร่ จะใช้พื้นที่ผิวน้ำอ่างเก็บน้ำ 21,000 ไร่ ปริมาณกักเก็บน้ำ 500 ล้านลบม. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่ป่าไม้ รวมทั้งหมด 15,194 ไร่ ป่าอนุรักษ์โซนซี 9,775 ไร่ อุทยานแห่งชาติ 12,481 ไร่ ป่าเบญจพรรณมีไม้สัก 2,330 ไร่ ผลกระทบด้านสังคมที่อยู่อาศัยไม่มีผลกระทบและกระทบที่ดินทำกิน 1,600 ครัวเรือน แต่มีครัวเรือนได้รับประโยนช์จากพื้นที่ชลประทานทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง 9,288 ไร่ ค่าก่อสร้าง 9,288 ล้านบาทและเขื่อนแม่ยมตอนบน ตั้งอยู่ หมู่บ้านดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ จะใช้พื้นที่ผิวอ่างเก็บน้ำ 10,856 ไร่ ปริมาณกักเก็บน้ำ 166 ล้านลบม. ผลกระทบจากโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ป่าไม้รวมทั้งหมด 7,819 ไร่ ป่าอนุรักษ์โซนซี 4,066 ไร่ อุทยานแห่งชาติ 8,188 ไร่ ป่าเบญจพรรณมีไม้สัก 719 ไร่ ไม่มีผลกระทบต่อครัวเรือนแต่กระทบพื้นที่ทำกิน 3,438 ครัวเรือน แต่มีครัวเรือนได้รับประโยนช์ 3,438 ครัวเรือน มูลค่าก่อสร้าง 4,956 ล้านบาท
ทั้งสองเขื่อนมีความเหมาะสมกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น ตั้งอยู่ที่ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ใช้พื้นที่ผิวอ่างเก็บน้ำ 41,738 ไร่ ซึ่งมีปริมาณกักเก็บน้ำมากถึง 1,175 ล้านลบม. ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ทั้งหมด 29,569 ไร่ ป่าอนุรักษ์โซนซี 28,831 ไร่ อุทยานแห่งชาติ 12,481 ไร่ ป่าเบญจพรรณมีไม้สัก 11,206 ไร่ กระทบครัวเรือนที่อยู่อาศัยต้องอพยพคนออก 857 ครัวเรือนจากต.แม่สะเอียบ และกระทบที่ทำกิน 5,503 ครัวเรือน รวม 1,075 ครัวเรือน มูลค่าก่อสร้าง 12,972 ล้านบาท ซึ่งเขื่อนยมบนและยมล่าง รวมกันมูลค่า 14,245 ล้านบาท ปริมาณกักเก็บน้ำได้ รวมกันได้ 666 ล้านลบม แตไม่ต้องอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่
นายธีระ กล่าวว่าอย่างไรก็ตามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สั่งการให้ดำเนินการโครงการก่อสร้างเร่งด่วนที่สามารถรองรับปัญหาอุทกภัยปี 2555 ได้เลยโดยต้องสร้างระบบจัดการน้ำหลากเพิ่มด้วย เช่น การพัฒนาโครงการแหล่งน้ำขนาดกลางทั้งประเภทอ่างเก็บน้ำขนาดย่อยในลำน้ำสาขาจากลุ่มน้ำยม รวมทั้งสิ้น 57 โครงการ จะได้ความจุน้ำเพิ่มอีก 542 ล้านลบม. และพื้นทีได้รับประโยนช์เพิ่มรวม 477,550 ไร่ พร้อมกับพัฒนาโครงข่ายผันน้ำหลาก เช่นโครงการปรับปรุงคอลงผันน้ำจากยมเข้าแก้มลิงทุ่งทะเลหลวง โครงการปรับปรุงคลองระบายน้ำท้ายทุ่งทะเลหลวง โครงการปรับปรุงคลองธรรมชาติฝั่งช้ายขวา โครงการผันน้ำจากมน้ำยมเข้าพื้นที่รองรับน้ำท่วมบางระกำ รวมทั้งพัฒนาที่รองรับน้ำท่วมขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำยม คือพื้นที่บางระกำ สามรถรองรับน้ำได้ 50 ล้านลบม. จะนำน้ำไว้ใช้หน้าแล้งได้พร้อมกับเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำออกจาพื้นที่ด้ว



