ข่าว

จับไม่หมดยาบ้าระบาดหนัก!

จับไม่หมดยาบ้าระบาดหนัก!

21 ส.ค. 2554

ทลายแหล่งมั่วสุมและจำหน่ายกลางเมืองสงขลา ยึดใบกระท่อมยาแก้ไอจำนวนมาก ตร.พัทยาจับหนุ่มอาสาฯค้ายาอ้างผ่อนรถ ตร.ชลบุรีรวบหนุ่มสาวปาตี้ยามั่วเซ็กส์สองรุมหนึ่ง วัยรุ่นซิ่งหนีตร.จวนตัวทิ้งยาบ้ามูลค่ากว่า12ลบ.หลบหนีลอยนวล

          ผู้สื่อข่าวรายงาน  เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 20 ส.ค.54  กำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดผู้ว่า ชุดที่ 3 นำโดย นายเฉลิมชัย วิสุทธิชานนท์  เจ้าพนักงานชำนาญการกลุ่มงานความมั่นคงที่ทำการปกครองจังหวัดสงขลา ได้จู่โจมเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 58 ซอย 29 ถนนไทรบุรี เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นตึกแถวสองชั้น หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนว่า เป็นแหล่งมั่วสุม และจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่น และเจ้าหน้าที่ได้ติดตามพฤติกรรมมากว่าหนึ่งสัปดาห์

          โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายมาโนช  ทองรักษ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ 6 ต.ควนมะพร้าว อ.เมือง จ.พัทลุง พร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคนซึ่งร่วมกันเช่าบ้านหลังดังกล่าว และจากการตรวจค้นภายในบ้านพบ ยาแก้ไอจำนวน 677 ขวด ใบกระท่อมสด 12.5 กิโลกรัม น้ำใบกระท่อม และอุปกรณ์การเสพยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้ควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18-21 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาได้จำนวน 12 คน ในจำนวนนี้มีผู้หญิงรวมอยู่ด้วย 1 คน ขณะที่ทั้งหมดได้เข้าไปมั่วสุมเสพและซื้อยาแก้ไอ ใบกระท่อมและน้ำใบกระท่อมในบ้านหลังดังกล่าว

          จากการสอบสวน นายมาโนช ให้การว่าได้เช่าบ้านหลังดังกล่าวเดือนละ 7,000 บาท ไว้สำหรับจำหน่ายยาแก้ไอ น้ำใบกระท่อมและใบกระท่อมซึ่งเป็นส่วนผสมของยาเสพติดสี่คูณร้อย รวมทั้งเปิดให้กลุ่มวัยรุ่นเข้าไปเสพยา สำหรับใบกระท่อมสดจำหน่ายมัดละ 100 บาท ซึ่งมัดรวมกัน 26 ใบ ส่วนยาแก้ไอจำหน่ายขวดละ 100 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายมาโนช และเพื่อนดำเนินคดี ในข้อหามีใบกระท่อมและยาแก้ไอไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลาดำเนินคดี

          ส่วนกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 12 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปทำประวัติ  เพื่อว่ากล่าวตักเตือนไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาเพื่อไม่ให้เสียอนาคตและได้ปล่อยตัวกลับไป

 

ตร.พัทยารวบหนุ่มอาสาฯบางละมุงค้ายาบ้า

          ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 21 ส.ค.54  ร.ต.ท.วิษณุ ไชยสุวรรณ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี  พร้อมกำลังตำรวจและตำรวจอาสาได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาเสพยาเสพติดรายย่อยมาสอบสวน เพื่อจับกุมตัวผู้ค้ารายใหญ่ ซึ่งผู้ต้องหาซัดทอดว่า ซื้อยาบ้ามาจากเอเย่นต์ ชื่อเล่นว่า นายกล้วย เป็นอาสาสมัครหน่วยงานหนึ่งของ อำเภอบางละมุง ตำรวจจึงวางแผนทำการจับกุมตัวเอเย่นต์ดังกล่าว

          โดยการให้สายลับโทรศัพท์สั่งซื้อยาบ้าจำนวน 15 เม็ด ในราคา 3,800 บาท โดยนัดหมายส่งมอบยากันที่บริเวณ หน้าโรงแรมไอบีช ถนนพัทยาสายสอง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังดักซุ่มบริเวณโดยรอบเพื่อจับกุม กระทั่ง นายกล้วย ซึ่งทราบชื่อจริงต่อมาคือ นายจรัส อิ่มทอง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.7 ต.เกรียงไกร อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ แต่งกายในเครื่องแบบอาสาป้องป้องสถาบัน อ.บางละมุง ชุดสีน้ำเงินทั้งชุดขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน นำยาบ้ามาส่งขายให้กับสายลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัว และตรวจค้นตัวพบยาบ้าบรรจุในซองลูกอม รวมจำนวน 15 เม็ดและเงินสดในการติดต่อล่อซื้อจำนวน 3,800 บาท จึงยึดไว้เป็นของกลาง

          ภายหลังจากที่ นายกล้วย ผู้ต้องหาถูกจับกุมก็ถึงกับหน้าซีด ให้การยอมรับว่าสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนคนหนึ่งให้นำมาวิ่งส่งให้กับลูกค้า ได้ค่าจ้างครั้งละ 500 บาท ที่ยึดอาชีพนี้ เพราะต้องการหาเงินไปผ่อนงวดรถจักรยานยนต์ พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ถอดเสื้อซึ่งเป็นเครื่องแบบ อาสาป้องป้องสถาบัน อ.บางละมุง ที่สวมใส่อยู่ออก เนื่องจากไม่อยากให้หน่วยงานของ อ.บางละมุง เกิดความเสื่อมเสีย

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ เจ้าหน้าที่หัวหน้าหน่วย อาสาฯประจำ อ.บางละมุง มาตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่หัวหน้าหน่วยฯ ก็ยืนยันว่า นายกล้วย เป็น อาสาปกป้องสถาบัน รุ่นที่ 9 ประจำ อ.บางละมุง จริงซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นจะได้แจ้งให้กับผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทันที ในเบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัว นายกล้วย ไปสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ตร.สภ.หนองขาม รวบหนุ่มสาวปาร์ตี้ยาคารร.

          ผู้สื่อข่าวรายงาน  เมื่อเวลา 01.30น. วันที่ 21 ส.ค.54   พ.ต.ท. กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี สวป.สภ.หนองขาม  พร้อมด้วย  ร.ต.อ.สุนทร ชอบนา หน.ชุดปราบปรามพิเศษ  ได้สืบทราบว่า  มีหนุ่มสาวมาเปิดห้องพักเสพยามั่วเซ็กส์กันที่โรงแรมบานาน่าอินท์ หมู่ 11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังจากนั้นจึงนำกำลังชุดปราบปรามพิเศษนอกเครื่องแบบเดินทางไปตรวจสอบพบว่ามีหนุ่มสาวดังกล่าวนั้นเปิดห้องพักเลขที่ 2 ของทางโรงแรม และมีพฤติกรรมมั่วสุมกัน และยังมีเพื่อนชายหญิงมาหาและขี่รถเข้าออกเป็นประจำโดยมาเปิดห้องพักได้ 2 วันแล้ว

          ทางตำรวจจึงได้ให้พนักงานโรงแรมเคาะประตูเรียกผู้ที่พักในห้องให้เปิดประตู หลังจากนั้นทางตำรวจจึงได้กรูกันเข้าไปในห้องพักพบว่ามีผู้ชายจำนวน 1 คนและผู้หญิง 2 คนอยู่ภายในห้องเมื่อตรวจค้นก็พบยาบ้า 5 เม็ด อุปกรณ์การเสพยาบ้า และอุปกรณ์การเสพยาไอซ์วางอยู่บนเตียง รวมถึงที่ห่อยาบ้าหลายห่อที่เสพไปแล้ววางอยู่บนเตียงด้วย หลังจากนั้นจึงได้นำตัวทั้งหมดมาสอบสวน

          โดยนายเรวัต จิตวิเศษอายุ 29 ปีอยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่2 ต.บ้านกลาง อ.กรงไกรลาศ จ.สุโขทัย และทำงานอยู่คลังน้ำมันที่บ้านอ่าวอุดมได้ให้การว่า ยาบ้าที่พบรวมถึงอุปกรณ์เสพยาด้วยนั้นเป็นของตนเอง โดยเป็นคนเช่าห้องพักที่โรงแรมดังกล่าวได้ 2 วันและได้ชักชวนเพื่อนสาว 2 คนที่ทำงานในโรงงานในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ศรีราชา ซึ่งเพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน คือ น.ส.ดา(นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี มาร่วมกันเสพยาบ้าและมีเพศสัมพันธ์กันแบบสองรุมหนึ่งที่ห้องดังกล่าว

          เนื่องจากว่าเมื่อตนได้เสพยาบ้าแล้วมีอารมณ์ทางเพศเมื่อมีเพศสัมพันธ์ก็จะทำให้ทั้งอึดทนนาน โดยทั้ง 2 สาวนั้นเปิดเผยว่าเลิกงานจากโรงงานแล้วก็ได้รับการชักชวนจากเพื่อนชายให้มาเสพยาและมีเซ็กส์กันแบบสองรุมหนึ่งจึงสนใจอยากลองดูก็เลยพากันมา ซึ่งมาที่ห้องดังกล่าว 2 วันแล้ว และก็มีเพศสัมพันธ์กันหลายครั้ง ซึ่งไม่คาดคิดว่าทางตำรวจจะสืบทราบ และนำกำลังบุกเข้าจับกุม

          หลังจากนั้นทางตำรวจจึงได้ตั้งข้อหา  นายเรวัต  ว่ามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ส่วนหญิงสาวทั้ง 2 คนนั้นทางตำรวจได้ตั้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวทั้ง 3 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองขาม ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

 

ซิ่งจยย.หนีตร.จวนตัวทิ้งยาบ้า60,000เม็ด มูลค่ากว่า 12 ลบ.

          ผู้สื่อข่าวรายงาน  เมื่อเวลา 02.50 น. วันที่ 21 ส.ค.54   พ.ต.ท.ชุมพร ปิ่นสุวรรณ สวป.สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสายตรวจตู้ยามคลองสี่ประมาณ 10 นาย ได้นำรถกระบะขับออกตรวจความสงบเรียบร้อยภายในเขตรับผิดชอบ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง ขณะออกตรวจตามเส้นทางถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ถนนกาญจนาภิเษกหมายเลข 9 บางปะอิน-บางนา บริเวณหน้าวัดพระศรีนาคาทุรคาเทวี หรือวัดแขกคลองสี่ หมู่ที่ 6 ต.คลองสี่ ได้พบ รถจยย.ต้องสงสัย ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีขาวแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขี่สวนทางมาด้วยความเร็ว จากธัญบุรีมุ่งหน้าคลองหลวง ตนจึงเปิดสัญญาณไซเรน เพื่อให้ผู้ขับขี่นั้นหยุดรถ เพื่อขอตรวจสอบ

          พ.ต.ท.ชุมพร ปิ่นสุวรรณ เปิดเผยต่อไปอีกว่า แต่เมื่อผู้ขับขี่เห็นเป็นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงหันรถกลับมุ่งหน้าไปทางธัญบุรี อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงกวดติดตามไปอย่างกระชั้นชิด พบผู้ต้องสงสัยชาย 1 คน สวมหมวกกันน็อคสีดำ ด้านหน้ารถมีถุงพลาสติกต้องสงสัยขนาดใหญ่แขวนไว้หน้ารถ โดยคนร้ายได้เร่งเครื่องเพื่อหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต เมื่อเห็นจวนตัวคนร้ายได้โยนถุงดังกล่าวทิ้ง เจ้าหน้าที่จึงกวดติดตามไปอีกเกือบ 3 กม. แต่ไม่สามารถไล่ติดตามได้ทันจึงกลับมาตรวจสอบบริเวณที่คนร้ายทิ้งวัตถุต้องสงสัยพบยาบ้าชนิดสีส้มปั๊มอักษร wy บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวน 30 มัด รวม 60,000 เม็ด

          ทางด้าน พ.ต.ท.ชุมพร ปิ่นสุวรรณ เปิดเผยว่า ยาบ้า ที่สามารถยึดได้ในครั้งนี้จำนวน 60,000 เม็ด มีมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า คนร้ายกำลังจะนำมาส่งให้กับลูกค้าในเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างเปลี่ยวไม่มีผู้คนผ่านไปมา จึงนำของกลางส่ง พ.ต.ท.กมลรัตน์ พาน้อย สารัวตรเวร สอบสวน สภ.คลองหลวง ไว้ตรวจสอบต่อไป

 

โคราช-อุบลนำโด่งจับยาเสพติด10ด.3หมื่นราย

          พล.ต.ท. เดชาวัต รามสมภพ  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3  กล่าวว่า  สำหรับการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด  ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด จนในช่วง 10 เดือน สามารถจับกุม ผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ทั้งหมด 32,000 ราย หากเทียบกับปีที่แล้วจับกุมเพียง 16,000 ราย แสดงให้เห็นถึงผลการจับกุมเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 90 ถือว่า เป็นการดำเนินงาน การเข้มงวดของหัวหน้าหน่วยสถานีตำรวจทุกแห่งที่ให้ความสำคัญ ได้รับสนับสนุนจาก ป.ป.ส.ภาค 3 กองกำลังหน่วยทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้มีการขยายผล และการหาข่าวทางลึก

          โดยเฉพาะในช่วงนี้พื้นที่ทุกพื้นที่จะต้องรีเอ็กซเรย์อีกชั้นหนึ่ง กับตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใน 8 จังหวัด คือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษอำนาจเจริญ  ยโสธร และอุบลราชธานี แล้วจะรายงานผลต่อ ผบ.ตร. วันที่ 31 ส.ค.54  จากนั้น วันที่ 15 ก.ย.54  จะรายงานผลการปฏิบัติงานทั้งปี

          "ส่วนบรรดาวัยรุ่น เยาวชนทั้งในสถานศึกษามีการดูแลจัดฝึกอบรมวิทยากร ที่จะเข้าไปดูแลตรงนี้ด้วย เน้นเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเพื่อป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เข้ามาอยู่ในวงการที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งการบำบัดฟื้นฟูรักษา  โดยจัดตั้งศูนย์ขวัญที่กองร้อย อส.แต่ละรุ่นมีผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู 300 คน มีแล้ว 8 รุ่นด้วยกัน รวมทั้งนอกสถานศึกษาก็ทำด้วย  ส่วนพื้นที่ จ.นครราชสีมาในรอบ 10 เดือน สามารถจับกุมได้กว่า 9,000 ราย  ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูงใกล้เคียงกับ จ.อุบลราชธานี ที่จับกุมได้  9,000 กว่ารายเช่นเดียวกัน" พล.ต.ท.เดชาวัต กล่าว