ข่าว

สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่ยังวิกฤต

สถานการณ์น้ำหลายพื้นที่ยังวิกฤต

20 ส.ค. 2554

โผงเผงท่วมแล้ว 100 หลังคาเรือน "เชียงราย" สลดเด็ก 2 ขวบถูกน้ำป่าซัดดับ ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เร่งประชุมรับมือน้ำหลาก

           สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอ่างทองล่าสุดทางเขื่อนเจ้าพระยาได้ทำการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนด้วยปริมาณ 1,870 ลบ.ม./วินาที ทำให้น้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ระดับ 14.15 เมตร ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณต.โผงเผง อ.ป่าโมก  จ.อ่างทอง สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือน  สวนผลไม้

           นางกุลฟาร์ลี เทพรักษ์ นายกอบต.โผงเผง    อ.ป่าโมก จ. อ่างทอง กล่าวว่า  วันนี้น้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 6.29   เมตร  ขณะที่ระดับวิกฤตอยู่ที่ 6.59 เมตร  สถานการณ์ขณะนี้พบว่า น้ำได้เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 7  หมู่บ้าน มีผู้เดือดร้อนแล้ว  100 หลังคาเรือน   ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 1 เมตร สำหรับการป้องกันได้เตรียมทรายและกระสอบทราย เพื่อเข้ากั้นพื้นที่ที่ล่อแหลม  ป้องกันไม่ให้น้ำขยายวงกว้างไปมากกว่านี้

 


น้ำป่าซัดเด็ก2ขวบหาย

           20 ส.ค.54 เกิดเหตุน้ำป่าจากเทือกเขาดอยนางนอนไหลทะลักเข้าหมู่บ้านแม่ไร่ หมู่ที่ 6 ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ซึ่งขณะเกิดเหตุกระแสน้ำได้พัดเอาร่างของด.ช.พงศกร ไมาทราบนามสกุล อายุ 2 ปีเศษ อยู่บ้านเลขที่ 338 ม.6 ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย  ซึ่งกำลังเดินมาหาย่าที่บ้านอยู่ใกล้กันจมหายไปกับกระแสนน้ำ ซึ่งหลังเกิดเหตุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง อำเภอจัน อบต.แม่ไร่ ตำรวจ และชาวบ้านเร่งระดมกำลังค้นหา แต่ยังไม่พบร่างของเด็กชายเคราะห์ร้ายคาดอาจจะจมอยู่ใต้ดินโคลน ทั้งนี้ ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามรวมใจมาเร่งช่วยหาอีกทางหนึ่ง

           นายสมชาย บัญชาพล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 กล่าวว่าเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากครั้งนี้เกิดเวลาประมาณ 08.00น.เศษ และไม่มีใครอยู่บ้านส่วนเด็กชายพงศกรกำลังเดินมาทางร่องน้ำเพื่อไปหาย่าจนน้ำพัดร่างหายไปกับกระแสน้ำ สำหรับน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งก็สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ซึ่งตนเองก็ได้ประกาศให้ชาวบ้านเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิดเนื่องจากสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจเพราะยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

 

ผวจ.เรียกประชุมรับมือน้ำหลาก

           นายวิโรจน์  จิวะรังสรรค์  ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมรับสถานการณ์น้ำในจังหวัดทั้ง 18 อำเภอ  ซึ่งขณะนี้อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวยังไม่น่าเป็นห่วง  เพราะยังสามารถรองรับน้ำที่ไหลหลากได้อีกกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะปัจจุบันมีปริมาณน้ำประมาณ  918 ล้านลูกบาศก์เมตร  หรือเฉลี่ยที่ร้อยละ  64  แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปริมาณน้ำที่ไหลหลากเข้ามายังตัวเขื่อนเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้น

           ล่าสุด เพิ่มสูงขึ้น 58 ล้านลูกบาศก์เมตร  จากเมื่อวันที่ 19 ส.ค.น้ำเข้ามายังตัวอ่างประมาณ  30 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่เห็นได้ว่ามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น   รวมถึงระดับน้ำในแม่น้ำสาขา  แหล่งน้ำธรรมชาติต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งและเข้าท่วมที่นา  บ้านเรือนราษฎรจนเสียหายได้  โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดอยู่กับลำน้ำปาวทั้งอ.กมลาไสย  อ.ร่องคำ  อ.ฆ้องชัยและอ.เมือง  เพราะขณะนี้ระดับน้ำลำน้ำปาวสูงขึ้นอยู่ในระดับที่เกือบจะล้นตลิ่งแล้วที่ระดับ 6.51 เมตร

 

น้ำล้นคูเมืองท่วมวัดคูหาสวรรค์

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำแม่น้ำน่านที่สูงขึ้นทำให้เกิดน้ำล้นทะลักจากท่อระบายน้ำ ประกอบกับมีฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมาตลอดทั้งคืน ทำให้มีหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก มีน้ำท่วมขังสูง กว่า 20 เซนติเมตร ทำให้พระสงฆ์ต้องเดินลุยน้ำออกมาบิณฑบาต และประกอบกิจสงฆ์ โดยไม่สามารถระบายน้ำออกไปทางด้านใดได้

            เนื่องจากคูเมืองโบราณก็มีน้ำสูงล้นเช่นกัน และน้ำคูเมืองโบราณได้เอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชน เทศบาลนครพิษณุโลกและชลประทานจังหวัดพิษณุโลกกำลังระดมเครื่องสูบน้ำช่วยสูบออก

 

ปภ.เฝ้าติดตามระดับน้ำแม่น้ำจันทบุรีอย่างใกล้ชิด

            นายจุมพฏ  วรรณฉัตรสิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี   กล่าวว่า ระยะนี้ขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำได้ระมัดระวังบุตรหลาน เพราะอาจจะถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปได้  ทั้งนี้จากการออกติดตามระดับน้ำ บริเวณจุดวัดน้ำหลักของแม่น้ำจันทบุรี หน้าวัดจันทนาราม อ.เมือง หลังระดับน้ำปรากฏว่ามีการเพิ่มระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากพื้นที่ต้นน้ำ ในเขต อ.เขาคิชฌกูฎ และ อ.มะขาม มีปริมาณมากขึ้นจากฝนตกทุกวัน และสะสมเพิ่มขึ้น น้ำจากทั้ง 2 อำเภอ จะไหลลงสู่แม่น้ำจันทบุรี ซึ่งอาจจะส่งต่อพื้นที่เศรษฐกิจในเขตตัวเมือง 

            เบื้องต้น ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้นำธงสัญลักษณ์สีเหลืองมาติดเตือนกลางสะพานวัดจันทนาราม และสะพานตรีรัตน์ ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำจันทบุรีทั้ง 2 ฝั่ง ได้ระวังกับสถานการณ์น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น