
หมอพรทิพย์เผย169ศพชี้ชัดนปช.ไม่ได้
"หมอพรทิพย์"เผยผลดีเอ็นเอจากกระดูกศพนิรนามไม่สามารถชี้ชัดเป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุชุมนุม 53 ได้ ชี้หากเป็นแรงงานต่างด้าวจะเป็นการขว้างงูไม่พ้นคอ 'ชัจจ์ กุลดิลก'ดูสภาพป่าสวนยางที่ฝังศพ
19 ส.ค.54 พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการสำนักกฎหมายและคดี ลงพื้นที่ตรวจสอบศพไร้ญาติจำนวน 169 ศพ ในป่าช้าวัดคลองตากวา วัดสมอโพรง และวัดห้วยยาง ในเขตอ.แกลง จ.ระยอง ว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังไม่ได้มอบหมายให้สถาบันนิติฯเข้าไปร่วมตรวจสอบ จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจ
ทั้งนี้ การตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ว่าศพดังกล่าวเป็นศพที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ใด ในเชิงวิชาการการพิสูจน์ดีเอ็นเอซึ่งเป็นสัญลักษณ์บุคคล ไม่สามารถตอบได้ว่าศพนั้นๆเสียชีวิตตั้งแต่เมื่อใด หรือเสียชีวิตจากที่ไหน รวมทั้งเสียชีวิตมาเป็นเวลานานเท่าใด
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวต่อว่า การพิสูจน์ดีเอ็นเอขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของศพ การจะชี้ว่าศพที่พบนั้นเป็นศพที่เกิดจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 คงตอบชัดเจนไม่ได้ เพราะการตรวจสอบสภาพแวดล้อมจะต้องดูบริเวณที่ฝังศพทั้งผิวดินและรากไม้ ว่าไปรบกวนสภาพศพหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุให้ละเอียด แต่ในกรณีนี้ทราบจากข่าวว่ามีผู้นำศพมาฝากฝังไว้บนเนื้อที่ของวัด และแจ้งว่าเป็นศพไร้ญาติและพ้นคดีทางกฎหมายแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ยากในการตรวจสอบพอสมควร
“ตามหลักการพิสูจน์เอกลักษณ์ของบุคคล จะสามารถตรวจสอบ 3 ประเด็น คือ ศพของคนตายอาจจะมีชื่อหรือไม่มีชื่อติดไว้กับศพ เพราะวัดจะเก็บข้อมูลไว้ ดังนั้นจะต้องตรวจสอบข้อมูลจากวัด ในกรณีที่ศพถูกเคลื่อนย้าย จะต้องมีการตรวจสอบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร หากเป็นศพที่เกิดจากการฆาตกรรมอำพราง ผู้พิสูจน์จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยว่าศพดังกล่าวอาจเป็นศพของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีผู้อ้างว่าหายไป อาจไม่สามารถตรวจสอบได้เลย เพราะกระดูกไม่สามารถบอกได้ว่าศพนั้นๆตายที่ไหน เมื่อไร ตายอย่างไร”พญ.คุณหญิงพรทิพย์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคนเสื้อแดงเรียกร้องเงินชดเชยให้ผู้เสียชีวิตรายละ 10 ล้านบาท จะเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบศพนิรนามครั้งนี้หรือไม่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องต้องคิด หากผู้เสียชีวิตไม่ใช่คนเสื้อแดงแต่เป็นแรงงานต่างด้าว จะยิ่งกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ และอาจจะเป็นการขว้างงูไม่พ้นคอ หมอไม่อยากให้นำเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองมาส่งผลกระทบต่อระบบราชการ
'ชัจจ์ กุลดิลก'ดูสภาพป่าสวนยางที่ฝังศพ
เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการสำนักกฎหมายและคดี ได้เดินทางมาตรวจบริเวณที่ฝังศพ ซึ่งเป็นป่าสวนยางวัดคลองตากวา หมู่ 1 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง ท่ามกลางกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนหลายคน รวมทั้งชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาดูจำนวนมาก
นางรำพึง เฉิดฉันท์ อายุ 58 ปีเลขที่ 59/43 หมู่ 1 ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี และนางนิสารัตน์ มะลิลา อายุ 47 ปีเลขที่ 84/4 หมู่ 1 ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง กลุ่มเสื้อแดงได้ยกมือไหว้หลุมฝังศพอธิษฐานถ้าเป็นศพคนเสื้อแดงที่ถูกสลายการชุมนุมให้แสดงอภินิหารเพื่อให้คนเสื้อแดงได้รู้ว่าเป็นศพคนเสื้อแดง ญาติพี่น้องจะได้ดีใจ
นาย ช.ราชสาส์น ชมรมรักประชาธิปไตยแหลมฉบัง จ.ชลบุรี กล่าวว่า คนเสื้อแดงที่ร่วมการชุมนุมตั้งแต่ปี 2552 มีพระภิกษุและประชาชนถูกยิงบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง กรุงเทพฯ และถูกทหารนำขึ้นรถไปแล้วใช้น้ำฉีดล้างเลือดพื้นที่สลายการชุมนุม ต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 มีคนเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บ จากการถูกสลายการชุมนุมตั้งสวนลุมพินี ไปจนถึงสี่แยกราชประสงค์ เห็นรถอาสาสมัครวิ่งรับคนเจ็บที่ถูกยิงไปส่งรพ.ตำรวจจำนวนมาก ส่วนที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่เอาผู้ถูกยิงไปจำนวนเท่าไหร่ไม่ชัดเจนว่านำผู้ตายไปไหน
นาย ช.ราชสาส์น กล่าวว่าอยากจะมาดูศพที่นำมาฝังต้องมีที่มาที่ไป คนตายต้องมีใบมรณะบัตรออกให้หากมีหลักฐานก็ไม่ติดใจ แต่ถ้าตายไม่มีหลักฐานถือว่าร่วมกันกระทำความผิดครั้งใหญ่ คนตายจำนวนมากขนาดนี้เรียกว่าตายหมู่ ถ้าไม่มีหลักฐานถือว่าเจ้าหน้าที่ร่วมกับทางวัดช่วยกันปกปิดซ่อนเร้น ต้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการ เราถือว่าจะเป็นคนไทยจะตายอย่างไรจะเป็นลูกคนดีมีจน ต้องมีศักดิ์ศรีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องรับรู้ ต้องมีการพิสูจน์ให้แน่ชัด
พล.ต.ท.ชัจจ์พร้อมด้วย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ และคณะ หลังเดินตรวจสภาพที่ฝังศพจำนวน 72 ศพ จากนั้นได้เข้าพบพระอธิการวิรัตน์ อติวีโร เจ้าอาวาสสอบถามข้อเท็จจริง พระอธิการวิรัตน์ กล่าวว่าหลักฐานการตาย และหลักฐานการเคลื่อนย้ายศพอยู่ที่สมาคมฯ ส่วนกรณีศพได้ใส่โลงใหม่มาทั้งหมด สังเกตดูจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่หามศพไปฝัง หามกันเพียง 2 คนหัวท้าย ถ้าเป็นศพคนตายภายใน 5 - 10 ปี จะมีน้ำหนัก 2 คนหามไม่ไหวและมีกลิ่นแต่นี่ไม่มีกลิ่น โดยมีเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิฯ ชาวบ้านจำนวนมากช่วยกันหามศพไปฝัง ส่วนการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขุดศพเพื่อตรวจพิสูจน์เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการไป ทางวัดไม่มีปัญหาเพียงแต่เป็นผู้ให้สถานที่
นายสุชาติ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ชาวบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า ไม่มีความสบายใจกับข่าวที่เสนอมา ที่จริงวัดกับชาวบ้านอยู่กันตามวิถีชาวบ้าน แต่ที่มีข่าวว่าจะมาติดตามศพกลุ่มคนเสื้อแดง หรือเสื้อเหลือง มันเป็นเรื่องของคนที่เกี่ยวข้อง อย่าเอาวัดกับชาวบ้านไปโยงกับการเมืองการขัดแย้งเรื่องสี เพราะวัดกับชาวบ้านที่นี่ไม่มีสีไม่มีการเมือง มีอาชีพตัดยาง การที่ข่าวมีการเสนอประเด็นเป็นเรื่องของกลุ่มคนเสื้อแดงโดยวัดให้สถานที่ ทำให้ชาวบ้านที่นี่มีความรู้สึกแย่มาก จะขุดหรือจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำอะไรขอให้อยู่ในขอบเขตความถูกต้องอย่าดึงเรื่องสีหรือเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับชาวบ้านและวัด ก่อนที่จะมีการนำศพไร้ญาติมาฝังได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าเป็นปีก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สลายม็อบ
พล.ต.ท.ชัจจ์กล่าวว่า เกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์ศพที่นำมาฝังไว้ จะให้ พล.ต.ท.สัณฐานเป็นหัวหน้าคณะทำงานการตรวจพิสูจน์ครั้งนี้โดยมีตำรวจท้องที่ร่วมตรวจสอบ เรื่องการสืบสวนสอบสวนพร้อมด้วยสถาบันนิติเวชต้องเข้ามาร่วม เนื่องจากจำนวนศพมีมากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากส่วนกลางมาร่วมจะได้เกิดความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือ วันนี้เดินทางมาดูสภาพพื้นที่ฝังศพเท่านั้น ส่วนหลักฐานได้รับหนังสือของสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์จากการขอความอนุเคราะห์ใช้สถานที่ฝังศพ แต่ข้องใจว่าทำไมต้องนำศพไร้ญาติจาก จ.ชุมพรมาฝังที่นี่ สอบถามเจ้าอาวาสตอบว่าโลงที่ใส่ศพมาเบาๆแต่ที่ชาวบ้านแจ้งมาว่าต้องใช้คนถึง 4 คนหามศพก็มี เรื่องนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีศพที่ตายผิดตามธรรมชาติหรือไม่ แต่จำนวนศพที่นำมาฝังจำนวนกี่รายต้องตรงตามจำนวนที่ส่งมา เท่าที่ทราบจำนวนศพไม่ตรงกัน จะมีศพอื่นมาแทรกแซงด้วยหรือไม่ ส่วนกรณีการขุดศพตรวจพิสูจน์เป็นหน้าที่ของตำรวจยังบอกไม่ได้ว่าจะขุดกันเมื่อไหร่แต่ก็อยากให้เสร็จเร็วๆ
พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวว่าเท่าที่ทราบว่าขณะนี้มีผู้แจ้งเบาะแสว่ามีการนำศพไปฝังที่วัดห้วงหิน ต.บ้านนา อ.แกลง อีกกว่า 30 ศพ เพิ่มเข้ามาอีก 1 วัด ทำให้จำนวนศพที่นำมาฝังไว้ขณะนี้มีจำนวน 200 ศพกว่า การจะตรวจละเอียดต้องใช้เวลา ต้องตรวจสอบอีกว่าศพที่เพิ่มเข้ามาอีกเป็นศพที่น่าสงสัยการตายที่อาจเกิดจากคดีอาชญากรรมหรือไม่เรื่องนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ เป็นผู้ควบคุมการตรวจสอบศพครั้งนี้ จากนั้นจะเดินทางต่อไปดูฝังศพที่วัดสมอโพรงและวัดห้วยยางต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมเดช เซียวสกุล กรรมการสมาคมพุทธศาตร์สงเคราะห์ อ.แกลง จ.ระยอง เปิดเผยผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมาว่า ศพทั้งหมดไม่ใช่ศพที่เกิดจากเหตุการณ์สึนามิแต่อย่างใด เป็นศพไร้ญาติเนื่องจากสภาพพื้นที่สุสานฝังศพไร้ญาติของสมาคมพุทธประทีป อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีพื้นที่น้อย และเห็นว่าสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์มีความพร้อม จึงขอความอนุเคราะห์ให้เรานำรถตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 2 ตู้ พร้อมโลงศพจำนวน 165 โลง เดินทางขึ้นไปรับศพตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2553 หลังเดินทางมาสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ในวันที่ 15 สิงหาคม และได้ทำพิธีทางศาสนาที่สมาคมฯก่อนที่จะนำไปฝังที่วัดคลองตากวาในวันที่ 17 สิงหาคม2553 จำนวน 72 ศพ วัดสมอโพรงจำนวน 32 ศพ และที่วัดห้วยยางจำนวน 61 ศพ รวมทั้งสิ้น 165 ศพ เป็นชาย 158 ศพ หญิง 7 ศพ สภาพศพแห้งหมดแล้ว บางศพเหลือแต่โครงกระดูก
นายสมเดช กล่าวว่า การเคลื่อนย้ายศพจาก อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้ทำหนังสือและใบอนุญาตเคลื่อนย้ายศพจาก พ.ต.อ.สุพจน์ บุญชูดวง ผกก.สภ.หลังสวน เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
'สุเทพ'ยัน169ศพระยองไม่เอี่ยวรบ.
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณีที่มีการพบศพบุคคลนิรนามจำนวน169ศพ ที่จ.ระยอง ซึ่งมีการเชื่อมโยงว่าอาจจะเป็นศพของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สูญหายระหว่างการชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 52-53 ว่า เพิ่งทราบข่าวผ่านสื่อมวลชน ทั้งนี้ในช่วงระยะเวลาที่ดูแลรับผิดชอบความมั่นคงอยู่และร่วมแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย ก่อจราจลนั้น ตนไม่ทราบมาก่อนว่า มีนปช.หายไป 50-60คน อย่างที่ออกมาเป็นข่าว และไม่เคยมีใครรายงานให้ทราบไม่ว่าจะจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายข่าว
"เมื่อเขาพูดอย่างนี้ ตนกังวลใจเหมือนกันว่าจะมีการพยายามหาเรื่องตนหรือไม่ ก็ได้ติดตามว่าศพมาจากไหน อย่างไร ซึ่งได้ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่าเป็นเรื่องของมูลนิธิที่จ.ชุมพร ซึ่งมีศพที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ญาติอยู่ที่ไหน ที่เสียชีวิตตอนพายุเกย์ และมีการเก็บศพไว้นานแล้ว เขาจึงประสานกับมูลนิธิที่จ.ระยอง ซึ่งจะมีการทำพิธีทำบุญล้างป่าช้าให้กับศพไม่มีญาติที่นั่น เขาจึงเอาศพไปสมทบด้วย นี่คือข้อมูลเบื้องต้นที่ทราบ และตนเห็นว่าหากเจ้าหน้าที่จะไปตรวจสอบก็สมควรที่จะทำและแถลงให้ประชาชนทราบให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีข้อสงสัย แล้วไปกล่าวหากันสะเปะสะปะ" นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มีการระบุว่าคิดว่าอาจจะมีการนำเอาเรื่องดังกล่าวใช้หาเรื่องนั้น แสดงว่าเกรงว่าจะมีการสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อปิดบังข้อเท็จจริงหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า “ท่านทั้งหลายดูข่าว มันก็ทะแม่ง ทะแม่งนะ ผมก็พยายามติดตามดูข้อเท็จจริง แต่ยังตอบไม่ได้ว่า เหตุใดเขาถึงให้ข่าวเช่นนั้นแต่ก็ต้องติดตามข่าวก่อน “
ต่อข้อถามว่า การตรวจสอบที่เกิดขึ้นในวันนี้สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.ที่ระบุมาตลอดว่าอยากให้ไปตรวจสอบวัดที่จ.ระยอง เพราะอาจจะมีการฝังศพกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่ทราบจริง ๆ ว่าทำไมเขาถึงพูดคล้องจองกันอย่างนั้น เพราะตนเพิ่งทราบจากข่าวสื่อมวลชนเมื่อเช้านี้เอง ดังนั้นคงต้องติดตามต่อไป คงยังไม่มีความเห็นว่าเหตุใด นายจตุพร หรือพล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม พูดอย่างนั้น
เมื่อถามว่า ผิดสังเกตหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นคำสั่งของพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดอะไรที่ไม่ชัดเจน แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของตน ไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องของการนำศพไปฝังไว้ที่ไหนแต่ประการใดทั้งสิ้น ตลอดช่วงระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองตั้งแต่ปี 52-53
ต่อข้อถามว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นความยุ่งยากให้กับนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่ค่อยกังวลใจ เพราะเชื่อในความบริสุทธิ์ของเจ้าหน้าที่ และตัวเอง รวมถึงนายอภิสิทธิ์ด้วย
“เราไม่มีเจตนาร้ายต่อใครทั้งสิ้น เราทำหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยให้แก่บ้านเมือง และทำหน้าที่รักษากฎหมาย ก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ผมทำได้แต่ทบทวนให้ประชาชนได้เข้าใจ ทุกคนยังจำภาพเหตุการณ์ที่ปรากฎในโทรทัศน์ในกรณีที่มีการบาดเจ็บเสียชีวิต ซึ่งเกิดจากการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายคนที่ถืออาวุธแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมได้ดี จะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่เคยเข้าไปถึงศพผู้เสียชีวิต หรือแม้แต่ตัวผู้บาดเจ็บเพราะคนที่เข้าไปถึงตัวศพและผู้บาดเจ็บได้จะเป็นมูลนิธิ หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล พาไปส่งโรงพยาบาลต่าง ๆ เพราะว่าผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตจะปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ถึง ฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าไม่มีเหตุที่จะต้องชวนสงสัยได้ว่าเป็นเรื่องการกระทำของเจ้าหน้าที่” ”นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ไม่ดี ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เพราะมีส่วนทำให้ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่น เสียชีวิตที่ประเทศไทยและรัฐบาลไทยไม่สามารถให้ความกระจ่างได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมพูดอะไร มันไม่มีน้ำหนักสำหรับตนอยู่แล้ว ตนไม่อยากตอแยอะไรมาก ร.ต.อ.เฉลิม พูดอะไรไม่จริงไว้เยอแยะ เพราะฉะนั้นก็อย่าไปให้น้ำหนักมาก ตอนนี้ร.ต.อ.เฉลิม เป็นรัฐบาลแล้ว ก็ลองตอบญี่ปุ่นดูแล้วกันว่าใครทำ
นายสุเทพ ยังกล่าวถึงการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ต่อรัฐสภาในวันที่ 23-24 ส.ค.นี้ว่า ตนยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย ตนดูเพียงผ่าน ๆ ยังไม่ได้ดูรายละเอียด พอดีมีเรื่องอื่นที่ทำอยู่เลยไม่ได้ดูเรื่องนี้เป็นพิเศษแต่คิดว่าสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์คงใจจดใจจ่อกับเรื่องนี้อยู่แล้ว
ส.ส.ชุมพรยันย้าย169ศพไร้ญาติเก็บระยอง
นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเอกสารของสมาคมพุทธประทีปหลังสวน เลขที่ พปลส.012/2553 ซึ่งทำเรื่องถึงผู้กำกับ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร เพื่อขอดำเนินการเคลื่อนย้ายศพไร้ญาติจาก จ.ชุมพร ไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.ระยอง รวมถึงหนังสือบันทึกข้อตกลงระหว่างสมาคมพุทธประทีบหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร กับสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ ที่จัดทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. 53 เรื่องการรับมอบศพไร้ญาติ มาแจกจ่ายต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการพบศพ 169 ศพที่เคลื่อนย้ายจาก จ.ชุมพร ไปที่ จ.ระยอง ทั้งนี้ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการสูญหายของคนเสื้อแดงแต่อย่างใด
นายชุมพล กล่าวว่า ตนในฐานะ ส.ส.เจ้าของพื้นที่ ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวไปยังสมาคมพุทธประทีปหลังสวน จ.ชุมพร ซึ่ง นายสงวน นิลรัตโนทัย นายกสมาคมพุทธประทีปหลังสวน ได้ยืนยันว่าทางสมาคมฯมีความจำเป็นต้องใช้สถานที่สุสาน ที่ใช้เก็บศพไร้ญาติ จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายศพไร้ญาติจำนวนหนึ่งออกจากสมาคมฯ โดยได้ประสานกับสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ อ.แกลง จ.ระยอง ที่เป็นองค์กรการกุศล และมีหน่วยกู้ภัย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเช่นเดียวกัน จึงได้ทำการขนเคลื่อนย้ายศพไร้ญาติเพื่อไปบำเพ็ญกุศล ณ สุสานเขาดินของสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง รวมทั้งสิ้น 165 ศพ แยกเป็นเพศชาย 158 ศพ เพศหญิง 7 ศพ โดยได้เคลื่อนย้ายตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. 2553 และได้ทำบันทึกข้อตกลงระหว่าง 2 สมาคม เรื่องการมอบศพไร้ญาติ โดยตัวแทน 2 สมาคมและมีพยานบุคคลรับทราบถูกต้องตามกฎระเบียบ รวมถึงได้ทำหนังสือแจ้งต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอาทิ ผกก.สภ.หลังสวน และทางจังหวัด
นายชุมพล กล่าวต่อว่า ศพดังกล่าวเป็นโครงกระดูก ไม่ใช่ศพที่เพิ่งเสียชีวิต โดยศพส่วนใหญ่เสียชีวิตจากพายุเกย์ เมื่อปี 2532 ตนจึงไม่เข้าใจว่า การที่มีการหยิบเรื่องดังกล่าวขึ้นมาเป็นข่าวเพื่อต้องการสร้างกระแสกลบข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจากกรณีขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นหรือไม่อย่างไร และเชื่อด้วยว่าเป็นประเด็นทางการเมือง
อย่างไรก็ตามทางสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ ได้รับรองในเอกสารการรับมอบศพไร้ญาติ ว่าจะนำศพทั้งหมดไปประกอบพิธีทางศาสนาด้วยการทำบุญตามประเพณีต่อไป จึงขอให้สื่อเผยแพร่ข่าวดังกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่าเป็นเรื่องปกติของการทำบุญล้างป่าช้า
ส.พุทธประทีปชุมพรยันเป็นศพเก่าไร้ญาติ 10 ปีที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สุสานสมาคมพุทธประทีปหลังสวน ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ในเนื้อที่ 15 ไร่ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นสุสานที่ใช้สำหรับการฝังศพคนไทยเชื้อสายจีน ที่เก็บศพบรรพบุรุษไว้ในฮวงจุ้ย และกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ เก็บศพไร้ญาติ ที่มาจากพื้นที่ต่างๆ ใน จ.ชุมพร โซนใต้ คือตั้งแต่ อ.ทุ่งตะโก อ.หลังสวน อ.พะโต๊ะ อ.ละแม จ.ชุมพร โดยมีอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน หรือเรียกว่า หน่วยกู้ภัยหลังสวน ที่ก่อตั้งขึ้นประมาณ ปี พศ.2533 และ พัฒนาเรื่อยมา จากการนำศพฝังในดิน มาเป็นการเก็บในคอนโดมิเนียม(สร้างจากอิฐบล็อคและโบกปูนทับ) แบ่งเป็นช่องเก็บศพ และ นำศพห่อผ้าขาว ใส่โลง แล้วนำใส่ช่องโบกปูนทับ
นายชูเกียรติ จันทร์บำรุง อายุ 28 ปี สมาชิกหน่วยกู้ภัยหลังสวน สมาคมพุทธประทีปหลังสวน เปิดเผยว่าศพจำนวน 165 ศพ ที่เคลื่อนย้ายไป จ.ระยอง ทั้งหมดเป็นศพไร้ญาติ ที่เก็บมานานร่วม 10 ปี เป็นศพไร้ญาติหลังจาก ปี 2544 ที่มักจะประสบเหตุทั้งฆาตรกรรม อุบัติเหตุ ทางทะเล และ ส่วนใหญมักจะเป็น ชาวต่างชาติ คือ แรงงานต่างด้าวที่มาขายแรงงานในภาคการประมง ในทะเล แล้ว เมื่อมีเหตุตายในท้อวทะเล ศพก็ จะเกยชายหาดในเขต จ.ชุมพร ก็จะออกไปเก็บ เฉลี่ย แล้ว อาทิตย์ ละ 2-3 ศพ รวมแล้วในเวลานี้ยังมีศพไร้ญาติ ที่ยังอยู่ สุสานอีกนับ100ศพ
"วันที่เคลื่อนย้ายไป จ.ระยอง ได้มีเอกสารจาก ตำรวจ อนุญาติเรียบร้อย โดย พ.ต.อ.สุพจน์ บุญชูดวง ผกก.สภ.หลังสวน ในสมัยนั้น และ ทาง จ.ระยอง ส่งรถเทลเลอร์มาบรรทุก โดยห่อผ้าขาว ใส่ในโลงทุกศพบรรจุอย่างเรียบร้อยเพื่อป้องความอุจาด และ เชื้อโรค” นายชูเกียรติ กล่าว
นายสงวน นิลรัตโนทัย นายกสมาคมพุทธประทีปหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร กล่าวว่า เป็นศพที่เคยตกเป็นข่าว เป็นศพที่นำไปเพื่อร่วมพิธีล้างป่าช้า ซึ่งจะจัดขึ้นใน ปี พศ.2555 ของสมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ ใน จ.ระยอง ซึ่งเป็นสมาคมพี่ สมาคมน้อง กับสมาคมพุทธประทีปหลังสวน ที่มีประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมาว่า ถ้าจะจัดการล้างป่าช้าเกิด กรณีจำนวนศพที่จะล้างในช่วงปีนั้นมีน้อยก็จะนำศพไร้ญาติจากสมาคมในเครือไปร่วมพิธี เพื่อเป็นการสร้างบุญกุศล
ทั้งนี้ เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา สมาคมพุทธฯใน จ.ระยองได้ติดต่อมายังสมาคมพุทธประทีปหลังสวน ที่มีการจัดตั้งหน่วยกู้ภัยเก็บศพที่เกิดจากกรณีต่างๆ อาทิ อุบัติเหตุต่างๆ มีทั้งศพคนต่างด้าว และ บุคคลไม่ทราบชื่อ กลายเป็นศพไร้ญาติ ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ หลายอำเภอของจังหวัดชุมพร มีจำนวนมาก หลาย100 ศพ ที่เก็บไว้ภายในสุสานของสมาคมฯเพื่อรอญาติ หรือรอการดำเนินคดี กรณีที่มีญาติมาขอตรวจสอบ แต่เมื่อคดีหมดอายุความและ ถึงรอบปีที่ต้องทำการล้างป่าช้าก็ จะแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ทางราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการนำมาเผาศพ ตามพิธีทางศาสนา แต่จะเก็บเถ้ากระดูกไว้ รวม ถึงบันทึกภาพถ่ายรายละเอียดศพไว้ครบถ้วน อีกทั้งในขณะนี้สถานที่เก็บศพของสมาคมพุทธประทีปหลังสวน ก็เริ่มเต็ม จึงนำศพส่วนหนึ่งไปร่วมกับสมาคมพุทธฯซึ่งได้ขนย้ายอย่างถูกต้องไปเมื่อหลายเดือนที่แล้ว จนตกเป็นข่าว และชี้แจงในสื่อต่างๆไปครั้งหนึ่งแล้ว
กรณีที่มีการนำศพไปร่วม ในพิธีล้างป่าช้า ใน จ.ระยองตามคำขอของสมาคมฯจาก จ.ระยอง ในช่วงที่ผ่านมา สมาคมพุทธประทีปหลังสวนได้ขออนุญาตจากทางราชการ บันทึกภาพถ่ายของศพไร้ญาติเหล่านั้นไว้ทุกศพ และ เป็นศพที่มีอายุการเก็บยาวนานมากบางศพเกือบ10 ปี เรียกได้ว่าแทบจะเหลือแต่โครงกระดูกแล้ว เป็นศพที่เก็บได้จากหลายสถานที่ อาทิ ในทะเล ในกรณีเกิดภัยธรรมชาติ แต่ไม่ใช่พายุเกย์ เนื่องจาก ศพ จากพายุเกย์ ได้ผ่านการล้างป่าช้าไปหลายปี แล้ว ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่ศพที่เพิ่งตายในช่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น ส่วนที่สมาคมพุทธฯ ในระยองนำไปฝังไว้ก็เพื่อรอการล้างป่าช้า ใน ปี 2555 เท่านั้น ทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง ที่มีเอกสารยืนยันได้
ด้านพ.ต.อ.สุพจน์ บุญชูดวง ผกก.สภ.สวี อ.สวี จ.ชุมพร อดีต ผกก.สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ในช่วงเดือนสิงหาคม 2553 ที่อยู่ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ภ.8) จ.สุราษฎร์ธานี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า จำได้ในวันช่วงนั้นทางสมาคมพุทธประทีปหลังสวน ได้มีหนังสือขออนุญาตนำโครงกระดูกของศพไม่มีญาติจากการล้างป่าช้าที่วัดประสาทนิกร ไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดทางภาคตะวันออก แต่จำไม่ได้ว่ามีจำนวนทั้งหมดกี่ศพ เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นโครงกระดูกจริง และหนังสือขออนุญาตก็ถูกต้องตามระเบียบจึงลงนามในหนังสืออนุญาตให้ไป
“ทราบจากสมาคมพุทธประทีปฯว่า โครงกระดูกทั้งหมดเป็นศพไม่มีญาติที่ถูกฝังไว้ในป่าช้าของวัดประสาทนิกร หลายศพเป็นผู้เสียชีวิตที่ลอยน้ำมาแต่ตามหาญาติไม่พบจนคดีสิ้นสุดอายุความแล้วบ้าง เป็นศพของแรงงานต่างด้าวบ้าง แต่รายละเอียดคิดว่าคงต้องสอบถามที่สมาคมพุทธประทีปหลังสวน เพราะตอนนี้ผมย้ายมาเป็น ผกก.สวีแล้ว จึงไม่มีรายละเอียดอยู่ในมือ” พ.ต.อ.สุพจน์ กล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวนอกเชื่อว่า ข่าวดังกล่าว มาจาก กลุ่มผลประโยชน์ ที่หาผลประโยชน์จากการเก็บศพไร้ญาติ ใน จ.ระยองและมีข้อขัดแย้งกับสมาคมพุทธฯใน ระยอง โดยมีสื่อมวลชนบางคนร่วมกันเสนอข่าวโดย มักจะอาศัยเหตุการณ์ ต่างๆ สร้างข่าว อยู่เสมอ
รมช.คมนาคมรับศพระยองนำมาจากชุมพร
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในการตรวจพิสูจน์ศพที่ถูกนำมาฝังในจ.ระยอง มอบหมายให้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการ สำนักกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยใช้ตำรวจภูธร ร่วมกับทางนิติเวชเข้ามาช่วยดู เนื่องจากศพเยอะจำนวนมากจึงเห็นควร ให้ตำรวจส่วนกลางเข้ามาดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือ
"วันนี้มาเราตรวจดูเบื้องต้นทราบว่า เป็นศพ ไร้ญาติมาจาก จ.ชุมพร มีทั้งศพแห้งที่ เหลีอแต่กระดูก ซึ่ง ตำรวจคงต้องสอบสวนต่อไปว่า จะมีศพที่ตายผิดธรรมชาติหรือไม่ ส่วนจะเป็นศพของคนเสื้อแดง หรือไม่ ยังไม่เป็นที่แน่นอน คงต้องมีการตรวจลึก ทั้ง ดีเอ็นเอ ของศพ และพ่อแม่และอื่นๆมาเปรียบเทียบ ส่วนการขุดศพ ยังบอกไม่ได้ว่าจะทำเมื่อไหร่ เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็อยากให้ทำโดยเร็วเพื่อจะได้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ต่อไป" พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าว



