คุมเข้มหมวดปืนโหดหลังผูกคอในห้องขัง
ผกก.สน.ดุสิต เรียกชุดสืบสวนถกคลี่ปมคดีหมวดปืนโหดยิงลูกน้องดับ ตั้งปม"เครียดงาน-ปัญหาสุขภาพ"ด้าน พฐ.ตรวจไม่พบสารเสพติด เผยหมวดปืนโหดเครียด ถอดเสื้อผูกคอตาย โชคดีตำรวจเห็นช่วยไว้ได้ทัน ด้านแม่เผยลูกชายเล่าให้ฟังเครียดเรื่อง ถูกลูกน้องกลั่นแกล้ง
19 ส.ค.54 ที่ห้องประชุม สน.ดุสิต พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.ดุสิต พร้อมด้วยพ.ต.ท.พิตตินันท์ อุทรสิงห์ รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน สน.ดุสิตเพื่อติดตามความคืบหน้าคดี ร.ต.ท.พิจารณา คงอินทร์ รอง สว.กก.6 งาน 5 บก.ส.1 ใช้อาวุธปืนยิง ด.ต.วิรัช ชัยรัตน์ และส.ต.ท.พรเทพ ดำนิล ผบ.หมู่กก.6 บก.ส.1 เพื่อร่วมงานเสียชีวิต
เหตุเกิดบริเวณด้านหลังสถานีดับเพลิงดุสิต ตรงข้ามกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ถ.เศรษฐศิริ แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กทม.ช่วงเย็นวานนี้ โดยใช้เวลาในการประชุมนานประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากที่กองพิสูจน์หลักฐานได้มาตรวจหาสารเสพติดร.ต.ท.พิจารณา แต่ไม่พบสารเสพติด รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องพักของร.ต.ท.พิจารณา ที่แฟลตตำรวจย่านเกียกกายตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
ภายหลังการประชุม พ.ต.อ.ชัยรพ กล่าวว่า ตอนนี้ ร.ต.ท.พิจารณาถูกกควบคุมตัวอยู่ที่ห้องขัง สน.ดุสิตยังมีอาการเครียด จึงยังไม่ได้นำตัวออกมาสอบปากคำเพิ่มเติม และต้องรอทนายผู้เสียหายมาร่วมในการสอบปากคำ ส่วนปมการสังหารเพื่อร่วมงานครั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องความเครียดในเรื่องงาน และปัญหาสุขภาพจิตของ ร.ต.ท.พิจารณา แต่ทางตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นอื่นทิ้ง ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นต้องรอความยินยอมจากผู้ต้องหาด้วย โดยจะนำส่งฝากขังยังศาลอาญารัชดา ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงาน ช่วงเช้าที่ผ่านมีเพื่อนทั้งใน และนอกราชการหลายคนเดินทางมาเยี่ยม ร.ต.ท.พิจารณา ที่ยังอยู่ในห้องขังและพยายามชวนพูดคุยซักถามสารทุกข์สุขดิบ แต่ ร.ต.ท.พิจารณา ที่ยังมีอาการเครียดและหวาดกลัว ก็ยังคงนั่งนิ่งเงียบไม่ค่อยพูดจากับผู้ที่มาเยี่ยม
ต่อมา เวลา 11.00 น.นางรัตนา คงอินทร์ มารดาของร.ต.ท.พิจารณาเดินทางจาก จ.ตรัง มายัง สน.ดุสิต เพื่อขอเข้าเยี่ยมลูกชาย โดยได้หอบข้าว ขนม พร้อมเสื้อผ้าบางส่วน มาฝาก ร.ต.ท.พิจารณา พร้อมนำเก้าอี้มานั่งเกาะลูกกรงเพื่อพยายามคุยสอบถามความเป็นอยู่ของลูกชาย แต่ ร.ต.ท.พิจารณายังคงพูดน้อยถามคำตอบคำ จนกระทั่งพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวนางรัตนาไปสอบปากคำ
นางรัตนา กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.วานนี้ โดยมีตำรวจโทร.ไปบอก ตอนนั้นอยู่บ้านที่จ.ตรัง ตอนแรกที่ได้ยินยังไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะปกติลูกชายก็เป็นคนจิตใจดี เป็นที่รักใคร่ของญาติและเพื่อนฝูง ตั้งแต่พ่อของ ร.ต.ท.พิจารณา ซึ่งรับราชการตำรวจเสียชีวิตตั้งแต่ปี 2521
ขณะนั้น ร.ต.ท.พิจารณายังอยู่ในท้องเมื่อคลอดออกมาจึงดูแลเขาเป็นอย่างใกล้ชิด กระทั่งเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา เขาได้ใช้วุฒิปริญญาตรีและสิทธิของลูกข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต เข้ารับราชการตำรวจใน ยศ ร.ต.ต. ในสังกัด สำนักงานเลขานุการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนเมื่อ 4-5 เดือนที่ผ่านมาได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้ประจำที่สังกัด กก.6 บก.ส.1 ลูกชายไม่ได้กลับมาบ้านที่ จ.ตรังนานประมาณ 1 ปีแล้วแต่มักโทร.มาหาพูดคุยกับตนเป็นประจำทุกวัน เพื่อปรึกษาปัญหา พูดคุยออดอ้อน บางครั้งก็มีการระบายความอัดอั้นในเรื่องการทำงานในหน้าที่ตำรวจ
“เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม่ก็รู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติ เนื่องจากลูกชายโทรศัพท์มาระบายให้ฟังว่า เครียดไม่ได้นอนมา 1 สัปดาห์แล้ว เพราะนอนไม่หลับเนื่องจากถูกลูกน้องกลั่นแกล้งในเรื่องการทำงาน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร หรือถูกกลั่นแกล้งอย่างไร แม่จึงตั้งใจว่าจะขึ้นมาหาลูกที่กรุงเทพฯ แต่วันนั้นแต่รถไฟ และรถทัวร์ไม่มีแล้ว จนกระทั่งมาทราบเรื่องว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงานเสียชีวิต ตั้งแต่ทราบเรื่องก็ยังทำใจไม่ได้ ร้องให้ตลอดเวลา ยังกินอะไรไม่ลงจนถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา ตอนไปเยี่ยมลูกชายก็พยายามทำใจแข็งแต่ก็รู้สึกได้ว่าลูกชายเครียดผิดปกติ” นางรัตนากล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.ท.พิจารณา ยังคงมีอาการเครียดโดยพักผ่อนบ้างเพียงเล็กน้อย ทั้งยังพยายามใช้เสื้อผ้าที่ใส่ติดตัวผูกคอตายในห้องขังแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสังเกตเห็นก่อนจึงให้นักโทษในห้องขังคอยเฝ้าจับตาดู ป้องกันไม่ให้ ร.ต.ท.พิจารณา ทำร้ายตนเองพร้อมถอดเสื้อและกางเกงที่ ร.ต.ท.พิจารณา ใส่ติดตัวนำมาเก็บไว้ โดยให้ใส่เพียงกางเกงขาสั้นเท่านั้น
ทั้งนี้ในช่วงบ่ายวันนี้ญาติของ ด.ต.วิรัช ชัยรัตน์ ผบ.หมู่กก.6 บก.ส.1 ที่ถูกยิงเสียชีวิตจะเดินทางเข้ารับศพที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ส่วน ส.ต.ท.พรเทพ ดำนิล ผบ.หมู่กก.6 บก.ส.1 ที่ถูกยิงและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลได้ทำการผ่าชันสูตรและส่งให้ญาติบำเพ็ญกุศลในวันเดียวกันด้วย



