ข่าว

ป่าไม้จับรุกป่ากว่า200ไร่ตัดไม้หวงห้าม

ป่าไม้จับรุกป่ากว่า200ไร่ตัดไม้หวงห้าม

19 ส.ค. 2554

เจ้าหน้าที่ป่าไม้ลุยตรวจสอบที่ดิน สปก. พบมีการลักลอบตัดไม้กินเนื้อที่กว่า 200 ไร่ แผ้วถางป่าจนโล่งเตียนและพบไม้เต็งรังถูกตัดกองกับพื้นจำนวนมาก เบื้องต้นพบมีการออกเอกสารสิทธิมิชอบ มีนายทุนจากภาคใต้เป็นเจ้าของโดยไม่มีคนพื้นที่เป็นเจ้าของแม้เพียงรายเดียว

          นายพิชิต สมบัติมาก ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายอำนาจ สร้อยเกียว ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (ตาก) กรมป่าไม้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ 30 นาย เดินทางเข้าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่มอก-แม่พันรำ ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กองค่าย โครงการพระราชดำริ บ้านไทรย้อย หมู่ 10 ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังจากทางกรมป่าไม้ ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีนายทุนจากทางภาคใต้ มากว้านซื้อที่ดินในเขตปฏิรูป (สปก.) และบุกรุกผืนป่าทำการตัดไม้ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์
 
          ทั้งนี้พบว่าบริเวณป่าดังกล่าวถูกบุกรุกแผ้วถาง ต้นไม้ขนาดใหญ่ อายุกว่า 30 ปี ประเภทไม้เต็งรังและถูกตัดโค่น กระจายอยู่ทั่วบริเวณ กินเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการใช้รถไถขนาดใหญ่ดันต้นไม้ให้ล้ม แล้วดันกองรวมไว้เป็นจุดๆ อีกด้วย เบื้องต้นสามารถตรวจยึด ไม้กระยาเลยหวงห้ามหลายท่อนในพื้นที่ดังกล่าว ได้ประมาณ 1,500-2,000 ท่อน แต่ไม่พบผู้กระทำความผิด คาดว่าจะไหวตัวทัน หลบหนีไปก่อน
 
          นายอำนาจ สร้อยเกียว ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 (ตาก) กรมป่าไม้ กล่าวว่า การนำกำลังเข้าพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อเข้ามาก็พบว่ามีการกระทำความผิดตามที่มีการร้องเรียนจริง สำหรับพื้นที่ดังกล่าว ก่อนหน้านี้เคยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่มอก-แม่พันรำ มีความอุดมสมบูรณ์มาก ต้นไม้ปกคลุมหนาแน่นเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า   ตั้งข้อสังเกตุว่าทำไมสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.สุโขทัย เข้ามาดำเนินการฝังหลักเขต เป็นพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และนำไปออกเอกสารสิทธิ์    เพราะตามระเบียบของทางราชการแล้ว พื้นที่ๆจะออกเอกสารสิทธิ์ได้ ต้องเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมแล้วเท่านั้น
 
          จากการตรวจสอบเบื้องต้น ยังพบว่าผืนป่าดังกล่าว มีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ซึ่งทางสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.สุโขทัย รังวัดขึ้นรูปแปลงแล้ว จำนวน 7 แปลง และผู้ถือครองทั้งหมด ล้วนแล้วแต่เป็นคนมีภูมิลำเนา ใน จ.สุราษฏร์ธานี แทบทั้งสิ้น ไม่มีบุคคลหรือ ชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านด่านลานหอย  ถือครองที่ดินในบริเวณดังกล่าวเลย ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าผิดปกติ สำหรับผู้มีรายชื่อ ถือครองที่ดินจำนวน 7 แปลงนี้ ทางกรมป่าไม้จะได้ประสานกับ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.สุโขทัย ติดตามตัวมา เพื่อขอตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในการถือครองที่ดินต่อไป
 
          สำหรับไม้ของกลางทั้งหมดที่มีการตรวจยึดได้ ทางกรมป่าไม้จะนำไปเก็บรักษาไว้ที่ หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่สท.5(วังลึก) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 กรมป่าไม้ และลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.บ้านด่านลานหอย แจ้งข้อกล่าวหา ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน มีความผิดตาม มาตรา 11 พรบ.ป่าไม้ พศ.2484 เพื่อสอบสวนหาผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ผวจ.ระนอง จี้ป่าไม้งัด ม.25 จัดการแก๊งงาบป่า

           
          นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เปิดเผยว่าตนได้มอบนโยบายในการประชุมความมั่นคงประจำเดือนของจังหวัดระนองให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลรักษาป่าให้ใช้มาตราการทางกฏหมายขั้นเด็ดขาดแก่กลุ่มบุกรุกป่า  โดยเฉพาะการนำกฏหมายป่าไม้ มาตรา 25 มาบังคับใช้อย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะยับยั้งกลุ่มบุกรุกป่า และยึดคืนพื้นที่ป่ากลับคืนมาเป็นของรัฐ
         
          "ระนอง ในอดีตเคยถูกระบุว่าเป็นจังหวัดที่มีสภาพพื้นที่ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์จังหวัดหนึ่ง แต่ในปัจจุบันพบว่าสภาพผืนป่าของจ.ระนองหลายพื้นที่ถูกบบุกรุกแผ้วถางเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองระนอง , อ.กระบุรี  และอ.ละอุ่น อยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วง พบมีพื้นที่ถูกบุกรุกกว่า 30,000 ไร่ ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือแนวรอยต่อระหว่าง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  กับอ.ละอุ่น จ.ระนอง  สภาพการบุกรุกอยู่ในขั้นวิกฤติ ภูเขาหลายลูกถูกชาวบ้าน และนายทุนบุกรุก ตัดไม้ใหญ่ ซึ่งคาดว่าต่อไปอาจจะส่งผลต่อสภาพน้ำ เนื่องจากเขตดังกล่าวเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ และที่น่าเป็นห่วงคือแนวการบุกรุกกำลังคืบคลานเข้าสู่สภาพพื้นที่ป่าสมบูรณ์บริเวณเขาห้วยเสียด ซึ่งได้รับรายงานว่าเป็นแหล่งป่าสมบูรณ์ 100% แห่งเดียวในเขตพื้นที่จ.ระนองที่ยังมีป่าที่คงสภาพความสมบูรณ์”นายวันชาติกล่าว
 
          นายวันชาติ กล่าวต่อว่า แนวทางต่อไปหลังจากได้ทราบข้อมูลแล้วคือการหาทางหยุดยั้งไม่ให้มีการบุรุกเพิ่ม โดยตนจะนำข้อมูลทั้งหมดมาร่วมประชุมสรุปกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในจ.ระนอง ซึ่งมีอยู่มากถึง 23 หน่วยงานว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่เป้าหมายคือต้องยังยั้งการบุกรุกใหม่ให้ได้ รวมถึงการร่วมปฏิบัติการณ์ในภาคพื้นดินเพื่อทำการตรวจยึด โดยเฉพาะผู้ที่เข้าครอบครองหลังปี พ.ศ. 2541 จะต้องถูกยึดคืนและถูกดำเนินคดีทั้งหมด เนื่องจากผืนป่าส่วนใหญ่ที่มีการบุกรุกจะอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
 
          นายวันชาติยังกล่าวต่ออีกว่า ทราบว่ากลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุก แผ้วถาง หรือครอบครองส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนายทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงเหล่าบรรดานักการเมืองท้องถิ่น  ซึ่งหากมีข้อมูลที่ชัดเจนก็จะถูกดำเนินคดีโดยไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน เพราะการรักษาพื้นที่ป่าเป็นนโยบายสำคัญที่สุดที่ตนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติครั้นเมื่อมารับตำแหน่ง
 
          นายไพรัตน์ อุทัยแสง หัวหน้าสายตรวจป้องกันและปราบปรามอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวซึ่งมีหน้าที่ดูแล และพิทักษ์ผืนป่าอุทยานซึ่งมอาณาเขตครอบคลุม 2 จังหวัดคือระนองและชุมพร เป็นเนื้อที่ประมาณ 417,500 ไร่ พบว่าหลายพื้นที่มีปัญหาชาวบ้านและกลุ่มนายทุนเข้าไปบุกรุกแผ้วถางและครอบครอง ซึ่งทางอุทยานได้เข้าไปดำเนินการผลักดัน รวมถึงทำประชาคมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกแผ้วถางและถือครองเพิ่ม
 
          นายขนาย ทองหนูนุ้ย หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (เมืองระนอง) ส่วนบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนที่ 4 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า นอกจากสภาพพื้นที่ป่าไม้ในเขตพื้นที่จ.ระนองที่ถูกบุกรุกจนน่าเป็นห่วงแล้ว  ป่าชายเลนก็เป็นอีกปัญหาที่พบว่ามีกลุ่มชาวบ้าน และนายทุนบุกรุกในหลายพื้นที่ ทั้งนี้เนื่องด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของเมืองระนองที่ติดภูเขา และที่ลาดชัน  ทำให้ทิศทางการขยายของเมืองมีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางที่เป็นที่ราบซึ่งเป็นป่าชายเลน  ทำให้มีการซื้อขายที่ดินในเขตป่าชายเลน เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนและเก็งกำไร  จึงเป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้มีการบุกรุกทำลายและยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าชายเลนที่อยู่ในเขตเมืองมากขึ้น
 
          สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหากไม่รักษาป่าชายเลนในเขตเมืองเอาไว้ให้คงอยู่ โดยเฉพาะผืนป่าชายเลนบริเวณด้านทิศเหนือของคลองด่าน จดถนนระนอง-ปากน้ำ จ.ระนองจะประสบปัญหาหลายประการอาทิ ปัญหาสิ่งแวดล้อม , ขยะ , น้ำเสีย ,ปัญหาน้ำท่วม , ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากคลื่นทะเล , ลมพายุ , และการกัดเซาะชายฝั่งฯ

 

มอดไม้ซิ่งกระบะลักลอบขนไม้เถื่อน

           เวลา 08.00 น. วันที่ 19 ส.ค. 54 พ.ต.ท.มนตรี แก้วสุริยะ พนักงานสอบสวน สภ.งาว จ.ลำปาง รับแจ้งว่ามีรถพลิกคว่ำที่บนถนนสายงาว จ.ลำปาง -อ.สอง จ.แพร่ เขตบ้านร้องอ้อ ต.หลวงเหนือ อ.งาว จ.ลำปาง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ ยี่ห้อมาสด้าแค๊ป สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บธ 4949 พิษณุโลก พลิกคว่ำหงายท้องอยู่ในร่องน้ำข้างถนน สภาพพังยับเยินทั้งคัน

          เบื้องต้นไม่พบคนขับ แต่พบไม้สักแปรรูป ขนาดความยาว 80 ซม. หนา 13 ซม.กว้าง 26 ซม. นวน 1 แผ่นเหลี่ยม กระเด็นออกมาจากรถ ตกอยู่กลางถนน
 
          จากตรวจสอบภายในรถเจ้าหน้าที่ยังพบไม้ชนิดและขนาดเดียวกัน อีก 11 แผ่นเหลี่ยม และป้ายทะบียน หมายเลข บธ 9116 แพร่ ซ่อนอยู่แค๊ปหลัง เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่ ป่าไม้หน่วยลป.29 แม่แหง อ.งาว จ.ลำปาง มาตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ส่วนเจ้าของรถทางพนักงานสอบสวนจะได้ตรวจสอบหลักฐานรถว่าใครเป็นเจ้าของรถและนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
          จากการสันนิษฐานคาดว่าคนขับที่หลบหนี เป็นขบวนการมอดไม้ และลักลอบบรรทุกไม้เถื่อน เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้า ในต่างจังหวัด ระหว่างทางรถเกิดเสียหลัก พลิกคว่ำดังกล่าว แต่คนอาจจะไม่เป็นอะไรมากและหลบหนีไป