ข่าว

ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งสางวังน้ำเขียว

ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งสางวังน้ำเขียว

19 ส.ค. 2554

ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่วังน้ำเขียว รับฟังข้อมูลกรณีบุกรุกที่ป่า เตรียมหาแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ยันสามารถผ่อนปรนได้ บริจาคเสื้อเกราะให้หน.ทับลาน

           19 ส.ค.54 ศ.ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะเดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อพิพาทกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสวงนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง และเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยการลงพื้นที่ของคณะผู้ตรวจการแผ่นดินครั้งนี้ มีบรรดาเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทั้งส่วนกลางและในพื้นที่ มาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น

           ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการรีสอร์ทที่พัก และกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ได้เข้าร่วมชี้แจงถึงความเป็นมาเป็นไปและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหานี้ด้วย

           ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเท่าที่ทราบ เกิดขึ้นจากการที่ภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในการดำเนินการหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการประกาศแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ และแนวเขตอุทยานแห่งชาติ จะต้องให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มประชาชนที่เข้ามาอยู่ก่อนในพื้นที่ ซึ่งหากกลุ่มคนเหล่านี้มีหลักฐาน หรือ ข้อมูลที่สามารถยืนยันได้มากพอ และเห็นว่าเป็นเหตุเป็นผล อาจจะมีการยืดหยุ่นในแนวปฏิบัติ แต่ในส่วนของกลุ่มผู้ที่กระทำความผิดจริง ใช้อำนาจ หรือ วิธีทางต่างๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เข้ามาถือโอกาสใช้พื้นที่โดยไม่ถูกต้อง ในส่วนนี้ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย

 

ผู้ตรวจลั่นรื้อถอนรีสอร์ททับลานแน่

              ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ภายหลังจากที่ ศ.ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เข้าร่วมประชุมกับทางหน่วยงานราชการต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา และรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง และผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น กลุ่มผู้ประกอบการ และชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ที่หอประชุมที่ว่าการ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่  19 ส.ค.2554  ได้มีการพูดคุยและชี้แจงถึงข้อมูลข้อเท็จจริง และแนวคิดต่างๆ จากทั้งประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานภาครัฐ เป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง 

              ทั้งนี้ ศ.ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจหลักแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ทางนายจงกล สระเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว ได้แจ้งในที่ประชุมการรับฟังปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีพิพาทบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง และพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานขึ้น ซึ่งแนวหลักเขตดังกล่าวทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับของท้องถิ่นและจังหวัด ได้ร่วมกับทางอุทยานแห่งชาติทับลานทำการสำรวจแนวเขตใหม่ร่วมกันเมื่อปี 2543 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าถึงแม้การสำรวจจะแล้วเสร็จและมีการปักหลักแนวเขตพื้นที่ร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานกลับไม่ได้ยึดถือแนวเขตการสำรวจใหม่เมื่อปี 2543 แต่กลับไปยึดแนวเขตที่มีการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเมื่อปี 2524 และมีการบังคับให้กลุ่มผู้บุกรุกที่ได้มีการดำเนินคดีไปตั้งแต่ปี 2543 ที่ผ่านมาออกจากพื้นที่ทันที ทำให้ชาวบ้านในอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเกรงว่าจะต้องถูกทางอุทยานแห่งชาติทับลาน ยึดพื้นที่คืน โดยแนวหลักเขตดังกล่าวที่มีการสำรวจใหม่อยู่ในพื้นที่บ้านบุไทร หมู่ที่ 4 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา 

              ภายหลังจากการลงตรวจสอบพื้นที่ ศ.ศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ข้อสรุปที่ได้ในเบื้องต้นภายหลังจากได้รับฟังข้อคิดเห็นจากทั้งภาคประชาชนในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว และข้อมูลเบื้องต้นจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของทางกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมถึงด้านสำนักงานการปฏิรูปที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร ( สปก. )  ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเป็นคนกลาง

              หลังจากที่ได้รับฟังข้อมูลทั้งหมดในวันนี้ แล้วมองว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องไปศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจนมาเป็นปัญหาเช่นทุกวันนี้อีกระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในส่วนของข้อพิพาทกรณีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน

              เนื่องจากทางนายจงกล สระเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้อ้างว่ามีการปักหลักแนวเขตของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่รับผิดชอบและประชาชน ที่เคยได้สำรวจทำแนวเขตนี้ขึ้นมาเมื่อปี 2543 ซึ่งในส่วนนี้ตนเองยังไม่ทราบข้อมูลข้อเท็จจริงที่กระจ่างชัด

              ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับความชัดเจนถึงความเป็นไปเป็นมาในเรื่องนี้เสียก่อน ว่าแนวเขตแท้ที่จริงแล้วต้องยึดถือแนวเขตใด ซึ่งในส่วนนี้เท่าที่ทราบพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานนั้นมีปัญหาพิพาทเรื่องของการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่ได้ประกาศพื้นที่เมื่อปี 2524 จนกลายมาเป็นปัญหาและต้องสำรวจทำแนวเขตใหม่ในปี 2543 ดังนั้นในเรื่องนี้ผู้ที่อยู่หลังแนวเขตที่ได้มีการสำรวจร่วมกันเมื่อปี 2543 ที่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้ผ่อนปรนให้อยู่อาศัยได้มาจนถึงทุกวันนี้ ตกลงจะเอาอย่างไรต่อไป จะมีการตัดจัดสรรให้กับเกษตรกรและชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ได้เลยหรือไม่ หรือจะต้องรักษาไว้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็คงจะต้องดูว่าพื้นที่ป่าต้นน้ำที่จำเป็นและมีความสำคัญก็จะต้องรักษาเอาไว้ เพราะเป็นป่าต้นน้ำที่สร้างชีวิตให้กับทั้งชาววังน้ำเขียว ชาวโคราช และประเทศชาติ

              สำหรับส่วนนี้แน่นอนว่าจำเป็นที่จะต้องรักษาเอาไว้ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหา ซึ่งในปัญหาการรักษาป่าต้นน้ำนั้นตนเองก็จะเตรียมนำเสนอให้รัฐบาลมีการสำรวจจำกัดแนวเขตพื้นที่เพื่อรักษาพื้นที่ป่าต้นน้ำอย่างเป็นระบบและชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมอีก

              อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ตนมองว่าจะมีวิธีใดได้บ้างที่จะสามารถผ่อนปรนแบบมีเงื่อนไข ที่ชาวบ้านจะสามารถอยู่ในพื้นที่ได้ แต่งขณะเดียวกันจะต้องไม่ถึงขั้นที่ไปละเมิดกฏหมายทั้งในส่วนของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ ซึ่งในส่วนนี้จะต้องหาจุดความพอดี ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องศึกษารายละเอียดที่ชัดเจนก่อนและเชื่อว่าอย่างไรก็ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาจะยังไม่ได้รับข้อสรุปในวันนี้ เพราะจะต้องกลับไปศึกษาแผนที่ทั้งในส่วนของกรมอุทยานฯ แผนที่กรมป่าไม้ เพื่อดูว่ามีการบุกรุกพื้นที่จริงหรือไม่ และที่สำคัญตรงจุดนี้ซึ่งเป็นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานที่อ้างว่ามีการตงลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชนในพื้นที่เมื่อปี 2543 นั้น

              โดยทางกรมอุทยานจะยินยอมให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ รวมถึงพื้นที่ทีมีการทำแนวเขตใหม่เป็นพื้นที่ที่น่าจะให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้โดยไม่เป็นป่าต้นน้ำที่มีความสำคัญหรือไม่ ซึ่งหากทางกรมอุทยานฯยินยอมให้ใช้ประโยชน์ได้ และพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ป่าต้นน้ำ เรื่องนี้ก็น่าจะได้ข้อยุติให้ประชาชนได้อยู่อาศัยต่อไปได้  แต่หากมีปัญหาในเรื่องของการเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำไม่สามารถที่จะให้มีการใช้ประโยชน์พื้นที่ได้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับทางรัฐบาลแล้วว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ซึ่งตนเองต้องสำรวจและศึกษารายละเอียดนี้อย่างชัดเจนเพื่อที่จะเสนอให้ทางรัฐบาลเป็นผู้พิจารณาแนวทางแก้ไข

              สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาในชั้นต้นให้กับประชาชนในพื้นที่ที่มีความกังวลว่าจะมีการยึดที่คืนจากทั้งในส่วนของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯนั้น ศ.ศรีราชา  กล่าวว่า เบื้องต้นคิดว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะยังไม่ดำเนินการใดๆกับกลุ่มประชาชนที่อยู่อาศัยโดยสุจริต ดังนั้นอยากขอร้องให้ทุกฝ่ายอยู่นิ่งๆไปก่อน เพื่อไม่ให้ปัญหาทุกอย่างบานปลายและเลวร้ายลงไปกว่านี้  แต่อย่างไรก็ตามในส่วนกรณีที่ศาลมีคำตัดสินไปแล้วว่ามีการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ จริงและมีการบังคับคดีไปแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องบังคับคดีไป เพราะในส่วนนี้มองว่าเมื่อศาลมีความตัดสินความผิดออกมาแล้วก็ถือว่าบุคคลคนนั้นผิดจริงและจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลเป็นเรื่องที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ส่วนที่เหลือต้องดูเจตนาและพิจารณากันไปรายๆไป เพราะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกๆฝ่าย แต่ยืนยันว่าในส่วนที่มีคำตัดสินบังคับคดีไปแล้วไม่สามารถที่จะไปชะลอหรือเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ เพราะกฏหมายต้องเป็นกฏหมาย เพราะที่จริงแล้วหากมีคำตัดสินต้องเร่งดำเนินการเสียด้วยซ้ำไม่ควรปล่อยให้ยืดเยื้อมาจนถึงขณะนี้

              ส่วนการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง ต.วังน้ำเขียวนั้น เมื่อคดีนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางกฏหมาย ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการว่าจะมีการพิจารณาออกมาอย่างไร ซึ่งหากผลออกมาแล้วทุกฝ่ายก็ต้องยึดถือตามนั้น เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการทางกหมายไปแล้ว

              ศ.ศรีราชา  กล่าวต่ออีกว่า วันนี้ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนเป็นหลักก่อน และหากการตรวจสอบในครั้งนี้แล้วพบว่ามีข้อบกพร่องของการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็จะมีการนำเสนอต่อรัฐบาลเป็นผู้พิจารณา อย่างเช่นกรณีการปักแนวเขตใหม่ของกรมอุทยานแห่งชาติทับลานที่มองว่าเป็นตัวปัญหาให้ประชาชนเข้าใจผิดอยู่ในขณะนี้ ก็คิดว่ารัฐบาลควรที่จะเร่งดำเนินการบพิจารณาในเรื่องนี้โดยเร่งด่วนว่าจะเอาอย่างไร เพื่อให้มีความชัดเจนและความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน

              รายงานข่าวแจ้งว่าในส่วนของพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานนั้น ได้มีการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2524 เป็นต้นมา และในปี 2543 ได้มีการสำรวจพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานของหลายกลุ่มเพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ ทางอุทยานแห่งชาติทับลานจึงได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกใช้ประโยชน์พื้นที่ที่มีการกระทำผิดอย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนที่ใช้พื้นที่สร้างเป็นรีสอร์ตที่พักขนาดใหญ่ และกลุ่มนายทุนที่ยึดพื้นที่ทำการเกษตรจำนวนมาก รวมจำนวนทั้งสิ้น 114 ราย ซึ่งในส่วนนี้ศาลได้มีการพิพากษาตัดสินบังคับคดีเสร็จสิ้นแล้ว 20 ราย ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและยุติการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยทันทีจำนวน 20 ราย ส่วนที่เหลือยังไม่มีคำตัดสินถึงที่สุด แต่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติทับลาน พ.ศ.2504 มาตรา 25 ให้ผู้บุกรุกที่มีสิ่งปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ทั้งหมด ภายในวันที่ 30 ต.ค.2554 นี้ รวมถึงรีสอร์ตที่พักจำนวน 20 แห่งที่ศาลมีคำสั่งตัดสินถึงที่สุดแล้วเช่นเดียวกันซึ่งทั้งหมดขณะนี้สำรวจมีอยู่ทั้งสิ้น 54 แห่ง ส่วนที่เหลือก็จะรอดูว่ามีการใช้ประโยชน์พื้นที่หรือไม่ หากมีการใช้ประโยชน์ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

 

บริจาคเสื้อเกราะให้หน.ทับลาน 

                ด้าน นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า การที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นตัวกลางระหว่างชาวบ้านและภาครัฐก็ทำได้ซึ่งเป็นขั้นเป็นตอนมีทางออกอยู่แล้ว แต่ต้องดูช่วยเวลาด้วย ไม่ใช่ว่าทำได้ทันที ตนเรียนว่าอย่างไรก็ตามต้องทำไปตามกฎหมายให้เสร็จก่อนถึงจะทำอย่างอื่นได้ ก็คือต้องทำตามกฎหมายเสร็จก่อนถึงจะทำอย่างอื่นได้ การดำเนินคดีก็ต้องดำเนินคดีไปจนถึงที่สุด

               ส่วนการแก้ไขปัญหาก็ต่างหาก มันคนละเรื่องกัน ไม่ใช่ว่าจะไปหยุดอยู่ตรงนี้ไม่ใช่ เราคงไม่หยุดก็ต้องเดินหน้าต่อตามกระบวนการ เรื่องนี้ผู้ประกอบการต้องยอมรับให้ได้ว่าผิดก็ผิด ถูกก็ถูก ตามนั้น เราไม่หยุดเราทำไปตามหน้าที่เรา ส่วนแนวคิดที่เสนอให้รีสอร์ทอยู่กับป่าตนคิดว่าตรงนี้ถ้าอยู่แล้วไม่เดือดร้อน ไม่เสียหายก็อยู่ได้ แต่ปัญหาว่าไม่ใช่ทำผิดแล้วมาขออยู่  ไม่ได้ ฉะนั้นต้องขอก่อนแล้วพิจารณาก่อนเห็นควรแล้วถึงจะทำถึงจะอยู่ แต่ไม่ใช่ว่ามาทำแล้วมาขอทีหลัง ไม่สมควร กฎหมายคือกฎหมาย ส่วนรีสอร์ตอีก 17 แห่งก็ดำเนินการต่อไปไม่หยุด ซึ่งตามหน้าที่ไป เราไม่ได้ทำอะไรมากมายก็ทำความจริงให้ปรากฎ ถูกคือถูก ผิดคือผิด ไม่ได้ใส่ร้ายใคร ฉะนั้นคนที่เหลือก็ไม่เกี่ยวข้องอะไร ไม่ต้องเดือดร้อนอะไร ตรงนี้ไม่ต้องกังวลก็เดินตามหน้าที่ไป ส่วนกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนในพื้นที่ขณะนี้นั้น ตนคิดว่าอะไรหนักหนา ถ้ายิงกันทั้งหมดก็ไม่ไหวมีมากเกิน คนทำมีมากมาย คนหนึ่งตายหนึ่งก็ทำต่อ

               ส่วนเรื่องที่มีการยิงปืนไล่เจ้าหน้าที่นั้น ตนยังไม่ทราบ ก็คิดว่าก็ว่ากันไปเรื่อย ตนอยากเรียนว่าเราต้องช่วยกันดูแล ถ้าเราทำความจริงให้ปรากฎ ความถูกต้องให้กับสังคม ถ้าเราไม่รับตรงนี้ประเทศไทยอยู่ไม่ได้ เราไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีใคร ไม่ทำอะไรให้เขาเดือดร้อน เราช่วยทำให้สังคมมันดีขึ้นอีก ทำให้ดีอยู่ได้ คนไม่ดีต้องถูกกำจัดไป น่าส่งเสริม ไม่น่ามาขัดขวาง และอีกรีสอร์ตที่พักอีก 17 แห่งที่กำลังจะดำเนินการ ก็จะไม่หยุดเพียงแค่นี้และจะเดินหน้าต่อไปในที่ที่มีความผิด  ส่วนจะหนัก หนักเบาแล้วแต่ปัญหา แล้วแต่พื้นที่

               ส่วนผลสอบให้มีการรื้อถอนก็เป็นไปตามกำหนดที่ได้พูดไปแล้วเราต้องทำตามขั้นไปเรื่อย เพราะมีไม่กี่ราย ส่วนมีการเสนอให้ชะลอการบังคับใช้กฎหมายนั้น ตนคิดว่าไม่มีใครมีอำนาจขนาดนั้น แค่เสนอเฉยๆ เราต้องทำตามหน้าที่ ไม่เช่นนั้นมาตรา 157 ละเว้น ฉะนั้นมันต้องทำตามหน้าที่ และเดินหน้าต่อไป  ส่วนการหารือกับทางอธิบดีกรมอุทยานฯเราก็ยึดหลักร่วมกันว่าทำให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายต่อไป ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นหลักการกว้างๆของเรา ส่วนพื้นที่ทับซ้อนที่ต้องหาความชัดเจนระหว่างอุทยานฯ ป่าไม้และ ส.ป.ก.นั้น ตนคิดว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทุกคนมีแผนที่ด้วยกันหมด สามารถรู้หมด ไม่น่ามีปัญหา แต่ก็แล้วบางคนอาจจะคิดว่าทับซ้อน แต่ข้อเท็จจริงอาจจะไม่ทับซ้อนก็ได้ คิดกันเองยังไม่ลงพื้นที่ดูเลย

               ขณะที่ นายเทวินทร์  มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยถึงการดำเนินการของอุทยานแห่งชาติทับลาน ว่า การดำเนินการกับกลุ่มผู้บุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติทับลานยังเดินหน้าต่อเนื่อง กรณีที่เป็นคดีความและศาลตัดสินแล้ว โดยได้ทำการติดป้ายประกาศอุทยานฯ ให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามอำนาจในมาตร 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 จำนวน 38 แห่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ทั้ง 59 แห่งที่มีสิ่งปลูกสร้าง และตามกำหนดจะต้องทำการรื้อถอนออกไปทั้งหมดภายใน 30 ต.ค.นี้ 

               ล่าสุดมีผู้ประกอบการบ้านพักรีสอร์ทยื่นอุทธรณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับคำสั่งและให้เพิกถอนคำสั่งแล้วจำนวน 26 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ( ปราจีนบุรี ) รู้ผลภายใน 30 วัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดที่ให้ความร่วมมือในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปเอง ส่วนกรณีการพบการเคลื่อนไหวของมือปืนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานว่า เรื่องนี้พยายามอธิบายให้ผู้ที่คิดไม่ดีได้เข้าใจว่า เป็นการทำหน้าที่ของเราไม่ได้คิดที่จะไปทำร้ายหรือทำลายใคร แต่เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย หากไม่มีผมก็ต้องมีคนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทนตอนนี้ได้รับกำลังใจที่ดีจากผู้ใหญ่ในกระทรวงทั้ง อธิบดีกรมอุทยานฯ และ ปลัดกระทรวงฯ แสดงความเป็นห่วงพร้อมประสานทางตำรวจให้เข้ามาคอยช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย และท่านได้บอกให้ระมัดระวังตัว ดูเรื่องความปลอดภัย และปฏิบัติตามหน้าที่ต่อไป 

               "ขณะนี้มีผู้หวังดีบริจาคเสื้อเกราะมาให้ใส่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ส่งสายตรวจเข้ามาตรวจตามถี่มากขึ้นเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้สิ่งที่ทางอุทยานฯ ต้องการมากตอนนี้อาวุธปืนแบบ HK เพิ่มเติมอีกจำนวนกว่า 10 กระบอกเนื่องจากที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ เพราะการเข้าไปปราบปรามกลุ่มผู้บุกรุกป่าค่อนข้างเสี่ยง ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ เคยถูกกลุ่มผู้บุกรุกป่ายิงเสียชีวิตมาแล้ว ฉะนั้นอาวุธปืนจึงถือเป็นสิ่งสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ยังต้องการรถยนต์ที่จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งได้ทำการร้องขอกรมฯ  ขึ้นไปแล้ว"นายเทวินทร์ กล่าว

               ส่วนนายสุนันต์   อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช  เปิดเผยว่า  ความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่นั้นไม่มีความหนักใจมากนัก เนื่องจากเชื่อมั่นว่าการทำหน้าที่ของงกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นที่เข้าใจกันดีของประชาชนในพื้นที่    ถึงความจำเป็นต่อหน้าที่ ซึ่งหากมีการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติหรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาหรือมีใครคิดร้าย

                สำหรับแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ นั้น นายสุนันต์  กล่าวว่า ความจริงแล้วทางกรมอุทยานไม่อยากที่จะดันทุรังทำหน้าที่ไปแบบไม่สนใจใคร แต่ในส่วนที่จำเป็นต้องทำตามหน้าที่ตามกฎหมายก็จำเป็นที่จะต้องทำ และในสิ่งที่พอจะพูดคุยกันได้และสามารถยอมกันได้ แก้ไขปัญหากันได้ก็ยินดีจะรับฟังเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่มีการตัดสินความผิดไปแล้วก็จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด