ข่าว

ปภ.สรุปเกิดอุทกภัยรวม27จ.

ปภ.สรุปเกิดอุทกภัยรวม27จ.

19 ส.ค. 2554

ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสรุปเกิดอุทกภัย รวม 27 จังหวัด ต.บางหลวงโดด น้ำท่วมโรงเรียนริมแม่น้ำ ครูต้องย้ายนักเรียนไปเรียนรวมกันที่ศาลาวัด

            19 ส.ค.54นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยมีจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) รวม 27 จังหวัด 253 อำเภอ 1,733 ตำบล 14,388 หมู่บ้าน ได้แก่ แพร่ เชียงใหม่ สุโขทัย น่าน ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอนอุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ นครพนม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี อุดรธานี หนองคาย มุกดาหาร บึงกาฬ สกลนคร เลย เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ นครนายก และพระนครศรีอยุธยา

            ทั้งนี้ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 897,650 ครัวเรือน 3,317,046 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 323 หลัง พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับความเสียหาย1,838,209 ไร่ ถนน 5,256 สาย ท่อระบายน้ำ 669 แห่ง ฝาย 602 แห่ง ทำนบ 123 แห่ง สะพาน/คอสะพาน 429 แห่ง บ่อปลา/บ่อกุ้ง 22,399 บ่อ ปศุสัตว์ 162,191 ตัว มีผู้เสียชีวิต 32 ราย พิจิตร อุดรธานี สกลนคร อุตรดิตถ์ เสียชีวิตจังหวัดละ 1 ราย เชียงใหม่ ตาก นครพนม ร้อยเอ็ด เสียชีวิตจังหวัดละ 2 ราย สุโขทัย 5 ราย แม่ฮ่องสอน 7 ราย แพร่ 8 ราย สูญหาย 1 คน จากเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

            ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ ตาก เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และประจวบคีรีขันธ์

            ขณะนี้ ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 11 จังหวัด รวม 72 อำเภอ 547 ตำบล 3,806 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 339,084 ครัวเรือน 818,127 คน ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ นครนายก พระนครศรีอยุธยา ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี

            เบื้องต้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจัดสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักรกล เรือท้องแบน รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุกน้ำออกให้บริการในพื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว


น้ำท่วมรร..ครูเร่งย้ายนร.อยู่ศาลาวัด

            ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยมีปริมาณเพิ่มขึ้น และมีระดับน้ำสูงขึ้นอีก 30 ซ.ม. ทำให้น้ำท่วมเข้าโรงเรียนที่อยู่ริมแม่น้ำเช่นที่วัดกอไผ่ ต.บางหลวงโดด อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา แต่โรงเรียนยังไม่ปิดการสอน ขณะที่โรงเรียนวัดตะกู เมตตาชนูปการ ม. 4 ต.ตะกู อ.บางบาล น้ำได้ท่วมเข้าไปภายในบริเวณโรงเรียนสูงกว่าพื้นสนามหน้าโรงเรียน 1.50 เมตร และทำให้ท่วมเข้าอาคารเรียนจนไม่สามารถใช้การได้

            นายสมพงษ์ อารีเจริญ  ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดตะกู ยืนยันว่ายังไม่ปิดการเรียนการสอน เนื่องจากเห็นว่าใกล้สอบ จึงได้ย้ายเด็กนักเรียนที่มีอยู่ชั้นป . 1 - ป.6  จำนวน 73 คน รวมกับเด็กเล็กก่อนวัยเรียนของ อบต.ตะกู อีก 20 คน ไปเรียนที่ศาลาวัดบ้านขวาง ม.1 ต.กบเจา อ.บางบาล  ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนวัดตะกู ประมาณ 3 ก.ม.  โดย มีครูจำนวน 11 คนดูแลอย่างใกล้ชิด โดยการเรียนได้จัดให้เด็กเรียนรวมกัน มีเพียงกระดานกั้นแบ่งเป็นห้องเรียน ซึ่งหากพบว่าระดับน้ำสูงขึ้นจนทำให้นักเรียนประสบปัญหาเดินทางมาเรียนไม่ได้ ก็จะทำการหยุดการเรียนการสอนทันที

            ด้านด.ต.สุรินทร์ ผดุงเพียร รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา พร้อมกองช่างเทศบาลได้ออกไปสำรวจประตูระบายน้ำตามจุดต่างๆรอบเกาะเมืองพระ นครศรีอยุธยา โดยเฉพาะที่บริเวณประตูระบายน้ำวัดสระมณฑล ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นประตูระบายน้ำที่นับเป็นจุดอ่อนของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทางเทศบาลได้ทำการสร้างเขื่อนดินและนำแผ่นพลาสติกคลุมก่อนที่จะเอากระสอบ ทรายวางเป็นแนวป้องกัน เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะรั่วซึมเข้าไปในคลองท่อ โดยทางเทศบาลเตรียมที่จะสร้างแนวคันดินป้อนกันบนถนนอู่ทอง ซึ่งเป็นถนนหลักของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา โดยจะเริ่มสร้างทันทีเมื่อระดับน้ำสูงขึ้นอีก 60 ซ.ม. ซึ่งในส่วนของชุมชนที่อยู่นอกเกาะเมืองได้ถูกน้ำท่วมแล้ว มีความสูงกว่าตลิ่งประมาณ 50 ซ.ม.
แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้น

            ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. วันที่ 19 ส.ค. 54 ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,138  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 72 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง  1.63 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท 1,774 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน ต่ำกว่าตลิ่ง 1.10 เมตร ระดับน้ำท้ายเขื่อนต่ำกว่าตลิ่ง 2.43 เมตร

            สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี  มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,725 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 122 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.57 เมตร   จังหวัดอ่างทอง  มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,641 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 111 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.57 เมตร  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 941 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 97 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.22 เมตร  

            ส่วนที่คลองบางหลวง(คลองโผงเผง) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 542 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 44 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 73 เซนติเมตร คลองบางบาล มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 134 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 9 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำปริ่มตลิ่ง และที่อ.บางไทร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,560 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 42 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 2.24 เมตร

            แนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ยังคงเพิ่มสูงขึ้นประมาณวันละ 5 - 10 เซนติเมตร เนื่องจากมีฝนตกกระจายทางตอนบนของลุ่มน้ำ ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย

 พระพิจิตรขาดแคลนเรือในการใช้บิณฑบาต

            ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงขยายวงกว้าง โดยที่วัดวังปลาทู ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร น้ำจากแม่น้ำยมได้เอ่อเข้าท่วมขังบริเวณวัดทั้งหมดระดับน้ำสูงกว่า 60 เซนติเมตร ทำให้เดือดร้อนไปถึงพระสงฆ์ ที่ต้องช่วยกันนำไม้มาต่อเป็นสะพานเดินเท้าเพื่อใช้เดินไปมาหาสู่ระหว่างกุฏิ และปฏิบัติศาสนกิจ และจากที่แม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับขาดแคลนเรือที่จะใช้ในการบิณฑบาตเนื่องจากน้ำท่วมบ้านและวัด การไปบิณฑบาตรต้องใช้เรือเท่านั้น

            พระสิทธิภาพ ปัญญาทีโพ รองเจ้าอาวาส กล่าวว่า น้ำจากแม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เอ่อเข้าท่วมวัด และบ้านเรือนประชาชน อาตมาและพระลูกวัดต้องช่วยกันทำสะพานไม้ชั่วคราว เพื่อสัญจรไป-มา ซึ่งก็สร้างความลำบากให้กับพระสงฆ์จำนวน 10 รูปที่จำพรรษาในปีนี้ แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนี่งเพราะสิ่งที่กังวลในขณะนี้คือพระไม่มีเรือที่จะนำไปใช้ในการบิณฑบาตรเพื่อเลี้ยงชีพ ตามบทบัญญัติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการให้พระภิกษุต้องออกไปบิณฑบาตเลี้ยงชีพ