
เด็กฟูกุชิมะผิดหวังไม่ได้รับคำตอบน่าพอใจหลังพบรัฐบาล
เด็กฟูกุชิมะเข้าพบเจ้าหน้าที่รัฐในโตเกียว แต่ไม่ได้รับคำตอบที่สร้างความหวัง ยื่นจดหมายตั้งคำถามสะเทือนใจ
เด็ก 4 คนจากโรงเรียนประถมและมัธยมต้นในจังหวัดฟูกุชิมะ ได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่รับผิดชอบคลี่คลายวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ ไดอิจิโดยตรง และข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในกรุงโตเกียวเมื่อวานนี้ เพื่อยื่นจดหมาย และบอกเล่าความลำบากที่เด็กๆต้องเผชิญตลอด 5 เดือนกว่า นับจากวิกฤติโรงไฟฟ้าเริ่มขึ้น และยังไม่มีวี่แววว่าเมื่อไหร่ชีวิตจะกลับมาเหมือนเดิม
เด็กหญิงวัย 13 จากเมืองมิฮารุ ที่อพยพไปอยู่กรุงโตเกียวเมื่อเดือนมิถุนายน กล่าวว่า เธออยากให้เจ้าหน้าที่รัฐบาล อนุญาตให้เด็กทุกคนในโรงเรียนของเธอได้ย้ายมาอยู่รวมกัน และบอกต่อว่า รู้สึกเศร้าใจมากที่ต้องย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนในจังหวัดต้องเจอเคราะห์กรรมขนาดนี้ด้วย ทั้งที่โรงไฟฟ้าฯ ผลิตไฟฟ้าให้กับคนในโตเกียว
หลายคำถามจากเด็กๆ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลอึ้ง และได้แต่ตอบซ้ำๆว่า เราจะทำพยายามอย่างเต็มที่
นที่ประชุมแถลงข่าวหลังพบปะเจ้าหน้าที่รัฐบาล เด็กชายวัย 11 กล่าวว่า ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงไม่ตอบคำถามพวกเราแบบจริงจัง ทั้งที่พวกเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว
เด็กทั้ง 4 คนยังได้มอบจดหมาย 40 ฉบับจากเด็กๆในจังหวัดให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
จดหมายฉบับหนึ่งเขียนว่า "หนูจะมีลูกที่แข็งแรงได้มั้ย" "ฉันจะอยู่ไปจนถึงอายุเท่าไหร่" "นายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คังที่เคารพ หนู/ผมอยากให้เลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด"
เด็กหญิงวัย 13 กล่าวว่า เธออยากรู้ว่า รัฐบาลจะคิดอย่างไรกับจดหมายเหล่านี้ และว่าเธออยากให้นายกฯคังมาร่วมประชุมกับพวกเธอมากกว่าใครๆ
การประชุมครั้งนี้ มีประชาชนจากในโตเกียวและพื้นที่อื่นๆของญี่ปุ่นเข้าร่วม รวมทั้งเด็กชายวัย 10 ปีคนหนึ่งจากโตเกียวที่ไปกับมารดา เด็กชายกล่าวว่ารู้สึกประทับใจที่เด็กเหล่านี้กล้าแสดงความคิดความเห็น และจากที่ได้ฟัง ทำให้คิดได้ว่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะต้องสนใจเรื่องนิวเคลียร์มากกว่าเดิม
อีกด้านหนึ่ง สื่อญี่ปุ่น รายงานว่า นายกรัฐมนตรีคัง ได้ซื้อหนังสือ 5 เล่มที่เกี่ยวข้องกับอุบัติภัยโรงไฟฟ้าฟูกุชิมะ ไดอิจิ และปัญหานิวเคลียร์อื่นๆที่ร้านหนังสือแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวเมื่อเช้าวานนี้ หนึ่งในนั้นเป็นหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของอดีตนายกเทศมนตรีฟูกุชิมะ
สื่อญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า นายคังอาจกำลังสั่งสมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ก่อนเข้าสู่เส้นทางเป็นนักลอบบี้ต่อต้านนิวเคลียร์ หลังลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายเดือนสิงหาคม
.



