
วอน'นายกฯ'เปิดค้าสุนัขเหมือนค้าวัว-ควาย
หมู่บ้านค้าหมาเลิกมานานกว่า 4 เดือน หลังตลาดรับซื้อที่ นครพนม งดรับซื้อ เพราะประเทศเวียดนามไม่รับซื้อในช่วงนี้ หันไปประกอบอาชีพหาจับกุ้งไปขายแทน
18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านสนามสามัคคี ต.โสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้เกือบทุกครอบครัวประกอบอาชีพหารับซื้อสุนัข เพื่อนำเอาไปขายต่อให้กับพ่อค้ารับซื้อสุนัขจาก จ.นครพนม ที่มารับซื้อสุนัขถึงที่ บรรยากาศภายในหมู่บ้านค่อนข้างเงียบเหงา ชาวบ้านมารวมกลุ่มนั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับข่าวการรับซื้อสุนัขไปขายต่างประเทศ ซึ่งสื่อมวลชนทุกแขนงได้พากันนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านแทบจะทุกครัวเรือน ก่อนหน้านี้เคยมีอาชีพรับซื้อสุนัขไปขาย โดยจะรับซื้อสุนัขตามหมูบ้านต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา ปัจจุบันราคาขายสุนัขที่มีน้ำหนัก 10 กก.ขึ้นไป จะซื้อตัวละ 400 บาท และหากสุนัขมีน้ำหนักเพียง 6- 7 กก.ก็จะรับซื้อเพียงตัวละ 70 บาท
นางสุภารัตน์ ศรีลาชัย อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 224 / 2 หมู่ 6 บ้านสนามสามัคคี ต.โสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า มีอาชีพรับซื้อสุนัขมานานกว่า 5 ปีแล้ว โดยจะตระเวนหารับซื้อสุนัขไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในเขต อ.ขุขันธ์ และอำเภอใกล้เคียง แต่ปรากฏว่า หลังจากที่ทางพ่อค้ารับซื้อสุนัขที่ จ.นครพนม ได้งดรับซื้อสุนัข เนื่องจากตลาดที่ประเทศเวียดนามไม่เปิดรับ ทำให้พวกตนทั้งหมู่บ้านเลิกตระเวนหารับซื้อสุนัขไปขายต่อ นานประมาณ 5 - 6 เดือนแล้ว ซึ่งในช่วงที่ตนตระเวนหารับซื้อสุนัขไปขายต่อ มีรายได้เฉลี่ยวันละ 500 - 1,000 บาท และได้ใช้จ่ายเงินจำนวนนี้ในการเลี้ยงครอบครัว รวมทั้งส่งลูกหลานไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ และเมื่อทางราชการได้มีการคุมเข้มในเรื่องนี้ ทำให้พวกตนต้องขาดรายได้ และต้องพากันเปลี่ยนอาชีพไปหาจับกุ้งไปขายเป็นรายได้แทน ซึ่งมีรายได้เพียงวันละ 50 - 100 บาทเท่านั้น ทำให้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว
นางอำไพ รุ่งเรือง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 6 บ้านสนามสามัคคี กล่าวว่า ครอบครัวประกอบอาชีพตระเวนหารับซื้อสุนัขมานานหลายปีแล้ว โดยมีพ่อค้ารับซื้อสุนัขจาก จ.นครพนม มาออกทุนให้ก่อน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการหารับซื้อสุนัข และจะออกรับซื้อสุนัขตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในราคาตัวละ 50 - 200 บาท แล้วแต่ขนาดและน้ำหนักของสุนัข แต่ขณะนี้ต้องหยุดอาชีพมานานประมาณ 5 เดือนแล้ว เพราะว่าพ่อค้าจาก จ.นครพนม ไม่มารับซื้อ ทำให้ต้องติดหนี้สินรุงรัง และต้องกู้เงินดอกร้อยละ 20 มาใช้จ่ายให้ลูกเรียนหนังสือ
"อยากฝากถามไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายก รัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยว่า การซื้อขายสุนัขแตกต่างจากการซื้อวัว ควาย เพื่อนำเอาไปฆ่าทำเป็นลูกชิ้นอย่างไร เนื่องจากวัว ควายเป็นสัตว์สี่เท้าเช่นเดียวกับสุนัขทำไมขายได้ พวกเราซื้อสุนัขไปขายต่อเพื่อนำเอาไปทำเป็นอาหารของคนเวียดนาม ทำไมจึงซื้อขายไม่ได้ทั้งที่เป็นสัตว์เลี้ยงเช่นกัน จึงขอฝากถึงนายกรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย "นางอำไพกล่าว
นางพัด พรหมพิลา อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 329 หมู่ 6 บ้านสนามสามัคคี กล่าวว่า เปิดคอกรับซื้อสุนัข โดยมีเถ้าแก่ใหญ่จาก จ.นครพนม มาลงทุนให้ และได้กำไรเพียงตัวละไม่กี่บาทเท่านั้น แต่เมื่อมีคำสั่งห้ามซื้อขายสุนัข จึงต้องหยุดรับซื้อสุนัขมาตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา ทำให้ขาดรายได้ ต้องรอให้ลูกหลานที่ไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่งเงินมาให้ใช้ ซึ่งในช่วงแรกคาดว่าจะเปิดรับซื้อหมาในวันที่ 13 ส.ค.2554 แต่เมื่อมีข่าวออกมาทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับเรื่องสุนัขที่ จ.นครพนม ทำให้ต้องยกเลิกเปิดการรับซื้อสุนัข และขณะนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรกิน เพราะชาวบ้านสนามสามัคคีเกือบทั้งหมู่บ้านประกอบอาชีพรับซื้อสุนัขมาตั้งแต่ปี 2545 มาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากทำให้มีรายได้ดี และสามารถนำเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในเขต ต.โสน มีคอกรับซื้อสุนัขอยู่ 4 คอก โดยคอกที่ใหญ่ที่สุดเป็นของนายจ่อย รับซื้อสุนัขได้ถึง 1,000 ตัว อยู่ทางด้านทิศเหนือของบ้านสนามสามัคคี แต่จากการสำรวจพบว่าคอกทุกแห่งว่างเปล่า ไม่มีสุนัข ชาวบ้านบอกว่าปิดรับซื้อขายสุนัขมานานกว่า 5 เดือนแล้ว
ผู้ประกอบการชี้ค้าสุนัขข้ามชาติสร้างรายได้ปีกว่าละ 2 ล้านบาท
จากกรณีการบุกเข้าไปตรวจค้นคอกสุนัขบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ที่หมู่บ้านสนามสามัคคี ตำบลโสน ( สะโน ) อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อส่งขายต่อยังประเทศเวียดนาม ซึ่งพบว่ามีคอกกักขังสุนัขอยู่ถึง 3 แห่งนั้น
นางนุช ดีพร้อม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 6 ตำบลโสน หนึ่งในเจ้าของคอกสุนัขดังกล่าว เปิดเผยว่า วันนี้อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ เปิดเสรีทางการค้าสุนัข เพราะสุนัขที่ซื้อขาย ล้วนแต่เป็นสุนัขที่เจ้าของผู้เลี้ยงไม่เอาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสุนัขที่เจ้าของเลี้ยงแล้วไม่เชื่อง วิ่งไล่กัดเป็ดกัดไก่หรือกัดเจ้าของลูกหลานสร้างความเดืออดร้อน หรือสุนัขที่ตอนเล็กๆ น่ารัก แต่พอโตมาไม่มีใครสนใจดูแลปล่อยให้เป็นสุนัขจรจัดตามหมู่บ้าน ตามวัด ตามถนนสาธารณะ ก็ไปรับซื้อมา
"ไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายที่จ้องทำลายชาติบ้านเมือง เป็นการทำอาชีพที่สุจริต ช่วยลดภาระเรื่องหมาจรจัดที่สร้างความเดือดร้อน จึงอยากให้ทางราชการออกใบอนุญาตให้มีการเปิดเสรีทางการค้าขายสุนัข เพราะที่ผ่านๆ มาสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเกษตรกรที่ไม่มีอาชีพ ขนาดของเก่ายังเอามาซื้อขายกันได้ สุนัขที่เจ้าของไม่ต้องการ ก็น่าจะเอามาขายได้ เป็นการสร้างรายได้ข้ามชาตินำเงินเข้าประเทศด้วย" นางนุชกล่าว
ขณะเดียวกัน นายนัทธ์เวโรจน์ บูชาพัฒน์ ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า หลังจากที่นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคอกสุนัขที่มีผู้ลักลอบค้าสุนัขโดยผิดกฎหมาย ในหมู่บ้านสนามสามัคคี พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ หมื่นแพน ปลัดอำเภอขุขันธ์, นายสมศักดิ์ แสงอรุณ ปศุสัตว์อำเภอขุขันธ์, นายธวัชชัย อร่ามศรี หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ศรีสะเกษ และ ร.ต.ท.สุเทพ ปรางศรี รอง สวป.สถานีตำรวจภูธรขุขันธ์ ก็ได้มีข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีคอกสุนัขในจังหวัดศรีสะเกษ ที่ค้าขายสุนัขข้ามชาติกันอีกในหลายอำเภอ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ลงตรวจสอบทุกที่แล้ว ปรากฏว่ามีคอกจริง แต่หยุดการค้าขายไปหมดแล้ว หากพบที่ใดมีการแอบค้าขาย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และหากประชาชนทราบเบาะแส ก็สามารถแจ้งมาที่ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อจะได้เข้าตรวจสอบดำเนินการต่อไป



