ข่าว

วอน'นายกฯ'เปิดค้าสุนัขเหมือนค้าวัว-ควาย

วอน'นายกฯ'เปิดค้าสุนัขเหมือนค้าวัว-ควาย

18 ส.ค. 2554

หมู่บ้านค้าหมาเลิกมานานกว่า 4 เดือน หลังตลาดรับซื้อที่ นครพนม งดรับซื้อ เพราะประเทศเวียดนามไม่รับซื้อในช่วงนี้ หันไปประกอบอาชีพหาจับกุ้งไปขายแทน

          18  ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านสนามสามัคคี  ต.โสน  อ.ขุขันธ์  จ.ศรีสะเกษ  ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้เกือบทุกครอบครัวประกอบอาชีพหารับซื้อสุนัข  เพื่อนำเอาไปขายต่อให้กับพ่อค้ารับซื้อสุนัขจาก  จ.นครพนม  ที่มารับซื้อสุนัขถึงที่  บรรยากาศภายในหมู่บ้านค่อนข้างเงียบเหงา  ชาวบ้านมารวมกลุ่มนั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับข่าวการรับซื้อสุนัขไปขายต่างประเทศ  ซึ่งสื่อมวลชนทุกแขนงได้พากันนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง  โดยชาวบ้านแทบจะทุกครัวเรือน  ก่อนหน้านี้เคยมีอาชีพรับซื้อสุนัขไปขาย  โดยจะรับซื้อสุนัขตามหมูบ้านต่าง ๆ  ตั้งแต่ปี  2545  เป็นต้นมา ปัจจุบันราคาขายสุนัขที่มีน้ำหนัก  10  กก.ขึ้นไป  จะซื้อตัวละ  400  บาท  และหากสุนัขมีน้ำหนักเพียง  6- 7  กก.ก็จะรับซื้อเพียงตัวละ  70  บาท

          นางสุภารัตน์  ศรีลาชัย  อายุ  40  ปี  อยู่บ้านเลขที่  224 / 2  หมู่  6  บ้านสนามสามัคคี  ต.โสน  อ.ขุขันธ์  จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า  มีอาชีพรับซื้อสุนัขมานานกว่า  5  ปีแล้ว  โดยจะตระเวนหารับซื้อสุนัขไปตามหมู่บ้านต่าง  ๆ  ในเขต  อ.ขุขันธ์  และอำเภอใกล้เคียง  แต่ปรากฏว่า  หลังจากที่ทางพ่อค้ารับซื้อสุนัขที่  จ.นครพนม  ได้งดรับซื้อสุนัข  เนื่องจากตลาดที่ประเทศเวียดนามไม่เปิดรับ  ทำให้พวกตนทั้งหมู่บ้านเลิกตระเวนหารับซื้อสุนัขไปขายต่อ  นานประมาณ  5 - 6  เดือนแล้ว  ซึ่งในช่วงที่ตนตระเวนหารับซื้อสุนัขไปขายต่อ  มีรายได้เฉลี่ยวันละ  500 - 1,000  บาท  และได้ใช้จ่ายเงินจำนวนนี้ในการเลี้ยงครอบครัว  รวมทั้งส่งลูกหลานไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ  และเมื่อทางราชการได้มีการคุมเข้มในเรื่องนี้  ทำให้พวกตนต้องขาดรายได้  และต้องพากันเปลี่ยนอาชีพไปหาจับกุ้งไปขายเป็นรายได้แทน  ซึ่งมีรายได้เพียงวันละ  50 - 100  บาทเท่านั้น  ทำให้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว

          นางอำไพ  รุ่งเรือง  อายุ  35  ปี  อยู่บ้านเลขที่  46  หมู่  6  บ้านสนามสามัคคี กล่าวว่า  ครอบครัวประกอบอาชีพตระเวนหารับซื้อสุนัขมานานหลายปีแล้ว  โดยมีพ่อค้ารับซื้อสุนัขจาก  จ.นครพนม  มาออกทุนให้ก่อน  เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการหารับซื้อสุนัข  และจะออกรับซื้อสุนัขตามหมู่บ้านต่าง  ๆ  ในราคาตัวละ  50  - 200  บาท  แล้วแต่ขนาดและน้ำหนักของสุนัข  แต่ขณะนี้ต้องหยุดอาชีพมานานประมาณ  5  เดือนแล้ว  เพราะว่าพ่อค้าจาก  จ.นครพนม  ไม่มารับซื้อ ทำให้ต้องติดหนี้สินรุงรัง  และต้องกู้เงินดอกร้อยละ  20  มาใช้จ่ายให้ลูกเรียนหนังสือ

          "อยากฝากถามไปถึง  น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายก รัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยว่า   การซื้อขายสุนัขแตกต่างจากการซื้อวัว  ควาย  เพื่อนำเอาไปฆ่าทำเป็นลูกชิ้นอย่างไร  เนื่องจากวัว  ควายเป็นสัตว์สี่เท้าเช่นเดียวกับสุนัขทำไมขายได้ พวกเราซื้อสุนัขไปขายต่อเพื่อนำเอาไปทำเป็นอาหารของคนเวียดนาม  ทำไมจึงซื้อขายไม่ได้ทั้งที่เป็นสัตว์เลี้ยงเช่นกัน  จึงขอฝากถึงนายกรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย "นางอำไพกล่าว

          นางพัด พรหมพิลา  อายุ  61  ปี  อยู่บ้านเลขที่  329  หมู่  6  บ้านสนามสามัคคี  กล่าวว่า  เปิดคอกรับซื้อสุนัข  โดยมีเถ้าแก่ใหญ่จาก  จ.นครพนม  มาลงทุนให้  และได้กำไรเพียงตัวละไม่กี่บาทเท่านั้น  แต่เมื่อมีคำสั่งห้ามซื้อขายสุนัข จึงต้องหยุดรับซื้อสุนัขมาตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมา ทำให้ขาดรายได้ ต้องรอให้ลูกหลานที่ไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่งเงินมาให้ใช้  ซึ่งในช่วงแรกคาดว่าจะเปิดรับซื้อหมาในวันที่  13  ส.ค.2554  แต่เมื่อมีข่าวออกมาทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับเรื่องสุนัขที่  จ.นครพนม  ทำให้ต้องยกเลิกเปิดการรับซื้อสุนัข และขณะนี้ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรกิน เพราะชาวบ้านสนามสามัคคีเกือบทั้งหมู่บ้านประกอบอาชีพรับซื้อสุนัขมาตั้งแต่ปี  2545  มาจนถึงปัจจุบัน  เนื่องจากทำให้มีรายได้ดี  และสามารถนำเอาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  ในเขต  ต.โสน  มีคอกรับซื้อสุนัขอยู่  4  คอก  โดยคอกที่ใหญ่ที่สุดเป็นของนายจ่อย รับซื้อสุนัขได้ถึง  1,000  ตัว อยู่ทางด้านทิศเหนือของบ้านสนามสามัคคี แต่จากการสำรวจพบว่าคอกทุกแห่งว่างเปล่า ไม่มีสุนัข  ชาวบ้านบอกว่าปิดรับซื้อขายสุนัขมานานกว่า  5  เดือนแล้ว


ผู้ประกอบการชี้ค้าสุนัขข้ามชาติสร้างรายได้ปีกว่าละ 2 ล้านบาท

          จากกรณีการบุกเข้าไปตรวจค้นคอกสุนัขบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ที่หมู่บ้านสนามสามัคคี ตำบลโสน ( สะโน ) อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อส่งขายต่อยังประเทศเวียดนาม ซึ่งพบว่ามีคอกกักขังสุนัขอยู่ถึง 3 แห่งนั้น

          นางนุช  ดีพร้อม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 6 ตำบลโสน หนึ่งในเจ้าของคอกสุนัขดังกล่าว เปิดเผยว่า วันนี้อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ เปิดเสรีทางการค้าสุนัข เพราะสุนัขที่ซื้อขาย ล้วนแต่เป็นสุนัขที่เจ้าของผู้เลี้ยงไม่เอาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสุนัขที่เจ้าของเลี้ยงแล้วไม่เชื่อง วิ่งไล่กัดเป็ดกัดไก่หรือกัดเจ้าของลูกหลานสร้างความเดืออดร้อน หรือสุนัขที่ตอนเล็กๆ น่ารัก แต่พอโตมาไม่มีใครสนใจดูแลปล่อยให้เป็นสุนัขจรจัดตามหมู่บ้าน ตามวัด ตามถนนสาธารณะ ก็ไปรับซื้อมา

          "ไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายที่จ้องทำลายชาติบ้านเมือง เป็นการทำอาชีพที่สุจริต ช่วยลดภาระเรื่องหมาจรจัดที่สร้างความเดือดร้อน จึงอยากให้ทางราชการออกใบอนุญาตให้มีการเปิดเสรีทางการค้าขายสุนัข เพราะที่ผ่านๆ มาสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเกษตรกรที่ไม่มีอาชีพ ขนาดของเก่ายังเอามาซื้อขายกันได้ สุนัขที่เจ้าของไม่ต้องการ ก็น่าจะเอามาขายได้ เป็นการสร้างรายได้ข้ามชาตินำเงินเข้าประเทศด้วย" นางนุชกล่าว 

          ขณะเดียวกัน นายนัทธ์เวโรจน์ บูชาพัฒน์ ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า หลังจากที่นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคอกสุนัขที่มีผู้ลักลอบค้าสุนัขโดยผิดกฎหมาย ในหมู่บ้านสนามสามัคคี พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ หมื่นแพน ปลัดอำเภอขุขันธ์, นายสมศักดิ์ แสงอรุณ ปศุสัตว์อำเภอขุขันธ์, นายธวัชชัย อร่ามศรี หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ศรีสะเกษ และ ร.ต.ท.สุเทพ ปรางศรี รอง สวป.สถานีตำรวจภูธรขุขันธ์ ก็ได้มีข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีคอกสุนัขในจังหวัดศรีสะเกษ ที่ค้าขายสุนัขข้ามชาติกันอีกในหลายอำเภอ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ลงตรวจสอบทุกที่แล้ว ปรากฏว่ามีคอกจริง แต่หยุดการค้าขายไปหมดแล้ว หากพบที่ใดมีการแอบค้าขาย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และหากประชาชนทราบเบาะแส ก็สามารถแจ้งมาที่ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อจะได้เข้าตรวจสอบดำเนินการต่อไป