
พท.เผยแบ่งเวลาแถลงนโยบายลงเน้นศก.
เพื่อไทยแบ่งเวลาอภิปรายหนุนนโยบายรัฐ เน้นน้ำหนักที่นโยบายเศรษฐกิจ ยันไม่มีองครักษ์พิทักษ์รมต. ชี้มีแต่คกก.ส่งเสริมปชต.
เวลา 12.00 น. วันที่ 18 ส.ค.54 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 23 - 24 ส.ค. ว่า การประชุมวันนี้มี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานในการประชุม โดยมี ส.ส. 54 คน จากทุกภาคเดินทางมาร่วมประชุมด้วย
ทั้งนี้ พรรคได้แบ่งทีมอภิปรายออกเป็น 8 ชุด ตามนโยบาย 8 ด้านที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ดังนี้ 1.นโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปีแรก ซึ่งจะใช้เวลา 50 นาที 2.นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ จะใช้เวลา 30 นาที 3.นโยบายเศรษฐกิจซึ่งพรรคเพื่อไทยให้น้ำหนักมากเนื่องจากเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐอเมริกายังไม่มั่นคงนั้น จะใช้เวลา 1 ชั่วโมง 4.นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต จะใช้เวลา 30 นาที 5.นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้เวลา 30 นาที 6.นโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม ใช้เวลา 30 นาที 7.นโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ใช้เวลา 30 นาที และ 8.นโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี จะใช้เวลา 30 นาที ดังนั้น รวมทั้งหมดเป็น 7 ชั่วโมง เมื่อรวมกันเวลาในส่วนของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่จะใช้เวลา 4 ชั่วโมงแล้ว จะรวมเป็น 11 ชั่วโมง
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังมีมติให้อภิปรายสนับสนุนการแถลงนโยบายด้วยวิธีสมานฉันท์ ทั้งนี้ หากพรรคฝ่ายค้านอภิปรายทักท้วงใน 8 หัวข้อของนโยบายของรัฐบาลอย่างไม่เหมาะสม ทางรัฐบาลก็จะรับฟังและจะชี้แจงเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยให้ก้าวไปข้างหน้าในเวทีอาเซียนและเวทีโลกอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีหรือไม่ นายจิรายุกล่าวว่า เราเรียกว่าคณะกรรมการส่งเสริมประชาธิปไตย เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการได้ ซึ่งเดิมจะเรียกว่า ตัวช่วยประท้วง แต่เราจะเน้นการปรองดองแทน โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าทีม , นายนวัช เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น , น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย ,นายสมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย , นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ , นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ส.มหาสารคาม , จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ และตนเป็นคณะทำงาน ทั้งนี้ จะเน้นการชี้แจงและทำความเข้าใจมากกว่าการตอบโต้ โดยจะสลับกันเข้าไปนั่งในสภาฯเพื่อควบคุมเวลาของฝ่ายค้านด้วย ซึ่งถือเป็นทีมงานในการสร้างความสมานฉันท์



