
กทม.สั่งปิดชั้น18คอนโดหรูแล้ว
กทม.สั่งปิดชั้น 18 คอนโดหรู หลังเจอไฟไหม้ ส่งจนท.โยธา-วิศวกร รุดตรวจโครงสร้าง เร่งสรุปสาเหตุ
18 ส.ค.54 นางมาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารคอนโดมิเนียม เลอ ราฟิเน่ ซอยสุขุมวิท 24 เขตคลองเตย ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ห้องพักชั้น 18 โซนเอ เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า กทม.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน วิศวกร และเจ้าหน้าที่จากสำนักการโยธา(สนย.) กทม. วิศวกรจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(วสท.)เข้าตรวจสอบอาคาร รวมถึงห้องที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
ทั้งนี้ หากพบว่า ยังมีความปลอดภัย กทม.จะอนุญาตให้ใช้ตัวอาคารได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่พักอาศัยอยู่ภายในอาคารดังกล่าวขณะนี้ทางนิติบุคคลอาคารชุดได้ทำการหาที่พักอาศัยชั่วคราวไว้รองรับแล้ว
สำหรับระบบควบคุมการฉีดน้ำหรือสปริงเกอร์ของตัวอาคารไม่ทำงานเมื่อเกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าการทำงานของระบบดังกล่าวยังเป็นไปตามปกติ แต่เนื่องจากระบบเป็นระบบแบบ Heat ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร้อนระดับอุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส ระบบดังกล่าวจึงจะทำงาน แต่ในช่วงเกิดเหตุมีเปลวเพลิงเพียงเล็กน้อย และมีควันเป็นจำนวนมากระบบจึงไม่ทำงานในระยะแรก ทำให้ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม กองพิสูจน์หลักฐานได้ดำเนินการตรวจสอบห้องที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยจะสอบปากคำเจ้าของห้อง เจ้าของอาคาร-นิติบุคคล รวมถึงผู้เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติมก่อนเร่งสรุปสาเหตุให้ได้โดยเร็วที่สุด
นายพินิต เลิศอุดมธนา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา(สนย.) กทม. กล่าวว่า ล่าสุดสำนักงานเขตคลองเตยได้ออกคำสั่งห้ามใช้พื้นที่เฉพาะบริเวณยูนิตหรือเฉพาะชั้น 18 ซึ่งเป็นชั้นต้นเพลิงที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้แล้ว แต่ในส่วนพื้นที่อื่น ภายในตัวอาคารยังอนุญาตให้ใช้ได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามกทม.จะตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายได้แก่ สำนักการโยธา สำนักงานเขต และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ร่วมกันตรวจสอบโครงสร้างและพิจารณาแนวทางการซ่อมแซม-แก้ไขปรับปรุง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้น พบความเสียหายส่วนใหญ่อยู่ที่บริเวณพื้นที่อาคาร ส่วนตัวโครงสร้างอาคาร และเสานั้นได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย
ผู้อำนวยการคลองเตยเผยคอนโดโครงสร้างปลอดภัย
น.ส.อมรรัตน์ กฤตยานวัช ผู้อำนวยการเขตคลองเตย กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียม เลอ ราฟิเน่ ซอยสุขุมวิท 24 เขตคลองเตย ภายหลังเกิดเพลิงไหม้ในช่วงเย็นวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบโครงสร้างอาคารทั้งหมดไม่มีปัญหา ห้องพักที่เกิดเหตุ 2 ห้อง คือ ห้อง 18 เอ พร้อมด้วยชั้นลอย (หรือ 19 เอ) และห้อง 20 เอ โครงสร้างห้องไม่มีปัญหา แต่มีความเสียหายข้าวของไฟไหม้ พนังและเพดาน ถูกไฟไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานโยธา(สนย.) กทม. ได้แจ้งให้เจ้าของอาคารหาอุปกรณ์ในการค้ำยันผนังห้อง ทั้ง 2 ห้อง ไว้แล้ว และห้ามบุคคลเข้าใช้พื้นที่ จากนั้นให้ทำแผนการปรับปรุงอาคารเสนอ กทม. เพื่อปรับปรุงต่อไป
พฐ.หาหลักฐานเพลิงไหม้คอนโดหรูกลางกรุงฯ
พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รอง ผู้ว่า กทม. น.ส.อมรรัตน์ กฤตยานุวัตร ผอ.เขตคลองเตย พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม ผกก.สน.ทองหล่อ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักการโยธา กทม. กรมโยธาธิการและผังเมืองกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมวางแผนการเข้าตรวจค้นร่องรอยที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ "เลอรัฟฟิเน่ คอนโด" คอนโดมิเนียมหรู ในซอยสุขุมวิท 24 เลขที่ 52/1 -52-57 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม.
พญ.มาลินี กล่าวว่า จากการตรวจสอบขณะนี้พบว่าเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 17 ส.ค. มีห้องได้รับความเสียหายเพียง 1 ยูนิต คือ ห้อง 18 เอ ทั้งนี้ทางสำนักงานเขตคลองเตยได้ติดประกาศห้ามใช้อาคารเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.เนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ เพื่อให้ทาง สำนักการโยธา กทม. กรมโยธาธิการและผังเมืองกระทรวงมหาดไทยเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้
พญ.มาลินี กล่าวว่า สำหรับปัญหาเรื่องระบบน้ำที่ใช้ดับเพลิงอัตโนมัติของคอนโดฯนี้ จากการสอบถามผู้จัดการอาคารทราบว่า ใช้ระบบป้องกันเพลิงไหม้แบบระบบวัดความร้อนโดยจะทำงานเมื่ออุณหภูมิสูง 65 องศาเซลเซียส ไม่ได้ใช้ระบบควันแบบในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นอาคารที่สร้างตั้งแต่ปี 2533 และเปิดใช้เมื่อปี 2536 มีอายุกว่า 18 ปี ซึ่งสร้างก่อนที่จะมีกฎหมายบังคับใช้ในการดูแลความปลอดภัยและป้องกันเหตุเพลิงไหม้อาคารสูง แต่ตอนที่เกิดเหตุแม้ระบบดับเพลิงอัตโนมัติจะไม่ทำงานแต่สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น ทำให้สามารถแจ้งหน่วยดับเพลิงและอพยพคนในตึกได้ทันท่วงทีถือว่าใช้ได้
“ส่วนเรื่องการตรวจสอบมาตรฐานการดูแลอาคารสูงทั่ว กทม. เราได้มีการสุ่มตรวจเป็นประจำอยู่แล้ว โดยอาคารสูงต่างๆ จะต้องมีระบบป้องกันเหตุเพลิงไหม้ และมีการซักซ้อมดับเพลิงและอพยพผู้อยู่ในอาคารด้วย”พญ.มาลินี กล่าว
อด้าน พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้จะต้องมีเรียกสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องรวม 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มนิติบุคคลเจ้าของอาคาร รวมทั้งนายพรภูมิ ตรีบุตรา ผู้จัดการคอนโดฯ ว่ามีการวางระบบดูแลรักษาความปลอดภัยอาคารว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ 2.นางพรรณี เลี่ยวไพรัตน์ ซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของห้อง 3.กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์และถือเป็นผู้เสียหาย 4.เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัย เข้าไปดับเพลิงซึ่งถือเป็นผู้เข้าไปยังห้องต้นเหตุได้ก่อนซึ่งจะสามารถระบุได้ว่าระบบน้ำดับเพลิงอัตโนมัติทำงานได้หรือไม่อย่างไร
ส่วนของการดำเนินคดีการดำเนินคดีจะต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนตามประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวการกระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ซึ่งจะต้องมีการดำเนินคดีกับเจ้าของห้อง และ การดำเนินคดีเกี่ยวกับนิติบุคคลเจ้าของอาคาร ที่ต้องตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ว่ามีการดูแลระบบรักษาความปลอดภัยถูกต้องแค่ไหน หากพบมีการกระทำผิดต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน ซึ่งหากได้เอกสารสรุปหลักฐานที่ทาง กทม.รวบรวมได้ครบเมื่อใดก็คาดว่าจะสามารถดำเนินคดีได้ภายใน 1 เดือนต่อจากนั้นทันที
ด้านนายพินิต เลิศอุดมธนา ผอ.สำนักการโยธา กทม. กล่าวภายหลังตรวจห้อง 18 เอ ซึ่งเป็นห้องต้นเพลิงว่า จากการตรวจสอบพบว่าเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลต่อโครงสร้างของอาคาร มีเพียงห้องต้นเพลิงที่ได้รับความเสียหายจึงต้องทำการสั่งปิดพื้นที่ส่วนนี้ไว้ก่อนเพื่อให้ผู้รับผิดชอบอาคารเข้าทำการซ่อมแซม โดยเฉพาะพื้นห้องซึ่งอาจส่งผลต่ออาคาร จากนั้นก็ต้องยื่นผลการซ่อมแซมเพื่อให้ทาง กทม.เข้าตรวจสอบก่อนอีกครั้งเพื่ออนุมัติให้เปิดใช้พื้นที่ดังกล่าวต่อไป
ต่อมาเมื่อเวลา 12.45น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่ขึ้นไปตรวจห้อง 18 เอต้นเพลิง พบว่าได้รับความเสียหายเพียงห้องเดียว พร้อมนำชิ้นส่วนซึ่งเป็นแผ่นเหล็ก 1 ชิ้นที่ได้จากห้องที่เกิดเหตุนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้ต้องรอผลตรวจสอบก่อน



