ข่าว

ปชป.แจ้งจับ'ปึ้ง'ช่วย'แม้ว'เข้ายุ่นแล้ว

ปชป.แจ้งจับ'ปึ้ง'ช่วย'แม้ว'เข้ายุ่นแล้ว

18 ส.ค. 2554

ปชป.แจ้งจับ"รมต.ต่างประเทศ"ช่วยเหลือ"ทักษิณ"เข้าญี่ปุ่น เล็งถอดตำแหน่ง

          18 ส.ค.54 นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่สน.พญาไท โดยมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.ทรงพล วัชระชัย รองผบก.น.1 และพ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท รอรับเรื่องแจ้งความกล่าวทุกดังกล่าว

          นายวิรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนพร้อมนายวัชระ ในนามตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางมาแจ้งความกล่าวโทษกับ นายสุรพงษ์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ หลังมีการปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆว่า ในวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา นายสุรพงษ์ได้พบกับ นายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ที่กระทรวงต่างประเทศ และได้พูดคุยถึงการออกวีซ่า ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น เป็นกรณีพิเศษ

          นายวิรัตน์ กล่าวต่อว่า การที่ประเทศญี่ปุ่นออกวีซ่า และอนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศได้เป็นกรณีพิเศษนั้น มาจากการร้องขอของรัฐบาลไทยสมัยปัจจุบัน ทั้งๆที่ประเทศญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้บุคคลใดที่ถูกดำเนินคดี หรือถูกพิพากษาจำคุกเกิน 1 ปี เดินทางเข้าประเทศได้ แต่รัฐบาลนี้กลับมีเจตนาช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ในขณะที่ถูกพิพากษาดำเนินดคีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง          

          “พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ต้องหาที่กระทำความผิดอาญาซึ่งไม่ใช่ความผิดลหุโทษ และเป็นผู้ต้องถูกคุมขังตามอำนาจศาล และเป็นที่ทราบกันดีว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้หลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหลบหนีคดี และไม่ถูกจับคุมขัง ซึ่งรัฐบาลในชุดของพรรคประชาธิปัตย์ ได้พยายามบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย คือระงับพาสปอร์ตแดงของพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อนำตัวกลับมารับโทษและเจ้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามกฎหมาย แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกลับมาอำนวยความสะดวกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ โดยไม่ถูกจับกุม” นายวิรัตน์

          ด้านนายวัชระ กล่าวว่า การกระทำของนายสุรพงษ์ ในฐานะ รมว.ต่างประเทศ แทนที่จะบังคับใช้กฎหมายติดตามจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินการเจรจาร้องขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นออกวีซ่า เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสะดวก และก็จะเป็นเหตุให้รัฐบาลประเทศอื่นๆออกวีซ่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นกัน

          นายวัชระ กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุนี้การกระทำของนายสุรพงษ์ จึงเข้าข่ายความผิดตามประมาณกฎหมายอาญามาตรา 189 และมาตรา 192 ซึ่งมาตรา 189 ระบุไว้ว่าผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนมาตรา 192 ระบุไว้ว่า ผู้ใดให้พำนัก ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ให้ผู้ที่หลบหนีจากการคุมขังตามอำนาจของศาล ของพนักงานสอบสวน หรือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ขณะที่ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบปากคำของผู้แจ้งความ ว่าผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีความผิดหรือเข้าข่ายความผิดอะไร รวมถึงพยานหลักฐานที่ผู้แจ้งส่งมาให้พนักงานสอบสวนว่าผู้ถูกกล่าวหาผิดจริงหรือไม่ ก่อนจะออกหมายเรียกมาสอบปากคำ หรือมารับทราบข้อกล่าวหา โดยคาดว่าเรื่องดังกล่าวจะใช้เวลาไม่นาน

 

ปชป.เล็งถอด'นายกฯ-สุรพงษ์'

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ปชป. เปิดเผยว่า หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป. มอบหมายให้รับผิดชอบการดำเนินการทางกฎหมาย  กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวข้องกับการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น

          เบื้องต้นทีมกฎหมายมีความเห็นว่า น่าจะผิดใน 2 เรื่อง คือ ในทางการเมือง รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐมนตรีจึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการใดๆ ได้  แต่เชื่อว่านายสุรพงษ์คงไม่คิดทำเรื่องนี้โดยลำพัง  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะต้องรู้เห็นเป็นใจด้วย   ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจจะไม่รู้ในข้อกฎหมาย  แต่ก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ  สามารถยื่นถอดถอนได้ และสามารถดำเนินคดีอาญาฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ได้ เพราะแทนที่จะดำเนินการตามตัวกลับมาดำเนินคดี กลับไปร้องขอทางการญี่ปุ่นให้ออกวีซ่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็อยู่ที่ว่าประธานวุฒิสภาจะรับเรื่องถอดถอนหรือไม่ และศาลคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะรับไว้พิจารณาหรือไม่

          ส่วนจะสามารถยื่นเรื่องได้เมื่อไรนั้น คงต้องรอที่ประชุมใหญ่ของพรรคก่อน โดยทีมกฎหมายเพียงเสนอความเห็นเบื้องต้นเท่านั้น และจะมีการแถลงอีกครั้งในวันที่ 18 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่ พรรคประชาธิปัตย์

 

ปธ.ชี้ยื่นถอดสุรพงษ์เป็นสิทธิ์-เชื่อไม่น่าผิด

          นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง กรณีที่ พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นเรื่องถอดถอน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีการประสานงานให้ รัฐบาลญี่ปุ่น ช่วยเหลือดำเนินการออกวีซ่าให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาว่า ถือเป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน ที่จะดำเนินการได้ ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ไปตามกระบวนการของกฎหมาย

          "แต่ส่วนตัวมองว่า การพบปะกับทูตญี่ปุ่นนั้น เป็นเพียงแค่การพูดคุยแสดงความคิดเห็นของ นายสุรพงษ์ เท่านั้น เนื่องจาก ยังไม่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ทั้งนี้เชื่อว่า ไม่น่าจะมีปัญหา อีกทั้ง ยังมองว่า การออกวีซ่าต้องเป็นดุลพินิจของรัฐบาลญี่ปุ่น รัฐบาลไทย คงไม่สามารกดดันอะไรได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่า นายสุรพงษ์ ไม่น่าจะมีความผิดจนถึงขั้นต้องถูกถอดถอน" นายสมศักดิ์กล่าว

 

ก่อแก้วยันสุรพงษ์หารือทูตญี่ปุ่นไม่ผิดถือเป็นสิทธิ์

          ทางด่านนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึง กรณีที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นเรื่องถอดถอน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีการประสานกับทางสถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เพื่อขอวีซ่าให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการเข้าประเทศญี่ปุ่น โดยกล่าวว่า การที่ นายสุรพงษ์ ได้พูดคุยกับ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นนั้น ไม่ถือว่าผิดกฎหมายประการใด ไม่ว่าจะเป็นก่อน หรือ หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล เพราะเป็นสิทธิ์และอำนาจของรัฐมนตรีที่สามารถดำเนินการ หรือ พูดคุยกับทูตจากประเทศต่างๆ ได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น หรือ ประเทศใด ๆ ก็เป็นสิทธิ์และอำนาจส่วนบุคคลเช่นเดียวกัน