ข่าว

น้ำป่าทะลักท่วมหนักในต.แม่เมาะ

น้ำป่าทะลักท่วมหนักในต.แม่เมาะ

18 ส.ค. 2554

น้ำป่าหลากกลางดึกทะลักท่วม5หมู่บ้านใน ต.แม่เมาะ ด้านนอภ.แม่เมาะตรวจความเสียหายน้ำป่่าทะลัก เตือนปชช.ลุ่มน้ำยม-น่าน-เจ้าพระยารับมือน้ำท่วมสูง

         18 ส.ค.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต้องตื่นนอนกันมาช่วงกลางดึก มายืนบนถนนในหมู่บ้าน ในจุดที่น้ำท่วมไม่ถึง หลังจากฝนได้เกิดตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 5 ชั่วโมง ในเขตพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ทำให้น้ำป่าไหลหลากมาตามลำห้วยไคร้ น้ำทะลักเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎนในเขตพื้นที่ ต.แม่เมาะ 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านปงชัย บ้านห้วยขมิ้น บ้านหางฮุง บ้านห้วยคิง และบ้านเวียงหงส์ น้ำป่าที่ไหลมา มีความเชี่ยวกราดอย่างมาก ระดับที่ท่วมสูงกว่า 1 เมตร นับเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งที่ 4 แล้ว ที่เกิดขึ้นในปีนี้

          สำหรับหมู่บ้านปงชัย ถือว่าได้รับผลกระทบอย่างหนักมากที่สุดในพื้นที่ อ.แม่เมาะ มีชาวบ้าน และคนชราติดอยู่ภายในบ้านไม่สามารถออกมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเวียงสวรรค์ และสมาคมกู้ภัยลำปาง ต้องขึงเชือก เข้าไปช่วยเหลือนำออกมาได้สำเร็จ ส่วนถนนบ้านห้วคิง-บ้านหางฮุง น้ำป่าได้ทะลักทำให้ถนนถูกตัดขาดอีกครั้งหนึ่ง หลังช่วงต้นเดือนสิงหาคม พายุนกเตนทำถนนจุดนี้ขาดไปแล้ว และเพิ่งซ่อมแซมถนน ได้ไม่ถึง 1 อาทิตย์ น้ำป่าก็พัดถล่มอีกระลอก ซึ่งระดับน้ำป่าที่เข้าท่วมกลางดึก ก็ได้สร้างความเดือดร้อนนานนับ 3 ชั่วโมง ก่อนที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงเช้า

 

นอภ.แม่เมาะตรวจความเสียหายน้ำป่่าทะลัก

          นายวีระกิตต์ อินทรประสิทธิ์ นายอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด ลำปาง ได้นำเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายที่หมู่บ้านปงชัย บ้านห้วยขมิ้น บ้านหางฮุง บ้านห้วยคิง และบ้านเวียงหงส์ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง หลังช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเกิดน้ำป่าไหลทะลัก ลงสู่ลำห้วยไคร้เข้าท่วมในพื้นที่ 5 หมู่บ้านดังกล่าว  ทำให้บ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 200 หลังคาเรือน ขณะนี้น้ำได้ลดลงและกลับข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

         อย่างไรก็ตาม ทางนายอำเภอแม่เมาะ ได้กำชับไปยังมิสเตอร์เตือนภัยประจำหมู่บ้านแต่ละแห่ง คอยเฝ้าระวังและเฝ้าสังเกตุระดับในลำห้วยไคร้ที่น้ำไหลผ่านของแต่ละหมู่บ้าน เพราะอาจจะมีฝนตกลงมาอีก ส่วนความเสียหายจะได้สำรวจและช่วยเหลือต่อไป

 

แม่น้ำยมเพิ่มทำชาวสามง่ามเดือดร้อนหนัก

           สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะที่แม่น้ำยมไหลผ่านยังคงรุนแรงและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะครอบครัวของ น.ส.ปรางมาศ ปานแย้ม ชาวบ้าน หมู่ 11 ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ตนต้องอพยพมานอนบนรถอีแต๋น บริเวณข้างถนน เนื่องจากบ้านของเธอถูกน้ำท่วมขังสูกว่า 4 เมตร

         "ตนไม่สามารถเข้าไปเอาทรัพย์สินในบ้านที่ยังเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารและเสื้อผ้า เนื่องจากน้ำที่ท่วมสูงจนมิดหัว และครอบครัวก็ไม่มีเรือที่จะไปขนทรัพย์สินออกมาได้ นอกจากนี้่ มีชาวบ้านเห็น งูเหลือมขนาดใหญ่ บริเวณที่ตนพัก จึงทำให้คนในครอบครัวกลัวและไม่กล้าลงน้ำ" น.ส.ปรางมาศ กล่าว

         ขณะที่ แม่น้ำยมในขณะนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันและกว่า 10 เซนติเมตร และคาดว่าจะมีประชาชนเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้น

 

ส.ว.นฤมล ลงพื้นที่น้ำท่วมพิชัย

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานวัดทุ่งป่ากระถิน หมู่ 6 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ กำลังพลจากจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ลำเลียงถุงยังชีพจำนวน 855 ชุด จากนั้น นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ ได้มอบให้กับประชาชน ต.พญาแมน ต.ท่ามะเฟือง ต.ท่าสัก ต.บ้านดารา และเทศบาลตำบลในเมือง อ.พิชัย ที่ได้รับผลกระทบจากการผันน้ำยมลงสู่แม่น้ำน่าน จนทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านที่ อ.พิชัย

         นางนฤมล กล่าวว่า หลังลงพื้นที่พบว่าตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม จนถึงปัจจุบันระดับน้ำยังคงท่วมกลายเป็นน้ำท่วมขังส่งกลิ่นเหม็น จาการเน่าของต้นข้าวและสัตว์น้ำนานาชนิด จนไม่สามารถเข้าไปทำมาหากินได้ ชาวบ้านอำเภอพิชัย 11 ตำบล 44 หมู่บ้าน นาข้าวเสียหายกว่า 60,000 ไร่ บ่อปลาถูกน้ำท่วมกว่า 260 บ่อ ทั้งนี้เป็นผลกระทบจากโครงการของรัฐ ในการผันน้ำยมลงแม่น้ำน่านผ่านคลองน้ำไหล ที่ ต.คอมรุม อ.พิชัย นับเป็นครั้งแรกที่เกิดน้ำท่วม ขั้นตนอำเภอได้รายงานขอความช่วยเหลือด้านเงินชดเชยไปยังรัฐบาลแล้ว 30 ล้านบาท

         "ตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภา นำปัญหาเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ถึงมาตรการช่วยเหลือชาวนาที่ถูกน้ำท่วม ด้วยเงินชดเชย 600 บาทต่อไร่ ไม่เพียงพอ จะมีวิธีพิเศษเช่นไรในการเยียวยาเกษตรกรให้มีเงินลงทุน พันธุ์ข้าวในการทำนารอบใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่เกิดน้ำท่วมนานและต่อเนื่องเช่นอำเภอพิชัยถูกน้ำท่วมนาเป็นรอบที่ 2" นางนฤมล กล่าว

         ขณะที่นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนราชการ ล้วนแล้วส่งผลให้ค่าครองชีพของชาวบ้านเพิ่มสูงจากราคาสินค้าที่จ่อตัวปรับราคาตามด้วย แต่ชาวนาไม่มีค่าแรงรายวัน รัฐบาลต้องรอบครอบ เพราะมีชาวนาหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วม และกำลังสิ้นเหนือประดาตัว

 

เตือนปชช.ลุ่มน้ำยม-น่าน-เจ้าพระยารับมือน้ำท่วมสูง

         กรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ ทั้งนี้จากร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

         ทั้งนี้ ลักษณะดังกล่าวเกิดผลกระทบโดยเฉพาะพื้นที่ ที่มีน้ำท่วมอยู่เดิมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตจังหวัดมุกดาหาร นครพนม สกลนคร อุบลราชธานีและร้อยเอ็ด ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำโขงปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่ สำหรับบริเวณภาคเหนือซึ่งปัจจุบันยังมีน้ำท่วมบริเวณจังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ตากและนครสวรรค์ ปริมาณฝนที่ตกจะทำให้พื้นที่ถูกน้ำท่วมเพิ่มขึ้น ซึ่งน้ำส่วนนี้จะไหลลงสู่ภาคกลาง ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นผลให้ระดับน้ำในลำน้ำสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้

         ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นบนที่สูงหรือที่ที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม โดยเฉพาะประชาชนในบริเวณพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม น่านและเจ้าพระยา

 


 ชาวโผงเผงอ่วมหลังจ้าพระยาทะลักท่วมกว่า 50 หลังคาเรือน

         สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน จ.อ่างทอง หลังจากทางเขื่อนเจ้าพระยาได้ทำการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนเพื่อลดระดับน้ำ เหนือเขื่อนจากพิษพายุนกเตนนั้น ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่จังหวัดอ่างทองโดยเฉพาะใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก น้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งที่ตอนนี้ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 ซ.ม. ประชนต้องเร่งเก็บข้าวของขึ้นที่สูงเพื่อหนีน้ำบางคนต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเข้าออกบ้างก็ทำสะพานไม้เข้าออกเป็นการชั่วคราว

         ด้านนายอุทัย  อู่อรุน ปลัดอบต.โผงเผง กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนในตำบลโผงเผงต้องกลับมาทุกข์อีกครั้งเป็นรอบที่สองในรอบ 1 เดือน หลังจากต้นเดือนสิงหาคมได้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนมา แล้วและน้ำลดลงไปจนแห้งชาวบ้านทำความสะอาดบ้านไปแล้วแต่ตอนนี้น้ำกลับเพิ่มมากขึ้นและเข้าท่วมบ้านเรือนประชานไปแล้วจำนวน 5 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อนแล้วกว่า 60 หลังคาเรือน  และตอนนี้เมื่อเวลา 09.00 น.ทางเขื่อนเจ้าพระยาได้ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนที่ 1702 ลบ.ม./วินาที ทำให้น้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 13.73 เมตร ส่งผลให้ระดับน้ำที่หน้าอำเภอป่าโมกอยู่ที่ 5.80 เมตร จุดวิกฤตที่ระดับ 6.30 เมตร ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ชาวบ้านในตำบลโผงเผงต้องเตรียมรับกับสถานการณ์หนักแน่